เธอคือสิ่งที่ขาด : 5 แข้งสุดเฉียบที่ลิเวอร์พูลควรดึงมาร่วมทัพ

ลิเวอร์พูล ภายใต้การคุมทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ถือว่ายังรักษาพัฒนาการไว้ได้ต่อเนื่อง 

อย่างในฤดูกาลนี้ พลพรรค “หงส์แดง” ได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยเข้าไปพบกับ เรอัล มาดริด เจ้าของแชมป์ยุโรป 12 สมัย

แต่ถึงแม้จะบินสูง แต่ เดอะ เร้ดส์ ยังมีหลายจุดที่ต้องปรับปรุง เมื่อพวกเขาจบฤดูกาลด้วยอันดับ 4 ในพรีเมียร์ลีก เหมือนกับเมื่อปีก่อน

และขณะที่คว้าตัว นาบี เกอิต้า จากอาร์เบ ไลป์ซิกมาล่วงหน้าแล้ว คล็อปป์ก็ยังคงต้องเติมในส่วนที่ขาดอยู่เพื่อมีลุ้นแชมป์ในลีก

เพราะแม้จะทำผลงานได้ดีเป็นส่วนใหญ่ แต่สิ่งที่ขาดก็คือความคงเส้นคงวา ทำให้หลายแต้มหลุดมืออย่างน่าเสียดาย

ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้รายชื่อของนักเตะใหม่ในรั้วแอนฟิลด์ยังคงเปิดกว้าง และยังมีหลายคนด้วยกันที่พอจะเป็นไปได้ในการช่วยพวกเขามีลุ้นแชมป์ลีกในซีซั่นหน้า

แจ็ค บัตแลนด์ (สโต๊ค ซิตี้)

ลิเวอร์พูลมีปัญหาอย่างมากในเกมรับกับตำแหน่งผู้รักษาประตูที่ยังไม่นิ่งเสียที

และในซีซั่นนี้เราก็ได้เห็น ซิมง มิโญเล่ต์ เปลี่ยนสถานภาพจากมือหนึ่งมานั่งสำรองสวนทางกับ ลอริส คาริอุส

หลายคนเชื่อกันว่าตอนนี้วันเวลาของมิโญเล่ต์ในถิ่นแอนฟิลด์ได้หมดลงแล้ว และ แจ็ค บัตแลนด์ ก็อาจเป็นตัวเลือกที่ดี

แล้วยิ่งสโต๊คเพิ่งตกชั้นมาหมาดๆ ทำให้นักเตะอาจมองหาโอกาสที่ดีกว่า และบัตแลนด์ก็อาจอำลาทีมเช่นกัน

ด้วยวัย 25 ปี จอมหนึบเลือดผู้ดีได้กลายเป็นหนึ่งในผู็รักษาประตูฝีมือดีของเกาะอังกฤษไปแล้ว และจะยิ่งดีขึ้นไปอีกเมื่อได้โอกาสเจอกับบรรดายอดทีมของทวีป

เซอร์ดาน ชาคิรี่ (สโต๊ค ซิตี้)

คล้ายกับบัตแลนด์ เซอร์ดาน ชาคิรี่ ก็อาจเป็นนักเตะอีกรายของสโต๊คที่เล็งว่าจะย้ายออกหลังจากที่ทีมตกชั้นแล้วเช่นกัน

จากการที่เคยเป็นข่าวกับ “หงส์แดง” มาก่อน ทำให้ลิเวอร์พูลอาจมีลมหวนในการดึงกองกลางทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์มาเพิ่มความหลากหลายในแนวรุก

เพราะปีกวัย 26 ปีสามารถเป็นส่วนเติมเต็มที่สมบูรณ์แบบของ ซาดิโอ มาเน่ หรือ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้ แต่ปัญหาใหญ่ก็คือเขาอาจไม่ได้ลงเล่นสม่ำเสมอ

จากการที่ 3 ทหารเสือของคล็อปป์นั้นลงตัวอยู่แล้ว ทำให้ชาคิรี่อาจพบว่าเป็นการยากที่ตัวเองจะสอดแทรกเป็นตัวจริงทุกเกมจนอาจจะย้ายไปทีมอื่นอีก

อย่างไรก็ตาม หากเจ้าตัวมองข้ามสิ่งนี้ไป ก็จะทำให้ลิเวอร์พูลแข็งแกร่งขึ้นแน่นอน แต่ก็อาจจะเจอกับคู่แข่งอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เชลซี

วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ (เลสเตอร์ ซิตี้)

เจ้าของดีกรีนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมของเลสเตอร์ แน่นอนว่า วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ ได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นกองกลางตัวรับที่ดีกว่าเดิม

ที่ผ่านมาคล็อปป์และลิเวอร์พูลชื่นชอบนักเตะดาวรุ่งมาตลอด และการคว้าตัวเอ็นดิดี้ก็น่าจะเป็นการลงทุนที่ดีสำหรับ “หงส์แดง”

ซึ่งนี่ถือเป็นการแก้ปัญหาขาดแคลนมิดฟิลด์ตัวรับธรรมชาติได้เลยทีเดียว เพราะการอ่านเกมของแข้งชาวไนจีเรียนรายนี้จะช่วยทีมดังแห่งเมอร์ซี่ย์ไซด์ในระยะยาวได้อย่างแน่นอน

และการที่ เอ็มเร่ ชาน จะย้ายไปยังยูเวนตุสซัมเมอร์นี้ ก็น่าจะเปิดโอกาสให้เอ็นดิดี้เข้ามาสู่ทีม แน่นอนว่าคงไม่ได้มาถูกๆ แต่ก็น่าจะเป็นดีลที่ยอดเยี่ยมที่ช่วยให้ลิเวอร์พูลมีลุ้นทุกแชมป์

นาบิล เฟคิร์ (ลียง)

นักเตะบิ๊กเนมที่สุดที่ถูกโยงกับลิเวอร์พูลเวลานี้ก็คือ นาบิล เฟคิร์ ของลียง

จากการที่มีทั้งความเป็นผู้นำและพรสวรรค์ที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ทำให้หลายคนจินตนาการว่าเฟคิร์จะสามารถเล่นได้เข้าขากับซาลาห์, มาเน่ และ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน ในแนวรุก

ความเร็ว, การคอนโทรลบอล และสายตาสอดส่องหาประตูของเขา จะเป็นการเพิ่มมิติใหม่ในแนวรุกของ เดอะ เร้ดส์ ซึ่งการมีเขาอยู่ในทีมถือเป็นฝันร้ายของแนวรับฝั่งตรงข้ามเลยทีเดียว

ที่ผ่านมาคล็อปป์ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าทีมชุดนี้ดุดันขนาดไหนเมื่อมีนักเตะจี๊ดอย่าง อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน แต่ด้วยอาการเจ็บหัวเข่าขั้นรุนแรง ทำให้เจ้าตัวต้องอยู่ข้างสนามบ่อยครั้ง  ซึ่งการมาถึงของเฟคิร์น่าจะสวมบทบาทของ ดิ อ็อกซ์ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ชนิดที่ไม่ต้องปรับตัวจากสถานการณ์ปัจจุบันของตัวเองที่ลียง

และสุดท้าย การมีเฟคิร์ก็จะคล้ายกับทีมตอนที่มี ฟิลิเป้ คูตินโญ่ ในหลายๆ ด้าน ลิเวอร์พูลต้องการใครสักคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ในแผงมิดฟิลด์ และแน่นอนว่าเฟคิร์ก็มีสิ่งนั้น เขาสามารถเปิดแนวรับด้วยการวิ่งที่ชาญฉลาดและการผ่านบอลที่สร้างสรรค์

โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ (ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์)

แม้ว่าดีลนี้ดูเหมือนไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ แต่ความคิดที่จะดึง โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ จากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ น่าจะทำให้แนวรับของทีมดูดีขึ้นทันตาเห็น

จากการที่มี เฟอร์คิล ฟาน ไดจค์ ในแผงหลัง การเพิ่มอัลเดอร์ไวเรลด์มาเป็นคู่ขาจะทำให้ทีมมีคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่ดีที่สุดคู่หนึ่งในยุโรปแน่นอน

ด้วยวัย 29 ปี เขาอาจจะไม่ใช่ดาวรุ่งอีกต่อไป แต่ด้วยประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกน่าจะทำให้ทีมดังจากเมอร์ซี่ย์ไซด์พัฒนาขึ้น

แม้จะมียอดทีมอย่าง เรอัล มาดริด, เชลซี และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จับตาอยู่ แต่ลิเวอร์พูลก็น่าจะเข้ามาร่วมวงศ์ไพบูลย์ด้วยเช่นกัน

ในฤดูกาล 2018-19 เราคงจะได้เห็นลิเวอร์พูลในอีกด้านหนึ่ง เมื่อพวกเขาพยายามจะกลับมาสู่จุดสูงสุดของฟุตบอลอังกฤษอีกครั้ง แน่นอนว่าความกดดันจะมีเข้ามาถ้าหากคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งการได้คนที่เหมาะสมเข้ามาก็น่าจะทำให้การรอคอยแชมป์ลีกยุติลงเสียที

Comments