เช็คโปรไฟล์ 32 ทีมฟุตบอลโลก : กลุ่ม F

เมื่อฟุตบอลโลก 2018 ใกล้เข้ามาทุกขณะ FOX Sports Asia จึงขอทำหน้าที่วิเคราะห์เจาะลึกจุดเด่น-จุดด้อย และสไตล์ของแต่ละทีมในกลุ่มให้แฟนบอลได้รับชม มาทำความรู้จักสมาชิกในกลุ่ม F กัน

กลุ่ม F

 

สมาชิกร่วมกลุ่ม : เยอรมนี , เม็กซิโก , สวีเดน , เกาหลีใต้

เยอรมนี

เข้าร่วมฟุตบอลโลกก่อนหน้านี้ : 18 ครั้ง

ผลงานที่ดีที่สุด : แชมป์โลก 4 สมัย (1954 , 1974 , 1990 , 2014)

จุดแข็ง : เยอรมนีมีจุดเด่นที่การเล่นเป็นทีม ไม่นิยมระบบซูเปอร์สตาร์ ไม่มีใครเด่นดังกว่าใคร ทุกคนต้องเล่นอยู่ภายใต้ระบบ ซึ่งระบบทีมของพลพรรคด๊อยท์ชลันด์นั้น สืบทอดมารุ่นสู่รุ่น และทีมเวิร์คที่แข็งแกร่งที่ไม่ได้ยึดติดกับตัวนักเตะ ทำให้ทัพ “อินทรีเหล็ก” คือ 4 ทีมสุดท้ายของฟุตบอลโลกมาตลอด นับตั้งแต่ปี 2002

จุดอ่อน : แฟนบอลตั้งคำถามถึงเกมรับของเยอรมนี ที่ไม่ได้ทรงพลานุภาพเหมือนเมื่อก่อน ไม่ว่าจะเป็นการร้างสนามไปนานของ มานูเอล นอยเออร์ ที่ต้องรอดูว่าจะพร้อมหรือไม่กับการเฝ้าเสาในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ขณะที่ในแนวรับ เจอโรม บัวเต็ง คู่ขาของ มัตต์ ฮุมเม่ลส์ อาจก่อจังหวะผิดพลาดให้เห็นอีกเหมือนในศึกยูโร 2016 เมื่อ 2 ปีก่อน

สไตล์การเล่น : เยอรมนีใช้การเคลื่อนที่ของผู้เล่นที่ไม่มีบอลเป็นสำคัญ แต่ละคนไม่มีตำแหน่งตายตัว และพร้อมสอดประสานเพื่อเคลื่อนเกมขึ้นไปด้านหน้า เพื่อทำประตูคู่แข่ง

สตาร์โดดเด่น : โธมัส มุลเลอร์ (บาเยิร์น มิวนิค)

มุลเลอร์อาจไม่ใช่สตาร์ที่โดดเด่นที่สุดในทีมชุดนี้ แต่หากพูดถึงทัวร์นาเม้นต์ที่ถูกโฉลกที่สุดของเขา นั่นก็คือฟุตบอลโลก เขาทำไป 5 ประตูในปี 2010 และอีก 5 ประตูในปี 2014 อีกเพียง 7 ประตูจะกลายเป็นนักเตะที่ยิงประตูสูงสุดในฟุตบอลโลกตลอดกาล แซงหน้ารุ่นพี่อย่าง มิโรสลาฟ โคลเซ่ อยู่ที่ว่าตัวเขาจะทำสำเร็จหรือไม่?

ความคาดหวัง : ชาติที่ 3 ที่ป้องกันแชมป์ฟุตบอลโลกได้สำเร็จ (อิตาลีเคยทำได้ในปี 1934 , 1938 และบราซิล เคยทำได้ในปี 1958 , 1962)

โอกาสที่น่าจะเป็น : ไม่มีใครสงสัยว่า “อินทรีเหล็ก” คือเต็งแชมป์ ประสบการณ์และการเล่นเป็นทีมนำพาพวกเขาเข้าสู่รอบลึกๆได้เสมอ ปัญหาคือพวกเขาจะไปถึงแชมป์ได้หรือเปล่า ทุกอย่างอยู่ที่รายละเอียดระหว่างเกม ว่าพวกเขาจะใช้จุดแข็งของตัวเองให้เป็นประโยชน์ และกลบจุดอ่อนของตัวเองได้มากน้อยแค่ไหน

แต่ที่แน่ๆ ไม่มีใครกล้ากาชื่อ เยอรมนี ทิ้งจากสารบบทีมลุ้นแชมป์ฟุตบอลโลก

เม็กซิโก

เข้าร่วมฟุตบอลโลกก่อนหน้านี้ : 15 ครั้ง

ผลงานที่ดีที่สุด : รอบก่อนรองชนะเลิศ (1970 , 1986)

จุดแข็ง : ทัพนักเตะจังโก้มีเทคนิคเฉพาะตัวที่ยอดเยี่ยม ไปกับบอลได้ดี และทำประตูได้จากหลากหลายรูปแบบ แถมหลายคนมีประสบการณ์การเล่นในลีกยุโรปมา ที่สำคัญด้วยความที่ช่วงหลัง ขุนพลจากอเมริกาเหนือแทบจะมาฟุตบอลโลกตลอดแบบไม่ขาดสอบ นักเตะส่วนใหญ่จึงคุ้นชินกับฟุตบอลรายการใหญ่แบบนี้อยู่แล้ว และไม่ค่อยมีอาการตื่นสนาม

จุดอ่อน : ชุดผู้เล่นของเม็กซิโกหนนี้แทบไม่ต่างอะไรกับเมื่อ 4 ปีก่อน เสริมด้วยแข้งดาวรุ่งบางรายในแดนหน้าอาทิ เออร์วิ่ง โลซาโน่ เท่านั้น ฉะนั้นหากจะหวังให้ไปไกลกว่าเดิมก็คงจะยากเสียหน่อย โดยเฉพาะในช่วงที่ดาวยิงตัวความหวังอย่าง ฮาเวียร์ ชิชาริโต้ เอร์นานเดซ อยู่ในช่วงขาลงเสียด้วย

สไตล์การเล่น : แม้จะมีเกมรุกที่หลากหลาย แต่ส่วนใหญ่การเข้าทำของแข้งจังโก้จะใช้ความสามารถเฉพาะตัวของผู้เล่นริมเส้นเป็นหลัก ฉะนั้นเราน่าจะได้เห็นการโชว์ดวล 1-1 จาก โลซาโน่ หรือ เฮซุส โคโรน่า มากเป็นพิเศษ

สตาร์โดดเด่น : เออร์วิ่ง โลซาโน่ (พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น)

อย่าแปลกใจที่ไม่ใช่ชื่อของ ชิชาริโต้ เนื่องจากดาวเตะเจ้าของฉายา “ถั่วน้อย” (ซึ่งตอนนี้อายุก็ไม่น้อยแล้ว) ฟอร์มตกอย่างหนักกับต้นสังกัดปัจจุบันอย่างเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ฉะนั้นความหวังสูงสุดน่าจะอยู่ดีดาวรุ่งสายเลือดใหม่อย่าง โลซาโน่ แข้งจากพีเอสวี ที่พาทีมคว้าแชมป์ลีกดัตช์เมื่อฤดูกาลก่อน โลซาโน่มีจุดเด่นทั้งสายสปีด , การเลี้ยงบอลทะลุทะลวง และการยิงประตู ฉะนั้นน่าจะช่วยทีมได้มากเมื่ออยู่ในสถานการณ์คับขัน

ความคาดหวัง : เข้าไปเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้ายให้ได้อีกครั้ง

โอกาสที่น่าจะเป็น : เม็กซิโกไม่ตกรอบแรกมาแล้ว 40 ปี และหากนับตั้งแต่ปี 1994 เป็นต้นมา พวกเขาจะผ่านรอบแรกและไปจอดที่รอบ 16 ทีมสุดท้าย หนนี้ด้วยตัวผู้เล่นส่วนใหญ่ไม่ได้พลิกแพลงไปจากเดิม มองแล้วยากหากจะหวังทำผลงานให้ดีกว่าครั้งก่อน แต่ด้วยสมาชิกอีกสองทีมในกลุ่มอย่าง สวีเดน ที่มีปัญหาอย่างหนักในเกมรุก และ เกาหลีใต้ ทีมจากเอเชียที่ยังไม่แข็งแกร่งพอ ทัพจังโก้น่าจะผ่านรอบแรกไปได้ด้วยการเป็นรองแชมป์กลุ่ม แต่น่าจะไปตกม้าตายในรอบขาประจำอย่าง 16 ทีมสุดท้ายเช่นเดิม

สวีเดน

เข้าร่วมฟุตบอลโลกก่อนหน้านี้ : 11 ครั้ง

ผลงานที่ดีที่สุด : รองแชมป์ (1958)

จุดแข็ง : ทัพไวกิ้งเสียไปเพียง 9 ประตูเท่านั้นในรอบคัดเลือก อีกทั้งยังต้านทานพายุเกมรุกและเบียดยักษ์ใหญ่ตลอดกาลอย่าง อิตาลี ตกรอบคัดเลือกเป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปี ฉะนั้นระบบเกมรับของ สวีเดน หนักแน่นและเชื่อถือได้ และน่าจะเป็นทีมที่โดนเจาะประตูยากที่สุดทีมหนึ่งในเวิลด์ คัพหนนี้

จุดอ่อน : สวีเดน ทำได้ถึง 26 ประตูในรอบคัดเลือก แสดงให้เห็นถึงเกมรุกที่ดีเช่นกัน แต่ทุกอย่างกลับหายไปในเกมอุ่นเครื่องระยะหลัง ซึ่งลูกทีมของ ยานเน่ แอนเดอร์สสัน แทบจะทำประตูทีมใดไม่ได้เลย สื่อหลายสำนักคาดเดาไปว่าน่าจะเป็นเพราะการไม่มี ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ทำให้ทีมขาดความเด็ดขาดในแดนหน้าไป ขณะที่สตาร์เบอร์ 1 ที่พร้อมจะขึ้นมาแทนอย่าง เอมิล ฟอร์สเบิร์ก ก็ฟอร์มตกกับต้นสังกัดในฤดูกาลล่าสุด ฉะนั้นโจทย์ที่แอนเดอร์สสัน ต้องแก้ในฟุตบอลโลกหนนี้ ไม่ใช่เกมรับ แต่เป็นเกมรุกต่างหาก ว่าเซตเกมกันอย่างไรจึงจะทำประตูได้

สไตล์การเล่น : สวีเดนเน้นขึ้นเกมทางริมเส้นเป็นหลักโดยให้แบ็กสองฝั่งคอยช่วยเติมเกม หรือไม่ก็ใช้บอลไดเร็กต์จากแดนตัวเองเพื่อให้ศูนย์หน้าคอยเก็บบอลในเขตโทษของคู่แข่ง และเปิดช่องให้แถวสองเติมขึ้นมาทำประตู ซึ่งหลายครั้งในรอบคัดเลือก ที่พวกเขาได้ประตูลักษณะนี้

สตาร์โดดเด่น : เอมิล ฟอร์สเบิร์ก (แอร์เบ ไลป์ซิค)

สตาร์วัย 26 ปีได้รับการคาดหมายว่าจะแบกทีมแทน อิบราฮิโมวิช ด้วยผลงานติดทีมชาติ 36 นัดทำไป 6 ประตู ฟอร์สเบิร์กเป็นตัวริมเส้นเชิงสูงที่มีเทคนิคการเปิดป้อนบอลที่ดี และยิงประตูได้แม่นยำ ฉะนั้นหากทัพไวกิ้งที่เกมรุกสุดฝืดในพักหลังจะหวังถึงประตู ก็คงคาดหวังได้จากแข้งแห่งสโมสรกระทิงแดงรายนี้

ความคาดหวัง : เข้ารอบรองชนะเลิศให้ได้เหมือนเมื่อปี 1994

โอกาสที่น่าจะเป็น : หาก ยานเน่ แอนเดอร์สสันยังแก้ปัญหาเกมรุกไม่ได้ ดูท่าจะลำบาก เพราะพวกเขาจำเป็นต้องชนะอย่างน้อยหนึ่งนัดหากหวังลุ้นเข้ารอบ แต่เกมรับที่เหนียวแน่นอาจส่งผลดีต่อทีมก็ได้ เพราะการไม่เสียประตู อย่างน้อยก็ทำให้ทีมไม่แพ้ และอาจถูลู่ถูกังเข้ารอบต่อไปในฐานะม้ามืด สวีเดน เป็นทีมที่เข้ารอบฟุตบอลโลกมาด้วยโควตาของอิตาลี พวกเขาอาจสร้างความประหลาดใจอะไรสักอย่างก็เป็นได้ในเวิลด์คัพ ครั้งนี้

เกาหลีใต้

เข้าร่วมฟุตบอลโลกก่อนหน้านี้ : 9 ครั้ง

ผลงานที่ดีที่สุด : อันดับ 4 (2002)

จุดแข็ง : เป็นทีมจากเอเชียที่มีเกมรุกดุดันมากที่สุดทีมหนึ่ง ความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะในทีมดีพอใช้ ที่สำคัญประสบการณ์ในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายหลายครั้งหลายคน (และมีผู้เล่นถึง 4 คนที่เล่นอยู่ในลีกยุโรปอยู่แล้ว) น่าจะทำให้เกาหลีใต้ ไม่กลัวเมื่อต้องเผชิญหน้ากับทีมจากต่างทวีป

จุดอ่อน : ทัพโสมแดงชุดนี้เสียประตูค่อนข้างง่ายไปหน่อย เพราะผู้เล่นเกมรับส่วนใหญ่เล่นอยู่ในลีกของตัวเอง และแน่นอนมีโอกาสโดนโจมตีด้วยลูกกลางอากาศ ซึ่งเป็นจุดอ่อนของทัพโสมขาวมานานแสนนาน

สไตล์การเล่น : เกาหลีใต้มีเกมริมเส้นที่วูบวาบ และทำประตูได้จากลูกฉาบฉวยรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นลูกซ้ำ หรือ ฟรีคิก การหาพื้นที่ในกรอบเขตโทษสำคัญมาก หากทีมแดนกิมจิต้องการประตูในฟุตบอลโลกครั้งนี้

สตาร์โดดเด่น : ซน เฮือง มิน (ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์)

รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของเอเชีย 2 สมัย ไม่ได้มาเพราะโชค นั่นเป็นเพราะ ซน พัฒนาฝีเท้าของตัวเองจนเป็นหนึ่งในตัวริมเส้นที่น่าจับตามองที่สุดคนหนึ่งในพรีเมียร์ลีก อังกฤษฤดูกาลที่แล้ว อดีตดาวเตะเลเวอร์คูเซ่น มีจุดเด่นคือความเร็ว , การเก็บบอลได้อย่างเหนียวแน่น และอีกประการหนึ่งที่สำคัญที่สุด คือการเล่นกับไลน์แนวรับคู่แข่ง และพร้อมจะสอดทะลุไลน์ หลุดเดี่ยวไปดวลกับผู้รักษาประตูฝั่งตรงข้ามได้ทุกเมื่อ ฝีเท้าของ ซน นำหน้าเพื่อนไปหลายช่วงตัว ฉะนั้นเขาคือดาราชูโรงของแข้งเกาหลีใต้ชุดนี้

ความคาดหวัง : ผ่านเข้ารอบให้ได้ลึกที่สุด ซึ่งรอบ 8 ทีมสุดท้าย น่าจะเป็นเป้าหมายที่พวกเขาตั้งไว้

โอกาสที่น่าจะเป็น : กลุ่มของแข้งโสมขาวค่อนข้างหนัก และเหลือพื้นที่ให้ช่วงชิงเพียงรองแชมป์กลุ่มเท่านั้น เม็กซิโกเป็นทีมจากโซนอเมริกาที่เทคนิคจัดจ้าน ส่วนสวีเดนก็เป็นทีมจากยุโรปที่มีสรีระสูงใหญ่และแข็งแกร่ง ดูแล้วยากที่เกาหลีใต้ชุดนี้จะผ่านไปได้ แม้จะเอาใจช่วยทีมจากเอเชียด้วยกัน แต่หากมองตามหน้าเสื่อ โอกาสผ่านรอบแรกน่าจะน้อยที่สุดหากเทียบกับอีกสามทีมที่เหลือ

 

Comments