4 ขุนพล 4 ชาติชี้ชะตารอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2018

ทุกทีมต้องมีผู้เล่นคนสำคัญ เป็นตัวแปรที่ทำให้ทีมชนะ อาจไม่ใช่สตาร์หมายเลข 1 แต่เป็นโจทย์สำคัญที่ว่า นักเตะคนสำคัญคนนั้น ต้องเล่นให้ดี และเล่นได้ตามที่โค้ชตั้งความหวังเอาไว้

FOX Sports Thailand ขอพาไปรู้จักกับ 4 นักเตะที่สำคัญที่สุดของแต่ละทีม ในรอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2018

ฝรั่งเศส : เอ็นโกโล่ ก็องเต้

ว่ากันว่าเขาเป็นกองกลางตัวรับที่ดีที่สุดของโลกในเวลานี้ แม้กระทั่งวันที่ทีมเล่นกับเดนมาร์กเพื่อรักษาผลการแข่งขัน (นัดสุดท้ายของรอบแรก) อดีตแข้ง เลสเตอร์ ซิตี้ ยังได้รับตำแหน่งแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ด้วยการทำสถิติวิ่งมากที่สุดในสนาม

เกมรอบตัดเชือกที่กำลังจะมาถึง ก็องเต้ ต้องช่วงชิงพื้นที่กลางสนามกับแผงแดนกลาง เบลเยียม แถมยังต้องมีหน้าที่ปั่นป่วน เควิน เดอ บรอยน์ จอมทัพแห่งทีม “เรือใบสีฟ้า” ให้ได้มากที่สุด

เรียกได้ว่าฝรั่งเศสจะโดนเจาะกี่ลูก โดนเบลเยียมเข้าไปล่อเป้าใส่กี่ครั้ง แดนกลางที่ชื่อ “ก็องเต้” คนเดียวเท่านั้น ที่จะหยุดทุกอย่างเอาไว้

เบลเยียม : แยน แฟร์ทองเก้น

ปัญหาความไม่สมดุลเพียงอย่างเดียวของเบลเยียมชุดนี้คือตำแหน่งวิงแบ็กซ้าย ซึ่งทราบกันดีว่า ช่วงต้นทัวร์นาเม้นต์พวกเขาใช้ ยานนิค คาร์ราสโก้ รับตำแหน่งนี้ แต่อดีตแข้งแอตเลติโก มาดริด เป็นนักเตะที่เด่นเกมรุกด้านเทคนิคไม่ใช่ตัววิ่งขึ้นลงสไตล์บ้าพลัง

เคราะห์ซ้ำกรรมซัดเมื่อ โธมัส มูนิเยร์ ติดโทษแบนทำให้ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซต้องโยก นาเซอร์ ชาดลี่ ไปเล่นวิงแบ็กขวา นั่นทำให้ คาร์ราสโก้ ต้องถูกส่งลงเล่นด้วยความจำเป็นเพราะไม่เหลือใครอีกแล้ว

งานนี้ภาระหนักต้องตกไปอยู่กับแยน แฟร์ทองเก้น ที่ต้องเข้ามาซ้อน คาร์ราสโก้ หนักเสียหน่อยเมื่อฝรั่งเศสเจาะขึ้นมาทางด้านขวา หรือไม่ ก็อาจต้องรับตำแหน่งแบ็กซ้ายแทนที่คาร์ราสโก้ไปเลย แล้วจะไปเปลี่ยนระบบเป็นกองหลัง 4 คนเอาข้างหน้าค่อยไปว่ากันอีกที

โครเอเชีย : มาร์เซโล่ โบรโซวิช และ/หรือ มิลาน บาเดลจ์

ปัญหาหลักของทัพตาหมากรุกตั้งแต่เข้าสู่รอบน็อคเอาท์คือการวางตำแหน่งของ ลูก้า โมดริช และ อิวาน ราคิติช ให้เหมาะสมในแต่ละเกม

ดาวเตะทั้งสองรายที่ว่ามาเป็นนักเตะที่โดดเด่นเชิงรุกแต่ ราคิติช สามารถขยับลงมาเป็นตัวโฮลด์บอลกลางสนามได้ โดยที่โมดริช จะเล่นได้อย่างโดดเด่นที่สุดเมื่อยืนในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุกด้านหลังศูนย์หน้า

ลูกทีมของซลัตโก้ ดาลิช ไม่สามารถเอาชนะคู่แข่งได้ในช่วงเวลาปกติมา 2 เกมติดต่อกัน และเกมล่าสุดกับ รัสเซีย โมดริชมีโอกาสสร้างสรรค์จังหวะเข้าทำแค่ 4 ครั้ง เนื่องจากเขาโดนจับไปเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางยืนต่ำคู่กับ ราคิติช ขณะที่ โบรโซวิช ถูกดร็อปเป็นตัวสำรอง และ บาเดลจ์ ไม่ได้โอกาสลงสนามแม้แต่วินาทีเดียว

วิธีที่จะขับเน้นจุดเด่นของทัพโครแอตคือดึงพิษสงในแดนกลางของพวกเขาออกมาให้ได้มากที่สุด ฉะนั้น ดาลิช ควรจะให้ โมดริช ดันขึ้นสูง และส่งหน้าที่การตัดเกมสกรีนบอลให้กับ โบรโซวิช หรือ บาเดลจ์ คนใดคนหนึ่ง โดยที่มี ราคิติช คอยเชื่อมทุกคนเข้าด้วยกัน

หน้าที่ลูกหาบของ โบรโซวิช (หรือบาเดลจ์) จะช่วยให้แดนกลางโครเอเชียเปิดเกมรุกเข้าใส่อังกฤษได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่ทัพ “สิงโตคำราม” ไม่มีมิดฟิลด์ตัวตัดเกมเลยแม้แต่รายเดียวในสนาม (ซึ่งเป็นไปได้สูงว่าแกเร็ธ เซาธ์เกต อาจเปลี่ยแผนส่ง เอริค ดายเออร์ หรือ รูเบน ลอฟตัส ชีค เข้ามาเพิ่มสมดุลในแดนกลางมากขึ้น)

อังกฤษ : ราฮีม สเตอร์ลิ่ง

นี่คือนักเตะตัวรุกที่ความสามารถเพียบพร้อมที่สุดคนหนึ่งของโลก สเตอร์ลิ่งเป็นปีก (หรือศูนย์หน้าตัวต่ำ) ที่เล่นกับไลน์กองหลังคู่แข่งได้ดีมาก สอดเข้าช่องได้ดี , รู้จังหวะในการเข้าชาร์จ และเชื่อมเกมด้านหน้าทำแอสซิสต์ให้กับเพื่อนร่วมทีมทำประตูได้มากมายนับไม่ถ้วน

สิ่งเดียวที่อดีตเด็กปั้นลิเวอร์พูลขาดคือความเฉียบคมในการจบสกอร์ , ความมั่นใจเมื่อต้องดวลหนึ่งต่อหนึ่งกับผู้รักษาประตู และการตัดสินใจในพื้นที่สุดท้ายว่าควรยิง หรือไม่ควรยิงในจังหวะใด

บางทีเขาอาจคิดมากเกินไป ขอเพียงแค่มั่นใจมากขึ้น เขาอาจเป็นคีย์แมนคนสำคัญที่พาอังกฤษทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ

แฟนบอลอังกฤษไม่ได้กำลังฝากความหวังไว้กับแฮร์รี่ เคนเพียงแค่คนเดียว แต่หาก สเตอร์ลิ่ง ผีเข้าขึ้นมา อะไรก็หยุดเขาไม่ได้เหมือนกัน

Comments