บีฟอร์ไฟนอล : ทุกอย่างที่คุณต้องรู้ก่อนชิงดำ UCL หงส์-ราชัน

ก่อนที่ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ ระหว่าง ตัวแทนจากสเปน “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด พบกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมจากเกาะอังกฤษ จะเริ่มขึ้นในวันเสาร์นี้ FOX Sports Asia ภาคภาษาไทย ได้รวบรวมข้อมูลต่างๆที่คุณต้องรู้มาไว้ที่นี่

ข้อมูลทั่วไป

นัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2017-18

เรอัล มาดริด จะเผชิญหน้ากับ ลิเวอร์พูล เป็นครั้งแรกในนัดชิงชนะเลิศของรายการนี้ นับตั้งแต่ปี 1981 ซึ่งในปีนั้น เป็น หงส์แดง ที่เฉือนชนะ ราชันชุดขาว 1-0 จากลูกยิงของ อลัน เคนเนดี้

โดย แชมป์ 12 สมัย อย่าง เรอัล มาดริด ลุ้นทำสถิติเป็นทีมแรกที่ชูถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ครองแชมป์สามปีติดต่อกันนับตั้งแต่เปลี่ยนจากยูโรเปี้ยน คัพ เป็น แชมเปี้ยนส์ ลีก ในขณะที่ ลิเวอร์พูล ต้องการจะคว้าแชมป์สมัยที่ 6 ของประวัติศาสตร์สโมสร

เตะเมื่อไหร่?

วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม 2018 เวลา 01.45 น. (ตามเวลาประเทศไทย)

เตะที่ไหน?

นัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2018 จะแข่งขันกันที่สนาม NSC Olimpiyskiy Stadium, กรุงเคียฟ, ประเทศยูเครน ซึ่งเป็นสนามเหย้าของสโมสร ดินาโม เคียฟ ทีมดังในลีกยูเครน

โดยสนามแห่งนี้ เคยเป็นสังเวียนนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลยูโร 2012 ที่สามารถจุแฟนบอลได้ถึง 63,000 คน และเป็นสนามที่ใหญ่ที่สุดอันดับสองของฝั่งยุโรปตะวันออก ถ่ายทอดสดช่องอะไร?

PPTV, beIN SPORTS 1 และ beIN SPORTS 2

กรรมการในนัดชิงชนะเลิศ

ผู้ติดสินในเกมนี้ ส่วนใหญ่แล้วเป็นผู้ตัดสินชาวเซอร์เบีย โดยจะมีผู้ตัดสินที่ 4 เท่านั้นที่มาจากฝรั่งเศส โดยรายชื่อผู้ตัดสินในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2018 มีดังนี้

Referee: Milorad Mažić (SRB)
Assistants: Milovan Ristić, Dalibor Djurdjević (SRB)
Fourth official: Clement Turpin (FRA)
Additional assistant referees: Nenad Djokić, Danilo Grujić (SRB)
Reserve assistant referee: Nemanja Petrović (SRB)

เส้นทางสู่นัดชิงชนะเลิศของทั้งสองทีม

เรอัล มาดริด

รอบแบ่งกลุ่ม : ราชันชุดขาว อยู่ในกลุ่ม H ร่วมกับ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส (อังกฤษ), โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (เยอรมัน) และ อโปเอล นิโคเซีย (ไซปรัส) โดยแข่ง 6 นัด ชนะ 4 เสมอ 1 และแพ้ 1 นัด มี 13 คะแนน ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในฐานะอันดับสองของกลุ่ม และ สเปอร์ส เป็นแชมป์กลุ่ม H

รอบ 16 ทีม : เรอัล มาดริด จับสลากมาเจอกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในรอบนี้ แต่ลูกทีมของ ซีเนดีน ซีดาน ก็สามารถผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้ไม่ยากนัก โดยเปิดบ้านอัด เปแอสเช 3-1 ก่อนบุกไปชนะอีกครั้ง 2-1 เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วยสกอร์รวม 5-2

รอบ 8 ทีม : คู่ต่อสู้ของ มาดริด ในรอบนี้คือ “ม้าลาย” ยูเวนตุส โดยเป็นฝั่ง ราชันชุดขาว ที่กุมความได้เปรียบได้ก่อน เมื่อบุกไปชนะ ยูเวนตุส ถึงถิ่น 3-0 และแม้ว่าจะกลับมาแพ้คาบ้าน 1-3 แต่ เรอัล มาดริด ก็ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้ด้วยสกอร์รวม 4-3

รอบรองชนะเลิศ : เป็นคู่ที่ถือว่าสมน้ำสมเนื้อ เมื่อ เรอัล มาดริด ต้องเจอกับ บาเยิร์น มิวนิค ในรอบตัดเชือก ทัพราชันชุดขาวยังคงเก็บความได้เปรียบในนัดแรกได้เสมอ เมื่อบุกไปคว้าชัยถึงถิ่น อลิอันซ์ อารีน่า 2-1 และพวกเขาสามารถยันเสมอ “เสือใต้” ได้ในบ้าน 2-2 ทำให้ มาดริด ผ่านเข้าไปป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ ด้วยสกอร์รวม 4-3

 

ลิเวอร์พูล

รอบแบ่งกลุ่ม : ลิเวอร์พูล ทีมจาก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ อยู่ในกลุ่ม E ร่วมกับ เซบีย่า (สเปน), สปาร์ตัก มอสโก (รัสเซีย) และ มาริบอร์ (สโลวีเนีย) โดย หงส์แดง จบด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม ชนะ 3 เสมอ 3 จาก 6 นัด มี 12 คะแนน ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปกับ เซบีย่า ที่จบอันดับสองของกลุ่ม E

รอบ 16 ทีม : ในรอบนี้ ลูกทีมของ เจอร์เกน คลอปป์ ต้องเจอกับ ปอร์โต้ ทีมจากโปรตุเกส โดย ลิเวอร์พูล ผ่านรอบนี้ได้ไม่ยากนัก เมื่อบุกไปถล่ม ปอร์โต้ ได้ก่อน 5-0 และกลับมาเสมอในบ้าน 0-0 ทำให้พวกเขาผ่านเข้ารอบต่อไปด้วยสกอร์รวม 5-0

รอบ 8 ทีม : สองทีมจากเกาะอังกฤษต้องมาห่ำหั่นกันเอง เมื่อ ลิเวอร์พูล จะต้องเผชิญหน้ากับ แมนเสเตอร์ ซิตี้ แม้ว่าหลายคนจะมองว่า ลิเวอร์พูล เป็นรอง แมนฯ ซิตี้ แต่ผลการแข่งขันที่ออกมากลับไม่เป็นอย่างนั้นเลย โดยหงส์แดงเป็นฝ่ายเปิดบ้านเอาชนะไปได้ 3-0 ก่อนบุกไปย้ำชัยอีกครั้งที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม 2-1 ทำให้ลิเวอร์พูลเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยสกอร์รวม 5-1

รอบรองชนะเลิศ : ถ้าเป็นมวย การเจอกันระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ โรม่า ก็เปรียบเสมือนมวยถูกคู่ โรม่า ผ่านเข้ามาในรอบนี้ด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม หลังจากที่พวกเขาผ่าน บาร์เซโลน่า มาได้ แต่กลับเป็น ลิเวอร์พูล ที่เปิดสนามแอนฟิลด์อัด “หมาป่า” 5-2 แต่ โรม่า หวังจะสถานการณ์เหมือนที่พวกเขาเคยทำได้ในรอบที่ผ่านมา เมื่อกลับมาชนะ ลิเวอร์พูล ในบ้านได้ 4-2 แต่นั่นไม่เพียงพอต่อการเข้ารอบ ทำให้ ลูกทีมของ เจอร์เกน คลอปป์ ผ่านเข้าชิงด้วยประตูรวม 7-6

 

สถิติการเจอกัน 5 ครั้งหลังสุดในถ้วยยุโรปของทั้งสองทีม

27 พฤษภาคม 1981

นัดชิงชนะเลิศ ยูโรเปี้ยน คัพ (ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก เดิม) : ลิเวอร์พูล 1-0 เรอัล มาดริด

25 กุมภาพันธ์ 2009

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย : เรอัล มาดริด 0-1 ลิเวอร์พูล

10 มีนาคม 2009

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย : ลิเวอร์พูล 4-0 เรอัล มาดริด

22 ตุลาคม 2014

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม : ลิเวอร์พูล 0-3 เรอัล มาดริด

4 พฤศจิกายน 2014

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม : เรอัล มาดริด 1-0 ลิเวอร์พูล

Comments