10 เรื่องที่เราได้เรียนรู้หลังจบรอบ 16 ทีมฟุตบอลโลก 2018

นอกจากจะรู้ว่าใครได้ไปต่อหรือต้องกลับบ้านแล้ว นี่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจบรอบ 16 ทีมสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลก 2018 ทีรัสเซีย มีสถิติอะไรบ้างที่น่าสนใจ FOX Sports Thailand คัด 10 เรื่องน่ารู้มาให้ท่านได้อ่านกันที่นี่

เอ็มบับเป้ แข้งอายุน้อยทำ 2 ประตูในรอบน็อคเอาท์

FIFA WORLD CUP

2 ประตูที่ คิเลียน เอ็มบับเป้ ทำได้ในเกมที่ทีมชาติฝรั่งเศสเอาชนะทีมชาติอาร์เจนตินา 4-3 ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 60 ปีที่มีผู้เล่นอายุน้อยกว่า 20 ปีทำได้มากกว่า 2 ประตูได้ในรอบน็อคเอาท์ โดย เปเล่ เป็นคนแรกที่ทำได้ในเกมที่ บราซิล เอาชนะ สวีเดน 5-2 ในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกปี 1958 โดยในเกมนั้น เปเล่ ยิงไป 2 ประตู

ดิ มาเรีย ยิงไกลสุดในฟุตบอลโลก 2018

FIFA WORLD CUP

ลูกยิงระยะ 30.16 หลา ของ อังเคล ดิ มาเรีย ในเกมที่ อาร์เจนตินา แพ้ ฝรั่งเศส 3-4 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย กลายเป็นการทำประตูที่ไกลที่สุดของฟุตบอลโลกหนนี้ ที่รัสเซีย นอกจากนี้ อาร์เจนตินา ยังเป็นทีมแรกในรอบ 32 ปี ที่ยิงได้ถึงสามลูกแต่ยังพลาดท่าแพ้ โดยทีมล่าสุดที่เผชิญปัญหาเดียวกันคือ สหภาพโซเวียต ที่พวกเขาพ่ายให้กับ เยอรมันนี 3-4 ในปี 1986

รัสเซียผ่านเข้ารอบ 8 ทีมเป็นครั้งแรกในรอบ 48 ปี

FIFA WORLD CUP

หลังจากที่ อิกอร์ อคินเฟเยฟ เซฟลูกจุดโทษของ ยาโก้ อัสปาส ทำให้รัสเซียสามารถผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่แยกตัวออกมาจากสหภาพโซเวียต โดยผลงานที่ดีที่สุดของรัสเซีย คือ รอบแรก (1994,2002 และ 2014) โดยการเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายครั้งล่าสุดของพวกเขา ต้องย้อนกลับไปในปี 1970 สมัยที่ยังใช้ชื่อสหภาพโซเวียต

เซอร์เก อิกนาเซวิช Own-Goal ประตูที่ 10

Getty Images

การสกัดเข้าประตูตัวเองของ เซอร์เก อิกนาเซวิช กองหลังทีมชาติรัสเซีย กลายเป็น Own-Goal ประตูที่ 10 ของศึกฟุตบอลโลก 2018 โดยมากกว่าสถิติเมื่อปี 2014 ถึงครึ่งหนึ่ง (5 ประตู) อย่างไรก็ตาม รัสเซีย ยังสามารถผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

เด เคอา เซฟแค่ลูกเดียว

FIFA WORLD CUP

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่านี่คือผู้รักษาประตูคนเดียวกันกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดย ดาบิด เด เคอา ออกแรงเซฟได้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ตลอดการลงสนาม 4 นัดให้สเปนในฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย

มัทเทียส ยอร์เกนเซ่น ยิงเร็วสุด

FIFA WORLD CUP

ประตูที่ มัทเทียส ยอร์เกนเซ่น ที่ซัดให้ เดนมาร์ก พลิกนำ โครเอเชีย 1-0 ในเวลาเพียง 57 วินาที ถือเป็นประตูที่เร็วที่สุดในฟุตบอลโลก 2018 และ เร็วที่สุดต่อจาก คลินต์ เดมป์ซีย์ ที่ยิงให้สหรัฐอเมริกา ในเกมกับ กานา เมื่อปี 2014 โดย เดมป์ซีย์ ใช้เวลาเพียง 29 วินาทีเท่านั้น

บราซิล ยิงมากสุดในฟุตบอลโลก

FIFA WORLD CUP

บราซิล กลายเป็นทีมที่ทำประตูได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ที่ 228 ประตู มากกว่า เยอรมันนี อยู่ 2 ลูก นอกจากนี้ บราซิล ยังไม่แพ้มา 15 นัดติดต่อกันในทุกรายการ (ชนะ 11, เสมอ 4) โดยเสียเพียง 3 ประตูเท่านั้น

เบลเยียม ทีมแรกในรอบ 50 กว่าปี

FIFA WORLD CUP

เบลเยียม เป็นทีมแรกในรอบ 50 กว่าปี ของรอบน็อคเอาท์ฟุตบอลโลก ที่แซงกลับมาชนะได้ใน 90 นาที จากการตามหลังคู่แข่งสองประตูขึ้นไป โดยทีมล่าสุดที่ทำได้คือ โปรตุเกส ที่เอาชนะ เกาหลีเหนือ 5-3 จากการตามหลังอยู่ 0-3 ในเกมฟุตบอลโลก 1966 รอบ 8 ทีมสุดท้าย

สวิตเซอร์แลนด์ ไม่เคยชนะในรอบน็อคเอาท์

FIFA WORLD CUP

นอกจากจะต้องหยุดเส้นทางไว้แค่รอบ 16 ทีมสุดท้าย สวิตเซอร์แลนด์ ยังมีสถิติที่ไม่น่าจดจำ เมื่อพวกเขาไม่เคยชนะเกมในรอบน็อคเอาท์ฟุตบอลโลกเลย โดย 7 ครั้งที่เข้ามาถึงรอบนี้ พวกเขาต้องตกรอบทั้งหมด  

อังกฤษ เข้ารอบ 8 ทีมครั้งแรกตั้งแต่ปี 2006

FIFA WORLD CUP

อังกฤษ สามารถทะลุเข้าไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฟุตบอลโลกปี 2006 ที่เยอรมัน นอกจากนี้ แฮร์รี เคน ยังกลายเป็นนักเตะอังกฤษคนแรกในรอบ 79 ปี ที่ยิงได้ 6 นัดติดต่อกันให้กับทีมชาติ ต่อจาก ทอมมี ลอว์ตัน ที่ทำไว้ในปี 1939

Comments