ไวกิ้งพันธุ์แกร่ง! ไขข้อข้องใจทำไมทีมสแกนดิเนเวียฟอร์มดีในฟุตบอลโลก

บทความนี้ได้รับการสนับสนุนโดย FourFourTwo Thailand

“สแกนดิเนเวีย” ดินแดนทางตอนเหนือของยุโรป เป็นถิ่นที่ตั้งของเหล่ากลุ่มประเทศที่สภาพอากาศค่อนข้างหนาวเย็นอย่าง เดนมาร์ก , นอร์เวย์ , สวีเดน , ฟินแลนด์ , ไอซ์แลนด์ และรวมถึง หมู่เกาะแฟโร

ประเทศเหล่านี้มีความผูกพันกับเกมฟุตบอลมาอย่างยาวนาน บางชาติอาจไม่ได้อยู่ในมาตรฐานที่สูงมากอย่าง ฟินแลนด์ ส่วน หมู่เกาะแฟโร ก็พัฒนาจากทีมคู่ซ้อม และกลายมาเป็นหมูสู้มีดที่สู้กับทีมอย่าง กรีซ , ลัตเวีย หรือ ลิธัวเนีย ได้อย่างสูสีแล้วในทุกวันนี้

4 ชาติที่เป็นตัวชูโรงในเรื่องของฟุตบอลหากพูดถึงสแกนดิเนเวีย คงจะเป็นเดนมาร์ก , นอร์เวย์ , สวีเดน และน้องใหม่มาแรงอย่าง ไอซ์แลนด์

นอร์เวย์ ถือเป็นเจ้าประจำทีมหนึ่งที่แวะเวียนมาให้เห็นกันบ้างในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายแต่น่าเสียดายที่หนนี้พวกเขาไปตกรอบเพลย์ออฟ และไม่ได้มาสร้างสีสันเหมือนกับที่สตีเฟ่น อีเวอร์เซ่น , ทอเร่ อังเดร โฟล หรือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เคยทำเมื่อ 20 ปีก่อน

ฉะนั้นก็จะเหลือเพียง 3 ทีมสมาชิกของสแกนดิเนเวียที่มาสู้ตายในเวิลด์ คัพ หนนี้นั่นคือ เดนมาร์ก , สวีเดน และ ไอซ์แลนด์

ขุนพลมนุษย์น้ำแข็ง “ไอซ์แลนด์” ม้ามืดของศึกยูโร 2016 เมื่อ 2 ปีก่อนที่ฝรั่งเศส คือชื่อแรกที่เราขอพูดถึง พวกเขาอาจตกรอบแรกไปเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่นัดแห่งความทรงจำคือการยันเสมออดีตแชมป์ 2 สมัยอย่างอาร์เจนตินาได้ในนัดเปิดสนาม

แม้จะเป็นนัดเดียวที่พวกเขาสร้างความประทับใจในฟุตบอลโลก แต่มันก็เป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ลูกหนังที่ทั่วโลกต่างชื่นชม

ส่วนเดนมาร์ก ตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยน้ำมือของอีกหนึ่งทีมเต็งแชมป์ปีนี้อย่าง โครเอเชีย และแพ้เพียงการดวลลูกจุดโทษ (ซึ่งถือว่ายื้อกับทัพตราหมากรุกได้เกินคาดกว่าที่หลายฝ่ายคิดไว้)

ฉะนั้น ในเวลาที่ท่านผู้อ่านเห็นงานเขียนฉบับนี้ ความหวังสุดท้ายของเหล่าประชาชนสแกนดิเนเวียนคือ สวีเดน ที่จะลงสนามในรอบ 16 ทีมสุดท้ายพบกับ สวิตเซอร์แลนด์

แม้ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ ต้องยอมรับว่าเหล่าแข้งเมืองหนาวทุกเชื้อชาติที่เข้ามาฟุตบอลโลกหนนี้ ไม่ได้มาเป็นไม้ประดับ แต่ผลงานและวิธีการเล่นของพวกเขาก็เป็นเรื่องราวที่น่าศึกษาเช่นเดียวกัน

ความแข็งแกร่ง

การต้องทนกับสภาพอากาศที่หนาวเย็นตั้งแต่เด็ก และฝึกซ้อมฟุตบอลภายใต้อุณหภูมิเย็นเฉียบ และต้องขุนตัวเองให้เติบโตมามีร่างกายที่สูงใหญ่กำยำ ทำให้แข้งสแกนดิเนเวียนมีลักษณะของนักกีฬาที่เป็นชายชาตรี สิ่งที่เป็นจุดเด่นของพวกเขาอยู่แล้วคือความแข็งแกร่ง ซึ่งหากวัดกันแบบไหล่ต่อไหล่ พวกเขาไม่กลัวใครทั้งสิ้น

วัดได้จากเกมรับของทั้งสามทีม ไอซ์แลนด์ สามารถยันอาร์เจนตินาด้วยสมาธิจนเก็บแต้มแรก (และแต้มเดียวในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ซึ่งก็ต้องยอมรับกับความพ่ายแพ้ใน 2 นัดท้ายด้วยศักยภาพนักเตะที่มีจำกัด)

ส่วนเดนมาร์ก เสียไปเพียงแค่ประตูเดียวจากจุดโทษ VAR ในรอบแรก และแม้โดน โครเอเชีย ไล่ตามตีเสมอในรอบ 2 แต่ก็ยันอยู่จนครบ 120 นาที ทำให้พวกเขากลับบ้านด้วยการเสียไปเพียง 2 ประตู

สวีเดนเองเสียประตูแค่เกมเดียวในนัดพบ เยอรมนี แต่อีก 2 เกมในรอบแรกพวกเขาเก็บคลีนชีทได้อย่างสวยงาม

ทั้งสามชาติมีจุดเด่นเหมือนกันในเรื่องสมาธิ พวกเขารู้ดีว่าเรื่องทักษะและความคล่องตัวสู้คู่แข่งไม่ได้ แต่อาศัยการยืนคุมพื้นที่และความกล้าหาญยืนต่ำในเขตโทษ บล็อกลูกเปิด บล็อกลูกยิง และเอาชนะการโจมตีลูกกลางอากาศทางด้านข้างทุกรูปแบบ

มันเป็นจุดแข็งของพวกเขาอยู่แล้ว และน่าชมเชยว่าความเหนียวแน่นของพวกเขาทำให้ ทั้งสามทีมสแกนดิเนเวีย เสียรวมกันเพียง 9 ประตู เท่านั้น (นับก่อนที่ สวีเดน จะฟาดแข้งกับ สวิตเซอร์แลนด์)

ยกพลขึ้นหน้าในจังหวะรุก

อีกกลยุทธ์หนึ่งที่น่าสังเกตของกลุ่มสแกนดิเนเวียนคือพวกเขาดันผู้เล่นจำนวนมากเข้าสู่กรอบเขตโทษของคู่แข่งในจังหวะที่ “ต้องเข้าทำ”

ประตูของอัลเฟรด ฟินโบกาสัน ที่ทำให้ไอซ์แลนด์ ตีเสมอ อาร์เจนตินา พวกเขาส่งผู้เล่นเข้าไปป้วนเปี้ยนที่เส้น 5 หลาถึง 3 คน รอรับลูกเปิดจากกิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน และหากรายแรกจบสกอร์ไม่ได้ ยังมีแผนกเก็บตกที่พร้อมทำประตู ซึ่ง ฟินโบกาสัน ก็เป็น 1 ใน 3 คนที่ยืนถูกที่ถูกเวลา

ประตูของ ลุดวิค ออกุสตินส์สัน ในเกมที่ สวีเดน เอาชนะ เม็กซิโก (ประตู 1-0) มาจากจังหวะที่ แข้งสวีดิชดันเข้าเขตโทษถึง 3 คน ก่อนที่ วิคเตอร์ คลาสสัน จะเตะบอลแป้กแต่กลายเป็นดีไปเข้าทางแบ็กซ้ายอย่าง ออกุสตินส์สัน ซึ่งเป็นตัวจบ

ขณะที่ประตูของ มัทเทียส ยอร์เกนเซ่น ที่ซัดให้เดนมาร์ก พลิกนำ โครเอเชีย 1-0 ตั้งแต่นาทีแรก แม้จะมาจากจังหวะทุ่มไกล แต่แข้งเดนส์วัดใจด้วยการส่งผู้เล่นไปยืนในเขตโทษถึง 6 คน ก่อนที่สุดท้ายบอลจะขลุกขลิกไปเข้าทางเซ็นเตอร์ฮาล์ฟทีม “โคนม” ที่ซัดเข้าไป

จากสามตัวอย่างแสดงให้เห็นว่าทีมจากสแกนดิเนเวียเป็นพวกกล้าได้กล้าเสีย และแม้ว่าพวกเขาไม่ได้มีสปีดต้นที่ดีแต่อาศัยจังหวะเข้าทำต้องเอาให้ได้ เป็นไงเป็นกัน จนสุดท้ายทั้ง 3 ประตูจากตัวอย่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นประตูที่สำคัญที่สุดของพวกเขาในทัวร์นาเม้นต์นี้

ชื่อชั้นในแดนกลางเป็นรอง แต่เล่นไม่เป็นรอง

ข้อนี้อาจใช้กับไอซ์แลนด์ได้เฉพาะในเกมแรกเท่านั้น กับการเล่นเกมรับเป็นระบบจนยันอาร์เจนตินาได้อยู่ แต่อีกสองเกมที่เหลือพวกเขามุทะลุหวังทำเกมรุกเข้าใส่คู่แข่งมากเกินไปจนการยืนตำแหน่งเสียสมดุล

โอเค เราขอมาพูดถึงสวีเดน และ เดนมาร์ก ซึ่งขุมกำลังแดนกลางทำให้พวกเขาเป็นทีมที่โค่นยาก และไม่จอดป้ายที่รอบแรก

มาเริ่มกันที่สองมิดฟิลด์คู่กลางของทัพ “ไวกิ้ง” อย่าง อัลบิน เอ็คดัล และ เซบาสเตียน ลาร์สสัน ที่ยันสกอร์ที่ “ไม่แพ้” ต่อเยอรมนีได้ถึง 95 นาที และจัดการกับแดนกลางของ เม็กซิโก ได้อย่างราบคาบ

ลาร์สสัน เป็นมิดฟิลด์ประสบการณ์สูงที่อ่านเกมดี และมีเทคนิคการวางบอลที่ยอดเยี่ยม ขณะเดียวกัน เอ็กดาล ก็ถือเป็นลูกหาบที่ดี และช่วย ลาร์สสัน ยืนคุมพื้นที่ต่ำในยามที่ต้องยืนโซนแพ็คเกมรับ และพร้อมตัดบอลจากคู่แข่งทุกวินาทีหากทีมต้องการเล่นเกมโต้กลับ

ไม่ต่างจาก เดนมาร์ก ที่มีทั้ง โธมัส เดลานี่ย์ และ ลาสเซ่อ เชิน ที่คอยวิ่งไล่บู๊กับบรรดาเทพมิดฟิลด์ของโครเอเชีย ทำให้ขุนพล “เดนิช ไดนาไมต์” สู้ได้ดีเกินคาดจนได้บอลไปสวนและเกือบน็อคโครแอตได้หลายครั้ง หากศูนย์หน้าของพวกเขาเฉียบคมกว่านี้

อย่างที่กล่าวไปในข้อแรก พวกเขารู้ตัวเองว่าพวกเขาเป็นรอง และไม่ได้มีเทคนิคการเล่นที่เหนือชั้น เพียงแต่ระเบียบวินัย , ความทุ่มเท และการรู้จักหน้าที่ของตัวเอง เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้พวกเขามีผลงานที่ดีในฟุตบอลโลก และทำให้ทีมสามารถเก็บผลการแข่งขันที่ดีกว่าที่พวกเขาเองคาดคิดเอาไว้

เหล่าสแกนดิเนเวียนเป็นทีมที่มักจะเข้ามาสร้างสีสันในฟุตบอลรายการใหญ่ (Major Tournaments) อยู่เสมอ ทั้งในฟุตบอลโลก และฟุตบอลยูโร และแม้พวกเขาจะไปไกลถึงขั้นเข้าชิงฯ หรือเป็นแชมป์น้อยมาก (สวีเดนเคยได้เข้าชิงฟุตบอลโลกเมื่อปี 1958 , เดนมาร์กได้แชมป์ยูโร ครั้งเดียวเมื่อปี 1992)

แต่พวกเขาก็แสดงให้คอลูกหนังทั่วโลกได้รู้ว่า พวกเขาไม่ได้แข็งแกร่งแต่เฉพาะร่างกาย หากแต่หัวจิตหัวใจ และวินัยที่ยอดเยี่ยม ทำให้พวกเขาเป็นเหล่ากลุ่มประเทศที่โค่นยาก

ไม่เชื่อก็ลองไปถาม โทนี่ โครส หรือ ลูก้า โมดริชดู พวกเขาคงจะให้คำตอบคุณไม่ต่างกัน!

 

Comments