เก่งอย่างไรให้คนเกลียด! ทำไมเนย์มาร์ไม่เป็นที่นิยมของชาวบราซิล

บทความนี้ได้รับการสนับสนุนโดย FourFourTwo Thailand

แม้เนย์มาร์จะเป็นผู้นำของทีมบราซิลชุดลุยฟุตบอลโลกครั้งนี้ แต่เจ้าตัวกลับเป็นคนที่มีปัญหากับสื่อมวลชน และแฟนบอลในประเทศ แล้วทำไมถึงเกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้น มาติดตามกันได้ที่นี่

“จากทุกหัวข้อการสัมภาษณ์ที่ถูกบันทึกไป หากมีคำถามหรือคำตอบไหนที่เราพิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม เราจะขอให้มีการตัดส่วนที่ถูกบันทึกนั้นออกไปด้วย” นี่คือใจความสำคัญในอีเมลที่เนย์มาร์ ซีเนียร์ พ่อของดาวเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลก ส่งให้กับเรเด โกลโบ สถานีโทรทัศน์ที่ใหญ่ที่สุดในบราซิล หลังจากที่บราซิลแพ้ต่อเยอรมนี 1-7 แค่เพียงไม่กี่วันเท่านั้น

มันไม่ต่างอะไรจากการห้ามเผยแพร่ เพราะเงื่อนไขในการเผยแพร่บทสัมภาษณ์เนย์มาร์ครั้งนี้คือ ต้องไม่มีคำถามที่เกี่ยวกับความพ่ายแพ้ของบราซิลในรอบรองชนะเลิศต่อเยอรมนี

และไม่ใช่แค่การถามคำถามเท่านั้น มันยังรวมไปถึงการนั่งพูดคุยผ่านรายการทีวี Fantastico ที่ด้วย และเรื่องนี้กลายมาเป็นข้อขัดแย้งของเนย์มาร์กับสถานีโทรทัศน์เจ้านี้ ทำให้ทีมงานของกองหน้าวัย 26 ปี ได้ปรึกษากัน ก่อนที่เรเด โกลโบ จะเผยแพร่เรื่องราวนี้ออกไป เดิมทีเจ้าตัวกับสถานีโทรทัศน์นี้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ซึ่งบันทึกคดีความอันเป็นความลับเล่มหนึ่งได้เผยข้อมูลว่า เนย์มาร์มีการติดต่อกับสถานีโทรทัศน์ชื่อดังของบราซิลรายนี้มาโดยตลอด ว่าจะให้พวกเขาเป็นเจ้าแรกที่ได้รับสิทธิ์ในการรับข้อมูลหรือการให้สัมภาษณ์

สายสัมพันธ์ที่(เคย)ดี

หากพูดง่ายๆ ตอนั้นเนย์มาร์ก็เป็นหนึ่งในลูกจ้างของเรเด โกลโบ เขาถูกสถานีโทรทัศน์ชื่อดังของบราซิลเล็งที่จะรวมงานด้วย เนื่องในโอกาสที่เรเด โกลโบ ฉลองครบรอบ 50 ปี ในปี 2015

ถ้าคุณอยู่ฝั่งเดียวกับบริษัทสื่อที่มีอำนาจมากที่สุดในบราซิล และมีผู้รับชมช่องของพวกเขาประมาณ 100 ล้านคนต่อวัน คุณจะกลัวอะไรอีก มันเป็นเรื่องที่ได้ประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย

แต่เมื่อเรเด โกลโบ ไม่สนใจอีเมลที่เขาส่งไปให้ อีกทั้งยังเผยแพร่การสัมภาษณ์หลังเกมที่บราซิลแพ้ไป 1-7 ทำให้เนย์มาร์คนพ่อรู้สึกเหมือนกับว่าเขาถูกทรยศ แต่เขาก็ตระหนักดีว่า เขาไม่มีพรรคพวก และไม่สามารถเชื่อใจสถานีโทรทัศน์นี้ได้ การเปิดศึกกับสื่อเจ้านี้ ก็อาจทำให้ชีวิตของลูกชายพังไม่เป็นท่าเลยก็ได้ จากการก่อกวนของสถานีโทรทัศน์รายนี้

และตั้งแต่ที่บทสัมภาษณ์ของเนย์มาร์เผยแพร่ออกมา ก็ทำให้เขาเป็นศัตรูกับคนทั้งประเทศ

กองหน้าจากเปแอสเชมักจะตกเป็นที่พูดถึงเสมอในเรื่องที่ว่าคุณชื่นชอบเขาหรือเกลียดเขา แต่กลับไม่มีใครพูดถึงการที่เจ้าตัวพาบราซิลเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายได้เลย ทุกคนดูจะสนใจแต่การพุ่งล้มของเนย์มาร์ สนใจแต่ทรงผมของเขา หรือการพูดจาหยาบคายใส่กรรมการ คู่แข่ง แม้กระทั่งเพื่อนร่วมทีมของเขาเอง เขาไม่สามารถทำให้แฟนบอลชาวบราซิลมาอยู่ข้างเดียวกับเขาได้เลย

คุณจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ทุกคนที่มีส่วนกับทีมชาติบราซิลพยายามอย่างหนักให้แฟนบอลกลับมาอยู่ข้างเดียวกับเนย์มาร์ แต่มันไม่ได้ผลเลย อีกทั้งบางคนก็ยอมแพ้ที่จะช่วยเหลือกองหน้าจอมลีลารายนี้ไปแล้ว นอกจากนี้ยังมีรายงานจากสื่อเพิ่มขึ้นตลอด ถึงเรื่องที่แฟนบอลต้องการให้ผู้จัดการทีมอย่างตีเต้ เอาเนย์มาร์ออกจากทีมไป และแฟนบอลก็ยังไล่โห่อดีตกองหน้าซานโตสอย่างหนัก

พฤติกรรมที่น่าเอือมระอา

เนย์มาร์เป็นนักเตะที่ไม่สามารควบคุมอารมณ์ได้ หากคุณยังจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโอลิมปิก 2016 ได้ เขากลายเป็นนักบอลที่ดูบ้าคลั่งในตอนนั้น

สถานีเรเด โกลโบ ได้สังเกตสิ่งที่เนย์มาร์พูดในเกมกับคอสตา ริก้า ด้วยการพยามอ่านปากของเขา และเปิดเผยว่า เนย์มาร์พึมพำเหมือนจะร้องไห้ออกมา

จูกา เคฟูรี ผู้เชี่ยวชาญฟุตบอลที่ได้รับความเคารพอย่างมากในบราซิล ได้ออกมาตำหนิพฤติกรรมของอดีตกองหน้าบราซิลที่มีต่อคนรอบข้างว่า “เนย์มาร์พยายามจะเร่งฟอร์มการเล่นออกมา หลังจากไม่ได้ลงสนามมา 3 เดือน” เคฟูรีกล่าว “เนย์มาร์เป็นหนึ่งในนักเตะที่มีพรสวรรค์มากที่สุดในโลก และเนย์มาร์ยังได้รับการปกป้องจากเพื่อนฝูง เพราะทุกคนมั่นใจในตัวเขา ตัวเนย์มาร์ ซีเนียร์เองก็เช่นกัน สิ่งที่พ่อของเนย์มาร์ทำนั้นไม่ส่งผลดีต่อเขาเลย และยังอาจทำให้เขาเป็นโรคปีเตอร์แพน ซินโดรม(เป็นอาการทางจิตที่ทำให้เด็กไม่อยากโตเป็นผู้ใหญ่) ซึ่งจะทำให้เขาเป็นเด็กไม่รู้จักโต”

หลายๆ คนในบราซิลเชื่อว่าเพื่อนๆ ของเนย์มาร์เป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้เขาเป็นเหมือนคนไม่มีวุฒิภาวะ และมันเหมือนกับว่าเขาต้องการอยู่ในโลกที่แยกออกจากผู้อื่น หรือที่ๆ เป็นโลกส่วนตัวของเขาเอง

อดีตนักฟุตบอลชื่อดัง และหนึ่งในนักข่าวที่ได้รับความเคารพมากที่สุดในบราซิลอย่างทอสเทา ก็ออกมาวิจารณ์ถึงการแสดงออกทางอารมณ์ที่มากเกินไปจากดาวยิงหมายเลข 10 ของทัพเซเลเซา

“ตีเต้ต้องเข้มงวดและตรงไปตรงมากับเนย์มาร์มากกว่านี้ และบอกให้เขาหยุดทำตัวเหมือนเด็กๆ เสียที ไหนจะเรื่องการบ่น การชวนทะเลาะ และเรื่องการพุ่งล้มเพื่อเรียกจุดโทษที่เขาทำในเกมกับคอสตา ริก้า” นักเตะบราซิลชุดแชมป์โลกปี 1970 เขียนไว้ในคอลัมน์ของหนังสือพิมพ์ Folha de Sao Paulo

“เรื่องพฤติกรรมนอกสนามอันน่าเอือมระอาของเขาก็ด้วย เขาทำเหมือนกับตัวเองเป็นดาราดังระดับโลก มันจะยังเป็นแค่ปัญหาส่วนตัวของเขาคนเดียว ถ้ามันไม่กระทบกับการเล่นฟุตบอล และจากหลายแหล่งข่าวที่ผมได้รับมา เนย์มาร์เตรียมตัวก่อนเกมได้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็ยังไม่น่ากังวลมากนัก”

ปัญหานอกสนาม

เนย์มาร์ไม่เหมือนกับลีโอเนล เมสซี่ และคริสเตียโน่ โรนัลโด้ เขาชอบให้ความสนใจกับสิ่งที่คนในชาติพูดถึงตัวเอง และบ่อยครั้ง กองหน้าจอมลีลาและเพื่อนๆ ของเขาก็แสดงให้เห็นว่ารับมือกับเรื่องดังกล่าวได้ไม่ดีเท่าที่ควร ที่รัสเซีย เพื่อนของเนย์มาร์เริ่มเปิดศึกกับกัลเวา บูเอโน่ ผู้บรรยายเกมชื่อดังของสถานีโทรทัศน์เรเด โกลโบ หลังจากที่ผู้บรรยายคนนี้กล่าวตำหนิเนย์มาร์จากจังหวะพุ่งล้มในเกมกับคอสตาริก้า

หนึ่งในเพื่อนของเนย์มาร์ได้ออกมาบอกว่าบูเอโน่เป็นแค่เศษขยะ และทำให้ประชาชนส่วนใหญ่หันมาเปิดศึกกับเพื่อนของกองหน้าจากเปแอสเช

เมื่อพ่อของเนย์มาร์ทราบข่าว เขาก็บอกให้กลุ่มเพื่อนของเนย์มาร์หยุดการกระทำนั้น และเข้าไปไกล่เกลี่ยเรื่องราวนี้กับสถานีโทรทัศน์ให้ เพื่อเป็นการสงบศึกชั่วคราว และบรรดาสหายของเนย์มาร์ก็ไม่ได้ก่อเรื่องอะไรในเกมที่บราซิลเจอกับเซอร์เบีย

ส่วนบูเอโน่นั้น เขาได้พูดเป็นนัยๆ ถึงตัวเนย์มาร์ ว่ากองหน้ารายนี้ไม่ใช่ผู้เล่นคนสำคัญของทัพเซเลเซา หลังจากที่เปาลินโญ่ยิงประตูได้ในเกมกับเซอร์เบีย ผู้บรรยายเกมรายนี้ก็กล่าวในช่วงพักครึ่งว่า

“ใครกันที่จ่ายบอลให้เปาลินโญ่ ก็ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ดาวเด่นของทีมไงล่ะ มันเป็นฟอร์มการเล่นที่มหัศจรรย์จากคูตินโญ่ ซึ่งเป็นนักเตะที่ดีที่สุดของบราซิลในฟุตบอลโลกหนนี้” ซึ่งบูเอโน่ไม่ได้กล่าวถึงซูเปอร์สตาร์หมายเลข 10 ของบราซิล แม้แต่คำเดียว

ทีมงานฟุตบอลโลกของบราซิลพยายามทุกทางที่จะปกป้องกองหน้าวัย 26 ปี จากปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นกับเขาอีก โดยก่อนเกมกับเม็กซิโกในรอบ 16 ทีมสุดท้าย เนย์มาร์เป็นผู้เล่นตัวจริงคนเดียวที่ไม่ได้เข้าร่วมการแถลงข่าว และเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่การเก็บตัวลุยศึกฟุตบอลโลก นับเป็นเวลาประมาณเดือนกว่าๆ

นักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลกปฏิเสธการให้สัมภาษณ์กับสื่อมากกว่า 400 คน ที่มารอเขาในจุดให้สัมภาษณ์ หลังจบเกมกับคอสตา ริก้า โดยเนย์มาร์ตอบกับนักข่าวที่ขอสัมภาษณ์ว่า “ไม่ใช่วันนี้ครับ”

แต่เนย์มาร์เองก็ดูจะแข็งแกร่งพอที่จะรับมือกับปัญหาซึ่งรายล้อมตัวเขาได้ โดยเอดู กาสปาร์ อดีตนักเตะของอาร์เซนอล ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานของสมาคมฟุตบอลบราซิลที่รัสเซีย ได้ออกมาพูดถึงรุ่นน้องในชาติว่า

“เขา(เนย์มาร์) ไม่เป็นไร เขารู้ดีว่าตัวเองเป็นผู้เล่นที่แข็งแกร่ง เขาพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นในการแข่งขันครั้งนี้ และในใจของเขาก็ไม่มีเรื่องอะไรมาทำให้วอกแวกได้”

และถ้าเรื่องที่เอดูพูดเป็นจริงล่ะก็ แฟนบอลชาวบราซิลอาจจะกลับมาตกหลุมรักในตัวนักเตะคนนี้อีกครั้งก็ได้

 

 

Comments