แห่วันไหน? เปิดโปรแกรม ‘ลิเวอร์พูล’ ลุ้นปิดจ็อบแชมป์พรีเมียร์ลีก

ลิเวอร์พูล รองแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่แล้ว สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาล 2019-20 ที่กำลังดำเนินอยู่ โดยรั้งตำแหน่งจ่าฝูงอยู่ในตอนนี้ ทำคะแนนนำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่าและรองจ่าฝูงถึง 25 คะแนนด้วยกัน

Klopp ‘buzzing’ after win says Critchley after Liverpool youth team beat Shrewsbury

ลิเวอร์พูล เก็บคะแนนได้มากถึง 76 คะแนน จากการลงสนาม 26 นัด และด้วยระยะห่างที่พวกเขามีต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นั่นหมายความว่า ลิเวอร์พูล ขอแค่คว้าชัยชนะใน 5 เกมที่จะถึงให้ได้ทุกนัด พวกเขาก็จะเถลิงแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรก และแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกในรอบ 30 ปี ไปอย่างยิ่งใหญ่

ผู้เชี่ยวชาญหลายสำนัก ต่างก็เชื่อมั่นว่า ลิเวอร์พูล จะสามารถเข้าป้ายด้วยตำแหน่งแชมป์ในฤดูกาลนี้ได้อย่างแน่นอน แต่พวกเขาจะได้ฤกษ์ฉลองชัยเมื่อไหร่ที่สนามแห่งไหน เรา FOX Sports Thailand จะขอพาคุณผู้อ่านไปเจาะลึกโปรแกรมของผู้ที่เกี่ยวข้อง และคำนวณทุกความเป็นไปได้ออกมาให้คุณผู้อ่านได้สนุกกัน

หาก ลิเวอร์พูล และ แมนฯซิตี้ คว้าชัยชนะได้ทุกนัดจนถึงสัปดาห์ที่ 31

สมมติว่า ลิเวอร์พูล คว้าชัยชนะได้ใน 5 เกมที่พวกเขามีโปรแกรมลงสนามได้สำเร็จ นั่นจะทำให้ ลิเวอร์พูล เก็บคะแนนได้ 91 คะแนน หลังลงสนามไป 31 นัด ซึ่ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองจ่าฝูงที่ตามหลังพวกเขา 25 คะแนน แต่แข่งน้อยกว่า 1 นัด ในตอนนี้ จะไม่มีโอกาสแซง ลิเวอร์พูล ขึ้นมาเป็นจ่าฝูงได้อย่างแน่นอน แม้ว่าพวกเขาจะเก็บชัยชนะได้ 6 นัดรวดเหมือน ลิเวอร์พูล ก็ตาม เพราะพวกเขาก็จะตามหลัง ‘หงส์แดง’ 22 คะแนน แต่มีคะแนนเหลือให้เก็บอีก 21 คะแนน จาก 7 เกมเท่านั้น

ซึ่งโปรแกรมของ ลิเวอร์พูล ในช่วง 5 เกมนี้ พวกเขาจะไม่พบกับทีมท็อปซิกซ์ของลีกเลยแม้แต่เกมเดียว โดยเริ่มจากการเปิดบ้านรับ ‘ขุนค้อน’ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด,​ บุกรัง ‘แตนอาละวาด’ วัตฟอร์ด, รับมือ ‘เชอร์รีส์’ บอร์นมัธ ที่แอนฟิลด์, ทำศึก เมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี กับ เอฟเวอร์ตัน ที่กูดิสัน ปาร์ค ปิดท้ายด้วยการเปิดบ้านรับ ‘ปราสาทเรือนแก้ว’ คริสตัล พาเลซ

นั่นหมายความว่า ลิเวอร์พูล จะได้ฤกษ์ฉลองแชมป์ พรีเมียร์ลีก สมัยแรกในบ้านของตัวเอง วันที่ 21 มีนาคม ที่จะถึงนี้ หาก ‘หงส์แดง’ และ ‘เรือใบสีฟ้า’ ไม่มีฝ่ายใดเพลี่ยงพล้ำ

อย่างไรก็ตาม พวกเขาอาจจะต้องเลื่อนการฉลองแชมป์ออกไปสักระยะ หาก ลิเวอร์พูล และ แมนฯซิตี้ ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ เอฟเอคัพ ได้สำเร็จ

หาก ลิเวอร์พูล และ แมนฯซิตี้ เข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ เอฟเอคัพ และยังไม่สะดุดในลีก

สัปดาห์ที่ 31 ของพรีเมียร์ลีก นั้นตรงกับสัปดาห์รอบก่อนรองชนะเลิศของรายการ เอฟเอคัพ ฤดูกาลนี้ ซึ่งลิเวอร์พูล ยังคงอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ หลังเฉือน ชรูวส์บิวรี ทาวน์ 1-0 ในเกมเอฟเอคัพ รอบที่สี่ นัดรีเพลย์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

สมมติว่า ลิเวอร์พูล สามารถเอาชนะ เชลซี คู่แข่งในรอบที่ 5 ได้สำเร็จ พวกเขาจะผ่านเข้าไปเล่นในรอบก่อนรองชนะเลิศ ซึ่งจะชนกับเกมพรีเมียร์ลีกสัปดาห์ที่ 31 ที่พวกเขามีคิวเปิดบ้านรับการมาเยือนของ คริสตัล พาเลซ พอดี นั่นหมายความว่าเกมนี้จะต้องถูกเลื่อนออกไป

ทางด้าน แมนฯซิตี้ ก็ยังอยู่ในเส้นทางป้องกันแชมป์ เอฟเอคัพ เช่นกัน โดยพวกเขาจะต้องเลื่อนเกมลีกสัปดาห์ที่ 31 ออกไป หากพวกเขาเอาชนะ เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ คู่แข่งในรอบที่ 5 ของพวกเขาได้เช่นกัน นั่นจะทำให้ เกมนัดที่ 6 ของ ลิเวอร์พูล และ แมนฯซิตี้ จะเป็นเกมที่พวกเขาโคจรมาเจอกันเอง ในวันที่ 4 เมษายน ณ เอติฮัด สเตเดียม

นั่นทำให้การฉลองแชมป์ พรีเมียร์ลีก ในถิ่นของแชมป์เก่า ผู้ที่เบียดแย่งแชมป์ฤดูกาลที่แล้วกับ ลิเวอร์พูล จนถึงนัดสุดท้าย ก็ยังมีความเป็นไปได้อยู่

หาก แมนฯซิตี้ สะดุดขาตัวเองทำแต้มหล่น

โปรแกรมของ แมนฯซิตี้ นับว่าท้าทายกว่า ลิเวอร์พูล โดยพวกเขามีคิวพบกับ เลสเตอร์ (เยือน), อาร์เซนอล (เหย้า), แมนฯยูไนเต็ด (เยือน) และ เชลซี (เยือน) ก่อนเกมที่จะพบกับ ลิเวอร์พูล ในวันที่ 4 เมษายน นั่นหมายความว่า ลิเวอร์พูล อาจคว้าแชมป์ได้ก่อนสัปดาห์ที่ 31 หาก ‘หงส์แดง’ คว้าชัยได้ต่อเนื่อง และ ‘เรือใบสีฟ้า’ สะดุดไปเสียเอง

ลิเวอร์พูล สามารถเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้เร็วที่สุดในวันที่ 7 มีนาคม ในเกมที่เปิดบ้านรับการมาเยือนของ บอร์นมัธ ศึกพรีเมียร์ลีกสัปดาห์ที่ 29 อย่างไรก็ตาม พวกเขามีเงื่อนไขว่าต้องคว้าชัยให้ได้ทุกนัด, ลุ้นให้ แมนฯซิตี้ แพ้รวด และ เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับที่สาม คว้าชัยเหนือ แมนฯซิตี้ ได้ แต่พ่ายแพ้ทุกเกมที่เหลือ

ในกรณีที่ ลิเวอร์พูล ทำคะแนนหลุดมือ แต่ แมนฯซิตี้ ทำคะแนนหายมากกว่า ลิเวอร์พูล 3 คะแนน แชมป์ก็จะเป็นของ ลิเวอร์พูล ในเกมสัปดาห์ที่ 30 ที่ลิเวอร์พูลจะออกไปเยือน เอฟเวอร์ตัน คู่ปรับร่วมเมือง กูดิสัน ปาร์ค ในวันที่ 16 มีนาคม

นอกจากนี้ ลิเวอร์พูล ยังมีโอกาสเถลิงแชมป์พรีเมียร์ลีกที่ กูดิสัน ปาร์ค ด้วยอีกหนึ่งเงื่อนไข ซึ่งพวกเขาต้องเก็บชัยชนะให้ได้ทุกเกม, ลุ้นให้ แมนฯซิตี้ ทำคะแนนหายอย่างน้อย 3 คะแนน และ เลสเตอร์ ซิตี้ ทำคะแนนหล่นอย่างน้อย 1 คะแนน ซึ่งจะส่งให้ ลิเวอร์พูล เป็นแชมป์ในสัปดาห์ที่ 30 เช่นกัน

หาก ลิเวอร์พูล สะดุดทำแต้มหล่นไปเอง

นั่นจะทำให้การคำนวณของเราซับซ้อนขึ้นทันที เพราะว่าจะมีตัวแปรอื่นเช่น ผลงานของ แมนฯซิตี้ และ เลสเตอร์ สองทีมที่ยังมีลุ้นแชมป์ลีกในตอนนี้ โดย เลสเตอร์ ที่ตามหลัง แมนฯซิตี้ 2 คะแนน มีสิทธิที่จะแซงขึ้นมาเป็นจ่าฝูงได้เช่นกัน นั่นหมายความว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงไปรายสัปดาห์

สุดท้ายแล้ว ลิเวอร์พูล ทราบดีว่า พวกเขาอยู่ในตำแหน่งที่ควบคุมสถานการณ์ได้ ขอแค่พวกเขาเดินหน้าคว้าชัยอย่างต่อเนื่อง แชมป์พรีเมียร์ลีกที่รอคอย ก็จะตกเป็นของพวกเขาเอง ในฤดูกาลที่เต็มไปด้วยสถิติอันน่าจดจำของพลพรรค ‘เดอะ ค็อป’

Comments