FOX วิเคราะห์ โควตาอาเซียนไทยลีก 2019 : บอลไทยได้หรือเสียประโยชน์?

โควตาอาเซียนที่จะใช้ในฤดูกาลหน้านั้น เกิดจากแนวคิดที่คล้ายคลึงกับเจลีกโมเดล นั่นก็คือทางญี่ปุ่นมองว่านักเตะไทยก็เหมือนนักเตะญี่ปุ่นคนหนึ่ง ซึ่งโควตาอาเซียนนั้นเกิดขึ้นจากการเปิด AEC ที่คล้ายคลึงกับสหภาพยุโรปหรือ EU ดังจะเห็นในลีกดังๆของประเทศที่อยู่ในสหภาพยุโรปจะถูกพิจารณาเป็นคนชาตินั้นๆ นั่นหมายความว่า โควตาอาเซียน 3 ที่นั่ง ไม่ได้หมายความว่าทุกทีมถูกบังคับให้ต้องมี จะมีก็ได้หรือไม่มีก็ได้

แต่ที่สุดแล้ว “ดีกว่าไม่มี หรือไม่มีดีกว่า” FOX Sports Asia จะมาวิเคราะห์ส่วนได้ส่วนเสียของการเปลี่ยนแปลงนี้กัน…

ค่าแรง

เพราะการที่จะดึงนักเตะต่างชาติ หรือแม้แต่อาเซียนเข้าสู่ทีม ค่าแรงต้องดึงดูดระดับหนึ่ง อาจใช้เงินไม่น้อยกว่านักเตะต่างชาติ เพื่อดึงเขามาจากบ้านเกิด เช่นเดียวกับการจัดหาที่พักให้นักเตะ ซึ่งบางทีอาจรวมถึงครอบครัวเขาด้วย นั่นทำให้สโมสรอาจกลับไปเลือกใช้นักเตะไทยเหมือนเดิม เนื่องจากเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่า แต่ฝีเท้าไม่ต่างกัน

แข้งอาเซียนบางรายยังไม่ตอบโจทย์ผู้จัดการทีม

จากฤดูกาล 2018 จะเห็นว่ามีแข่งอาเซียนไม่กี่คนที่เป็นตัวหลักสโมสร เช่น อ่อง ธู (โปลิศ เทโร เอฟซี), กาเบรียล คว็อก (ราชนาวี) , มาร์ค ฮาร์ทมันน์ (ราชบุรี มิตรผล เอฟซี) , ไมเคิล ฟาลเคสการ์ด (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด) ในไทยลีก1 หรือ อิซวาน มะห์บุด (หนองบัว พิชญ เอฟซี) กับ ฮัสซัน ซันนี (อาร์มี่ ยูไนเต็ด) ในไทยลีก 2 นั่นทำให้สโมสรในเมืองไทย คงเลือกที่จะดึงตัวมาแบบเน้นๆมากกว่า เอาเฉพาะที่ยกระดับทีมได้

แต่การที่เพิ่มโควตาอาเซียนในการส่งลงเป็นตัวจริง เพื่อเป็นการลดโอกาส “ซื้อมาดอง” มากกว่า เพราะอย่างที่กล่าวในข้างต้น ถ้าใช้โควตาแบบซีซั่นนี้ กุนซือทีมไหนก็คงเลือกส่งแข้งต่างชาติหรือเอเชียมาก่อนแข้งอาเซียนอยู่แล้ว เพราะถ้าขืนใช้โควตาแบบปีนี้ต่อไป นักเตะอาเซียนคงเข็ด และไม่อยากมาไทยลีกอีก ก็จะเป็นการเสียโอกาสในการเปิดตลาดอาเซียนอย่างน่าเสียดาย

ผลดีต่อการตลาดของสโมสร

ด้วยเหตุผล 2 อย่างที่ชี้ว่าการเพิ่มโควตาอาเซียน มีผลในการขยายตลาดสำหรับสโมสร เพราะทำให้มีแข้งอาเซียนมีโอกาสโชว์เพลงแข้งมากขึ้น แต่ในความเป็นจริง ด้วยเหตุผลเรื่องฝีเท้ารวมถึงค่าตอบแทน ทำให้บางสโมสรยังคงเชื่อใจในแข้งท้องถิ่นมากกว่า นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่า นี่ไม่ใช่เป็นการปิดโอกาสแข้งท้องถิ่นแต่อย่างใด แต่นี่คือสิ่งที่จะทำให้สโมสรสมดุลมากขึ้น ในเชิงลูกหนัง และการตลาดที่จะนำรายได้มาสู่สโมสรจากแหล่งเงินในอาเซียน ดังนั้นการที่เพิ่มโควตาอาเซียนจึงไม่น่ามีผลกระทบต่อแข้งไทย เหมือนอย่างบุนเดสลีกาเยอรมัน หรือลา ลีกา สเปน ที่แม้จะมีนักเตะต่างชาติเข้ามาเล่นในลีก แต่ก็ยังมีทรัพยากรนักเตะท้องถิ่นเหลือเฟือ

หรือแม้แต่เจลีกเองที่ออกกฎว่าสามารถเซ็นสัญญากับนักเตะไทยและชาติพันธมิตรได้อย่างไม่จำกัดจำนวน (ดูเงื่อนไขได้ ที่นี่) แต่ก็ยังมีเพียงไม่กี่คนที่ได้ไปเล่นที่นั่น

Comments