FOX Flashback: World Cup 1998-2006 – Il Fenomeno v Zizou

ก่อนที่ฟุตบอลโลก 2018 จะเริ่มทำการแข่งขันในกลางเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ FOX Sports Asia ภาคภาษาไทยจึงขอทุกท่านย้อนอดีตไปทำความรู้จักฟุตบอลโลกตั้งแต่ครั้งแรกที่อุรุกวัยไปถึงครั้งล่าสุดที่บราซิล

1998 – ชัยชนะของซีดานบนแผ่นดินเกิด

1994 โรนัลโด้เป็นวัยรุ่นวัย 17 ปีที่มีโอกาสติดทีมชาติบราซิลชุดคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 4 ถึงจะได้แชมป์แต่ก็เขาก็คงไม่มีโอกาสลงสนามแม้แต่วินาทีเดียว ส่วนซีเนอดีน ซีดาน ทำได้แค่ดูผ่านหน้าจอโทรทัศน์ เพราะฝรั่งเศสไม่ผ่านรอบคัดเลือก

ฟุตบอลโลก 1998 ฝรั่งเศสรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ ฟุตบอลโลกในครั้งนี้ เพิ่มจำนวนทีมที่เข้ารอบสุดท้ายจาก 24 เป็น 32 ทีม โดยมีญี่ปุ่น, โครเอเชีย, จาไมกาและแอฟริกาใต้ ผ่านเข้ารอบสุดท้ายเป็นครั้งแรก

โรนัลโด้ในตอนนั้นอยู่ในวัย 21 ปี เพิ่งพาทีมอินเตอร์มิลานคว้าแชมป์ยูฟ่า คัพ ประสานงานกับกองหน้ารุ่นพี่อย่างเบเบโต้ โดยมีริวัลโด้คอยสนับสนุนเกมรุก โรนัลโด้ทำได้ 4 ประตูในรายการนี้ โดยรอบแรกยิงไป 1 ประตูในเกมชนะโมร็อกโก 3-0, รอบ 16 ทีมสุดท้ายยิงได้ 2 ประตูในเกมชนะชิลี 4-1 และ 1 ประตูในรอบรองชนะเลิศที่เสมอเนเธอร์แลนด์ 1-1 ก่อนเอาชนะในการดวลจุดโทษ 4-2 ผ่านเข้าไปรอบชิงชนะเลิศได้ในที่สุด

ส่วนซีดานนั้น ไม่สามารถทำประตูได้ตั้งแต่รอบแรกจนถึงรอบรองชนะเลิศ แต่เขาเป็นตัวขับเคลื่อนทีมให้เจ้าภาพเดินทางมาถึงรอบชิงชนะเลิศที่แซงต์ เดอนีส์

รอบชิงชนะเลิศ กลับเป็นโรนัลโด้ที่โชว์ฟอร์มได้ดีในรอบก่อนหน้านี้ เกิดมีอาการป่วยกระทันหันก่อนเกม แต่ยังคงมีชื่อเป็น 11 ตัวจริง แต่จากอาการป่วยของโรนัลโด้ ทำให้แนวรุกเป็นอัมพาต ไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้ดีเหมือนรอบที่ผ่านมา กลายเป้นทางฝรั่งเศสที่โชว์ฟอร์มดีกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งซีดาน ที่ทำได้ 2 ประตูในเกมนี้ แม้มาร์กแซล เดอไซญี่จะโดนไล่ออกจากสนาม แต่ฝรั่งเศสยังได้ประตูปิดท้ายจากเอมมานูเอล เปอตีต์ ช่วยให้ฝรั่งเศสชนะบราซิลไป 3-0 คว้าแชมป์โลกไปครองเป็นสมัยแรก

2002 – โรนัลโด้ดาวซัลโวบนแผ่นดินเอเชีย

ฟุตบอลโลกครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ได้จัดบนแผ่นดินเอเชีย โดยมีญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพร่วมครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ฟุตบอลโลกในครั้งนี้มีจีน, เอวาดอร์, เซเนกะัล และสโลวีเนีย เข้าร่วมการแข่งขันเป็นครั้งแรก

ฝรั่งเศสเจข้ารอบสุดท้ายโดยอัตโนมัติในฐานะแชมป์เก่า แต่พวกเขาไม่สามารถใช้งานซีเนอดีน ซีดานได้ใน 2 เกมแรกที่แพ้เซเนกัล 0-1 และเสมออุรุกวัย 0-0 เนื่องจากซีดานมีอาการบาดเจ็บที่น่อง ทำให้นัดสุดท้ายที่พบเดนมาร์กต้องส่งซีดานลงสนาม แต่สุดท้ายก็พ่ายเดนมาร์กไป 0-2 ตกรอบแรกแบบไม่สามารถยิงประตูทีมใดได้เลย

ต่างจากโรนัลโด้ ที่ยิงได้ 4 ประตูจาก 3 นัดในรอบแรก, 1 ประตูในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่สามารถเอาชนะเบลเยี่ยม 2-0 และ 1 ประตูในรอบรองชนะเลิศที่ชนะตุรกี 1-0ผ่านเข้าชิงชนะเลิศไปพบกับเยอรมนีที่เอาชนะเกาหลี

รอบชิงชนะเลิศเป็นการพบกันระหว่าง บราซิล ที่ทำประตูรวมกันถึง 16 ประตูนับตั้งแต่รอบแรก และเยอรมันที่เสียประตูไปแค่ลูกเดียว ผลปรากฏว่าเป็นโรนัลโด้ที่ทำ 2 ประตูช่วยให้บราซิลคว้าแขมป์โลกไปครองเป็นสมัยที่ 5 พร้อมคว้ารางวัลดาวซัลโวสูงสุดประจำรายการที่ 8 ประตู ซึ่งถือเป็นดาวซัลโวที่ยิงมากกว่า 6 ประตูนับตั้งแต่ปี 1970 เป็นต้นมา

2006 – ซีดานชนะโรนัลโด้ แต่ไม่ได้เป็นแชมป์

ฟุตบอลโลกในครั้งนี้ เยอรมนีรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ แต่บราซิลแชมป์เก่าไม่ได้สิทธิ์เข้ารอบสุดท้ายโดยอัตโนมัติในฐานะแชมป์เก่า ต้องลงเล่นในรอบคัดเลือก โดยมีอังโกล่า, สาธารณรัฐเช็ก, กานา, ไอวอรี่โคสต์, โตโก, ตรินิแดดและโตเบโก, ยูเครน และเซอร์เบียและมอนเตเนโกร เข้าร่วมการแข่งขันการเป็นครั้งแรก

โรนัลโด้ ยังคงทัพนำบราซิลไล่ล่าแชมป์สมัยที่ 6 ร่วมกับซุปเปอร์สตาร์อย่างโรนัลดินโญ่, กาก้า, โรบินโญ่ และอาเดรียโน่ โดยผลงานตั้งแต่รอบแรกถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย บราซิลชนะ 4 นัดรวด ยิงได้ 10 ประตู เสียเพียง 1 ประตู

ส่วนฝรั่งเศสมีซีเนอดีน ซีดานเป็นกัปตันทีมและประกาศว่าฟุตบอลโลกครั้งนี้คือฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายในชีวิตของเขา ในรอบแรกฝรั่งเศสทำได้แค่เสมอสวิตเซอร์แลนด์ 0-0, เสมอเกาหลีใต้ 1-1 ก่อนชนะโตโก 2-0 ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายชนะสเปนไป 3-1 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศไปกับบราซิล

เกมรอบก่อนรองชนะเลิศทั้ง 2 ทีมเล่นได้อย่างสูสี ก่อนซีดานเปิดลูกฟรีคิกให้เธียร์รี่ อองรี ชาร์จจ่อๆเข้าไป เป็นประตูชัยให้ฝรั่งเศสผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ไปพบกับโปรตุเกส และเป็นซีดานซัดจุดโทษให้ทีมผ่านรอบชิงชนะเลิศไปพบกับอิตาลี ที่เอาชนะเยอรมนีเจ้าภาพ 2-0

ในรอบชิงชนะเลิศ ซีดานเกือบเป็นฮีโร่ เมื่อชิปลูกจุดโทษให้ฝรั่งเศสขึ้นนำตั้งแต่ 7 นาทีแรก ก่อนที่มาร์โก มาเตรัซซี่ จะโหม่งตีเสมอในนาทีที่ 15 และเป็นมาเตรัซซี่ที่ก่อสงครามประสาททำให้ซีดานตบะแตก ใช้ศีรษะโขกเข้าไปที่หน้าอกของมาเตรัซซี่ กรรมการจึงแจกใบแดงให้ซีดานออกจากสนาม

เกมระหว่างฝรั่งเศสกับอิตาลี ยืดเยื้อถึงการดวลจุดโทษ และเป็นอิตาลีที่มีความแม่นยำกว่า เอาชนะในการดวลจุดโทษ 5-3 คว้าแชมป์โลกไปครองเป็นสมัยที่ 4

และนั้่นคือการลงเล่นฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของซีเนอดีน ซีดานและโรนัลโด้

 

 

 

 

 

 

Comments