โหมโรงก่อนไฟนัล: รวม 5 เกมสุดมันส์สิงห์บลูส์ปะทะผีแดง

ก่อนที่เกมเอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง เชลซี กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเริ่มการแข่งขันนั้น FOX Sports Asia ภาคภาษาไทยได้รวบรวม 5 เกมสำคัญที่ทั้งสองทีมพบกันในถ้วยที่ไม่มีว่างสำหรับผู้แพ้กัน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4-0 เชลซี (เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ 1994)

 

ในยุคที่แมนเชสเตอร์ยูนำโดยเอริค คันโตน่า, พอล อินซ์ และมาร์ค ฮิวจส์ พวกเขาเพิ่งคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 1993-94 โดยทิ้งห่างแบล็คเบิร์น รองจ่าฝูงถึง 8 แต้ม ในเอฟเอคัพ รอบชิชนะเลิศ พวกเขาต้องพบกับเชลซี ทีมอันดับ 14 ที่มีเกล็น ฮอดเดิ้ล ที่ทำหน้าที่ผู้เล่น-ผู้จัดการทีมไปด้วย

ผลปรากฏว่าเป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โชว์ฟอร์มสมราคาเอาชนะไป 4-0 จาก 2 จุดโทษของเอริค คันโตน่า ส่วนที่เหลือเป็นผลงานของมาร์ค ฮิวจส์ และไบรอัน แมคแคลร์ ช่วยให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าดับเบิ้ลแชมป์ไปครองในฤดูกาลนั้น

เชลซี 3-5 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (เอฟเอ คัพ รอบสาม 1998) 

ในยุคที่เชลซียังไม่ได้กลายร่างเป็นทีมมหาเศรษฐีเหมือนในปัจจุบัน แต่ในยุค 90 เชลซีเปรียบเสมือนทีมนานาชาติ มีผู้เล่นจากต่างแดนนำโดยจิอันฟรังโก้ โซล่า, เอ็ด เดอ ฮุย, ฟร้องค์ เลอเบิฟ และแดน เปเตรสคู ต้องมาพบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่ในยุคนั้นนำโดยผู้เล่นที่ปลุกปั้นโดยอเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ไม่ว่าจะเป็น แกรี่ เนวิลล์, เดวิด เบ็คแฮม, นิคกี้ บัตต์, พอล สโคลส์ และไรอัน กิ๊กส์

ผลปรากฏว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายเอาชนะ เชลซี ไปแบบสุดระทึก 5-3 โดย “ปีศาจแดง” นำไปก่อนถึง 5-0 จากเดวิด เบ็คแฮมและแอนดี้ โคล คนละ 2 ประตู ที่เหลือเป็นผลงานของเท็ดดี้ เชอริงแฮม ก่อนที่เชลซีมาได้ 3 ประตูในช่วง 12 นาทีสุดท้ายจากทอเร่ อังเดร โฟลและจิอันลูก้า วิอัลลี่ (2 ประตู) แต่ก็ไล่ไม่ทัน

แต่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกลับไปได้ไกลแค่รอบที่ 5 โดยแพ้บาร์นสลีย์ในยัดรีเพลย์ 3-2

เชลซี 1-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ 2007)

หลังจากที่โรมัน อบราโมวิช เข้ามาบริหารทีม เชลซีได้สถาปนาตัวเองกลายเป็นมหาอำนาจลูกหนังทีมใหม่บนแผ่นดินอังกฤษ โดยทุ่มซื้อนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์เข้ามาในทีม พบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมที่เพิ่งแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2006-07 ที่ต้องการหมายมั่นปั้นมือจะคว้าดับเบิ้ลแชมป์ให้ได้ เช่นเดียวกันกับเชลซีที่ได้แชมป์ลีก คัพมาครองในมือ

เกมในรอบชิงชนะเลิศนัดนี้ ถือเป็นการแข่งขันเอฟเอคัพที่สนามเวมบลีย์แห่งใหม่ หลังตากที่ต้องไปเตะในนัดชิงชนะเลิศี่มิลเลเนียม สเตเดี้ยมที่คาร์ดิฟฟ์ถึง 6 ปี ในเกมนี้ทั้งสองฝ่ายต่างขับเคี่ยวกันจนถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ และเป็นดิดเยร์ ดร็อกบา ที่ซัดประตูชัยในนาทีที่ 116 คว้าดับเบิ้ลแชมป์บอลถ้วยมาครองได้สำเร็จ

เชลซี 1-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (เอฟเอ คัพ รอบ  6 นัดรีเพลย์ 2013)

ลูกยิงของ รามิเรส ช่วยต่อชีวิตให้กับ เชลซี ภายใต้การคุมทีมของ ราฟาเอล เบนิเตซ ได้กลับมาเล่นนัดรีเพลย์กับทัพ ปีศาจแดง อีกครั้งต่อหน้าสาวกของตัวเอง โดยทัพ สิงห์บลูส์ ที่รอดตายมาในเกมแรกเป็นฝ่ายเปิดเกมรุกเล่นงานลูกทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน พร้อมเข้าสู่รอบรองชนะเลิศจากประตูชัยสุดสวยของ เดมบ้า บา หัวหอกชาวเซเนกัล ในช่วงต้นครึ่งหลัง

ชลซี 1-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (เอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ 2017)

อีกหนึ่งเกมสุดมัน ที่ทั้งสองทีมเพิ่งจะโคจรมาพบกันในเวอร์ชั่นแพ้ตกรอบ เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา โดยเป็นการฟาดฟันกันในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ซึ่งแน่นอนว่ากุนซือของทั้งคู่ยังคงเป็น อันโตนิโอ คอนเต้ และ โชเซ่ มูรินโญ่ สำหรับเกมนี้ใช้ สแตมฟอร์ด บริดจ์ เป็นสังเวียนฟาดแข้ง ซึ่งเกมนี้จุดเปลี่ยนและความเดือดของเกมมาพร้อมๆกันในนาทีที่ 35 เมื่อ อันเดร เอร์เรร่า โดนใบเหลืองสองจังหวะซ้อนจนผู้ตัดสิน ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ ต้องไล่ออกจากสนาม หลังจากที่ ปีศาจแดง เสียเปรียบเรื่องตัวผู้เล่น สิงโตน้ำเงินคราม ก็ปูพรมดาหน้าบุกใส่ทันที โดยเฉพาะ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ที่ไล่หวดไล่ตัดการขึ้นเกมของเพื่อนร่วมชาติอย่าง ปอล ป็อกบา จนไปไม่เป็น แถมยังเป็นฮีโร่ของทีมด้วยการซัดประตูชัยจากนอกกรอบเขตโทษในช่วงต้นครึ่งหลังพา เชลซี เชือด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 พร้อมเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ และจบด้วยการได้รองแชมป์เมื่อปีที่แล้ว

Comments