FOX Rewind : World Cup Memories อิหร่าน-สหรัฐ”ดับไฟสงครามด้วยลูกหนัง”

ฟุตบอลโลก ปี 1998 ที่ประเทศฝรั่งเศส หลายคนอาจฝังใจถึงเกมในรอบชิงชนะเลิศ หลายคนอาจคิดถึงใบแดงของ เดวิด แบ็คแฮม บางคนอาจคิดถึงม้ามืดอย่าง ทีมชาติโครเอเชีย ซึ่งมีเกมหนึ่งที่อาจไม่ใช่บิ๊กแมตช์ระดับยักษ์ชนยักษ์ แต่เชื่อหรือไม่ว่าเกมที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ กลายเป็นที่สนใจและจับตาจากแฟนบอลรวมไปถึงคนทั่วโลก โดยเกมที่ว่าก็คือการแข่งขัน ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 1998 ในรอบแรกที่ ทีมชาติสหรัฐอเมริกา พบกับ ทีมชาติอิหร่าน ซึ่งอันที่จริงแล้ว เกมดังกล่าวอาจไม่เป็นที่สนใจมากนัก หากเวลาไม่ประจวบเหมาะกับช่วงที่สถานการณ์ทางการเมือง และทางทหารของทั้งสองชาติกำลังฮึ่มฮั่มเข้าใส่กัน ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยโดยรอบสนามแบบเข้มงวดสุดๆ

โดยสถานการณ์ในห้วงเวลานั้น สหรัฐฯ ของ จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช ยื่นคำขาดให้ รัฐบาลอิหร่าน ยุติการเสริมสมรรถภาพยูเรเนียม ในขณะเดียวกันแม้ อิหร่านกลับตอบโต้สหรัฐฯ ด้วยการประกาศไม่ยุติการพัฒนาแร่ฯ นั่นจึงสาเหตุหลักของแผนการ คว่ำบาตร อิหร่าน ในเวลานั้น อย่างไรก็ตามฝ่ายสหรัฐฯและสหภาพยุโรปไม่ต้องการคว่ำบาตร อิหร่าน เพราะจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างมาก เนื่องจาก อิหร่าน เป็นแหล่งน้ำมันรายใหญ่ของโลก ฝ่ายอิหร่านจะได้รับการช่วยเหลือจากกลุ่มประเทศยุโรปทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี ซึ่งอันที่จริงสองชาตินี้เป็นไม้เบื่อไม้เมามาตั้งแต่ยุคที่มีการปฏิวัติอิสลามเมื่อ 20 กว่าปีก่อนด้วยซ้ำไป

กลับมาที่เรื่องราวในสนามในช่วงเวลาเดียวกันที่ ขุนพลแดนมะกัน จะต้องฮ่ำหั่นกับ นักรบเปอร์เซีย ซึ่งเกมนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่น่าจดจำ ทั้งก่อนเริ่้มเกมที่บรรดานักเตะ ทีมชาติอิหร่าน ถือช่อดอกไม้คนละช่อเพื่อมอบให้แข้งจากแดนลุงแซมแบบตัวต่อตัว เพื่อเป็นการแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ว่า ฟุตบอลสร้างมิตรภาพ ซึ่งผู้เล่นทั้่งสองทีมก็ยิ้่มแย้มให้กันฉันท์พี่น้อง นอกจากนี้ภาพประวัติศาสตร์ของวงการลูกหนังโลกก็เกิดขึ้นเมื่อผู้เล่นของทั้งสองทีมเดินมารวมตัวกันในสนามเพื่อให้ช่างภาพนับร้อยได้ลั่นชัตเตอร์เก็บภาพความทรงจำครั้งนี้

โดยก่อนเกมจากเริ่มขึ้น ทีมชาติอิหร่าน ได้เดินไปโบกมือและแสดความเคารพแฟนบอลเลือดมะกัน ในขณะที่ขุนพลจาก USA ก็เดินไปทักทายแฟนบอลของอิหร่านเช่นเดียวกัน เรียกเสียงปรบมือดังระงมลั่น สต๊าด เดอ แชร์กลอง ในวันที่ 21 มิถุนายน ปี 1998 สำหรับ ทีมชาติอิหร่าน ในตอนนั้นอุดมไปด้วยแข้งตัวเอ้ของเอเชียทั้งสิ้น แถมยังมีผู้เล่นที่ค้าแข้งในเยอรมันหลายคนทั้ง เมนดี้ มาดาวิเคียห์ ,คาริม บาเกรี่ ,โคดาดัด อาซิซี่ รวมไปถึงศูนย์หน้าเบอร์หนึ่งในตอนนั้นอย่าง อาลี ดาอี

ในขณะที่ ทีมชาติสหรัฐอเมริกา ก็ถือมีผู้เล่นชั้นนำพอสมควร ทั้ง เคซี่ย์ เคลเลอร์ ,เอ็ดดี้ โป๊ป ,ไบรอัน แม็คไบร์ รวมไปถึง เคลาดิโอ เรย์น่า ซึ่งทันทีที่เสียงนกหวีดดังขึ้น มิตรภาพที่ก่อตัวขึ้นก่อนเกมจำเป็นหยุดเอาไว้ก่อน เพราะทั้งสองทีมต่างต้องการชัยชนะ และเล่นกันแบบสู้ตายถวายชีวิต เปรียบเสมือนนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกยังไงอย่างงั้น โดยเกมนี้เป็นตัวแทนจากเอเชียที่ออกนำไปก่อนจาก ฮามิด เอสตีลี่ นาทีที่ 41 ก่อนจะจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ดังกล่าว

ครึ่งหลังด้วยศักดิ์ศรีทำให้ อเมริกา ต้องโหมเป็นพายุเฮอร์ริเคน แต่กลับโดนทีเด็ดของ เมนดี้ มาดาวิเคียห์ ที่ซดประตูที่สองในนาทีที่ 83 พร้อมวิ่งดีใจทั้งน้ำตาเป็นคนบ้า ซึ่งภาพนี้น่าจะติดตาแฟนบอลหลายคนที่ชมเกมในวันนั้น อย่างไรก็ตาม แข้งแดนมะกันยังคงไม่ยอมแพ้ เมื่อได้ประตูจุดประกายในช่วง 3 นาทีสุดท้ายจาก ไบรอัน แม็คไบร์ แต่สุดท้ายก็ไล่ไม่ทัน จบเกม ทีมชาติอิหร่าน เอาชนะ ทีมชาติสหรัฐอเมริกา 2-1 แบบที่เรียกได้ว่ามีเหตุการณ์ให้พูดถึงเต็มไปหมดสำหรับเกมนี้

Comments