บาร์ซาโฉมใหม่ : ใครคือ กิเก เซเตียน และเหตุใด บัลเบร์เด ไปไม่รอดในถิ่นคัมป์นู

บาร์เซโลนา สโมสรยักษ์ใหญ่แดนกระทิงดุ ตัดสินใจเปลี่ยนตัวกุนซือจาก เออร์เนสโต บัลเบร์เด เป็น กิเก เซเตียน เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 13 มกราคม ที่เพิ่งผ่านไป

Messi admits Barcelona need to improve after Spanish Super Cup defeat by Atletico

แม้ว่า บัลเบร์เด จะพา ‘อาซูลกรานา’ คว้าแชมป์ ลา ลีกา สเปน ได้ถึง 2 สมัย จากช่วงเวลา 2 ฤดูกาลครึ่งในถิ่น คัมป์ นู , คว้าแชมป์ โคปา เดล เรย์ ได้ 1 สมัย และพา ‘เจ้าบุญทุ่ม’ นำเป็นจ่าฝูง ลา ลีกา สเปน ในตอนนี้ ทางผู้บริหารของทีม ก็เชื่อว่า บัลเบร์เด ไม่ใช่คนที่เหมาะสมสำหรับทีมอีกต่อไปแล้ว และพวกเขาก็เลือก เซเตียน กุนซือขรัวเฒ่าวัย 61 ปี เข้ามารับงานแทนกลางฤดูกาลนี้เลย โดยมอบสัญญาให้ เซเตียน ยาวจนถึงปี 2022 ด้วยกัน

เกิดอะไรขึ้นกับทีมของ บัลเบร์เด และทำไม บาร์เซโลนา ฝากความเชื่อมั่นไว้กับ เซเตียน วัย 61 ปี ผู้ไม่เคยมีประสบการณ์การคุมทีมใหญ่มาก่อน ติดตามได้กับเรา FOX Sports Thailand

บัลเบร์เด : ของดีที่ไม่ตรงสเป็ก ‘เจ้าบุญทุ่ม’

เออร์เนสโต บัลเบร์เด เป็นกุนซือฝีมือดีคนหนึ่งที่คร่ำหวอดในวงการฟุตบอลสเปน เจ้าตัวเคยผ่านงานกับทีมระดับกลางค่อนไปทางใหญ่หลายทีม อาทิ เอสปันญอล, บาเลนเซีย, บียาร์รีล และ แอธเลติก บิลเบา

ผลงานก่อนที่ บัลเบร์เด จะเข้ามาคุมทีม บาร์เซโลนา นั้นก็จัดอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ โดยเขาสามารถพา บิลเบา คว้าแชมป์ ซูเปอร์โคปา 2015 ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นโทรฟีแรกของ ‘สิงโตแคว้นบาสก์’ ในรอบ 31 ปี นอกจากนี้ เขายังสามารถพา บิลเบา เข้าไปลุยในศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก และเข้าชิงชนะเลิศ โคปา เดล เรย์ 2015 ได้อีกด้วย

มองย้อนกลับไปในตอนนั้น บัลเบร์เด เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจที่จะสานต่อเก้าอี้ของ หลุยส์ เอ็นริเก

อย่างไรก็ตาม สไตล์การทำทีมของ บัลเบร์เด นั้นค่อนข้างที่จะขัดกับปรัชญาฟุตบอลของ บาร์เซโลนา

บาร์เซโลนา ได้รับการปลูกฝังปรัชญาฟุตบอลของพวกเขามาเป็นระยะเวลานาน พวกเขาเชื่อมั่นในการครองบอลควบคุมเกม และไม่ได้ต้องการเพียงแค่ชัยชนะ พวกเขาต้องการชนะอย่างมีสไตล์

แต่ตัว บัลเบร์เด นั้น ไม่ใช่กุนซือที่โดดเด่นในด้านของเกมรุก สไตล์ของเขานั้นดูจะเหมาะสมกับทีมกลางตารางที่เน้นผลการแข่งขัน มากกว่าฟุตบอลที่สวยงาม

หลายครั้งที่ บาร์เซโลนา เฉือนชนะคู่แข่งไปอย่างเฉียดฉิว แทนที่จะครองเกมเบ็ดเสร็จเหมือนกับสมัยของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา

หลายครั้งที่แท็คติกของ บัลเบร์เด ถูกตั้งคำถาม เขาดูจะพึ่งพา ลิโอเนล เมสซี ซูเปอร์สตาร์แห่งยุคมากเกินไป พวกเขามักจะพึ่งพาความสามารถเฉพาะตัวของ เมสซี และพวกเขากลายเป็นทีมที่แย่ลงทันที ยามที่ยอดดาวเตะอาร์เจนไตน์ได้รับบาดเจ็บ หรือติดโทษแบน

แม้ว่า บัลเบร์เด จะพาทีมคว้าแชมป์ ลา ลีกา 2 สมัยติดต่อกัน แต่ตัว บัลเบร์เด ก็ไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบเท่าไหร่นักในถิ่น คัมป์ นู

ความผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าในเกมใหญ่

นอกจากสไตล์การทำทีมที่ไม่เป็นที่ชื่นชอบแล้ว บาร์เซโลนา ภายใต้การนำของ บัลเบร์เด มีผลงานที่น่าผิดหวังในเกมสำคัญหลายครั้ง

พวกเขาบุกไปแพ้ โรมา 3-0 ในเกม ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 2017-18 รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดที่สอง ทำให้พวกเขากระเด็นตกรอบ แม้ว่าจะเปิดบ้านกุมความได้เปรียบไปก่อน ด้วยสกอร์ที่สูงถึง 4-1

ส่วนยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ปีถัดมา ก็เกิดเหตุการณ์คล้ายกัน เมื่อพวกเขาถูก ลิเวอร์พูล แขมป์ในบั้นปลาย เขี่ยตกรอบรองชนะเลิศ แม้ว่า ‘เจ้าบุญทุ่ม’ จะเปิดบ้านถล่ม ‘หงส์แดง’ 3-0 ในเกมแรกก็ตาม

นอกจากนี้ พวกเขายังพ่ายพลิกล็อกต่อ บาเลนเซีย 1-2 ในนัดชิงชนะเลิศ โคปา เดล เรย์ 2019 อีกด้วย

เมื่อ บัลเบร์เด ทำผิดพลาดซ้ำในเกม ซูเปอร์โคปา รอบรองชนะเลิศ ที่พ่ายแพ้ แอตเลติโก มาดริด 2-3 เมื่อสัปดาห์ก่อน ประกอบกับฟอร์มการเล่นที่ย่ำแย่ในช่วงหลัง เก็บชัยชนะได้เพียงนัดเดียวจาก 5 เกมหลังสุด ก็ได้จุดชนวนให้ บาร์เซโลนา ตัดสินใจปลด บัลเบร์เด ออกจากตำแหน่งในที่สุด

กิเก เซเตียน : ตัวเลือกรอง แต่สไตล์โดนใจ

กิเก เซเตียน ไม่ใช่ตัวเลือกแรกของ บาร์เซโลนา ในการกอบกู้ทีมครั้งนี้

บาร์เซโลนา ตกเป็นข่าวกับ ชาบี เออร์นานเดซ อดีตกองกลางยุครุ่งเรือง และลูกหม้อ ‘ลา มาเซีย’ ผู้ที่เข้าใจปรัชญาฟุตบอลของ บาร์เซโลนา เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม ชาบี ผู้ที่ปัจจุบันรับงานเป็นผู้จัดการทีมของ อัล ซาดด์ ทีมลีกสูงสุดกาตาร์ กลับเลือกปฏิเสธงานในครั้งนี้ไปอย่างเซอร์ไพรส์ ทำให้บอร์ดบริหารของ ‘เจ้าบุญทุ่ม’ ต้องวิ่งหาตัวเลือกคนอื่นกันอย่างยกใหญ่

ชื่อของกุนซือดังอย่าง โรนัลด์ คูมัน, มักซ์ อัลเลกรี, โรเบอร์โต มาร์ติเนซ, เธียร์รี อองรี และ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน ต่างก็ตกเป็นข่าวกับ บาร์เซโลนา ในช่วงเวลาของความวุ่นวายนี้ แต่สุดท้ายแล้ว ‘อาซูลกรานา’ ก็เลือก เซเตียน กุนซือวัย 61 ปี ผู้ไม่เคยมีประสบการณ์กับทีมยักษ์ใหญ่ใดๆ มาก่อน เข้าเป็นกุนซือคนใหม่ ด้วยสัญญายาวจนถึงปี 2022

ด้วยระยะเวลาของสัญญา แน่นอนว่า บาร์เซโลนา ไม่ได้เลือก เซเตียน ให้เข้ามาคุมทีมเพียงชั่วคราว

เหตุผลหลักที่ บาร์เซโลนา เลือก เซเตียน เข้ามาคุมทีม เป็นเพราะว่า เซเตียน คือโค้ชที่ยึดมั่นในแนวทางฟุตบอลเกมรุกที่สวยงาม ซึ่งตรงกับปรัชญาหลักของ บาร์เซโลนา เอง

หลังจากที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในลีกรองกับ ราซิง ซานตานเดร์, โลโกรเญส และ ลูโก มาร่วม 15 ปี  เซเตียน เข้าคุมทีม ลาส ปัลมัส ในลีกสูงสุดสเปนเมื่อปี 2015 และสร้างชื่อเสียงให้กับตนเองในฐานะกุนซือสายเกมรุกที่มีฝีมือคนหนึ่ง เมื่อเขาย้ายมาคุมทีม เรอัล เบติส เมื่อปี 2017 เซเตียน ก็ได้แสดงผลงานให้โลกฟุตบอลประจักษ์มากขึ้นไปอีก หลังพา เบติส จบอันดับที่ 6 ผ่านเข้าไปเล่นในศึก ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก ได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรก

“เซเตียน เป็นสาวกฟุตบอลในสไตล์ของ โยฮัน ครอยฟ์” แอนดี เวสต์ ผู้เชี่ยวชาญฟุตบอลสเปนของ บีบีซี กล่าว

ทางด้าน เซเตียน เอง ก็เคยพูดถึงสไตล์ฟุตบอลของตนเองไว้ว่า “บางครั้ง ผู้เล่นอาจจะคิดว่าไอเดียฟุตบอลของผมนั้นยาก แต่มันก็เหมือนกับตอนที่ตัวผมเล่นหมากรุกนะ”

“ความเป็นจริงคือ ถ้านักฟุตบอลคนไหนเข้าใจพื้นที่ว่าง จังหวะ และตำแหน่ง เขาจะสามารถเป็นนักฟุตบอลที่ดีขึ้นได้ เพราะเขาจะสามารถได้บอลในพื้นที่ว่าง และมีเวลาที่จะตัดสินใจว่าจะจ่ายบอล หรือทำประตู”

แน่นอนว่า เซเตียน คือกุนซือที่มีวิถีฟุตบอลคล้ายคลึงกับสิ่งที่ บาร์เซโลนา ต้องการ อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ในระดับสูงของ เซเตียน ก็ยังเป็นเครื่องหมายคำถาม และเราเองก็ไม่อาจทราบได้ว่า เซเตียน จะรับมือกับซูเปอร์สตาร์ และความกดดันในระดับที่สูงขึ้นอย่างไร

อย่างไรเสีย การเริ่มต้นครั้งใหม่ของ บาร์เซโลนา รอบนี้ ก็ดูดีมีสไตล์ทีเดียว

วิพุธ ถิระพานิช

Comments