เส้นทางสู่โอลิมปิก: ผลงานช้างศึกบนเวที U-23 ชิงแชมป์เอเชีย

นับตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ถือเป็นฟุตบอลรายการที่มีความสำคัญรองจากฟุตบอลเอเชียนคัพ อีกทั้งยังเป็นเส้นทางไปสู่การแข่งขันโอลิมปิกอีกด้วย และนี่คือผลงานของทีมชาติไทยในการแข่งขันในรอบสุดท้าย

Ekanit Panya’s winner sees Thailand record famous win over UAE

2013: ไม่ผ่านรอบคัดเลือก

ในรอบคัดเลือก ทีมชาติไทยอยู่ร่วมสายกับเกาหลีเหนือ, จีน, ฮ่องกง, กัมพูชา และเจ้าภาพในรอบคัดเลือกอย่าง ลาว แต่ขุนพลช้างศึกไม่สามารถผ่านไปเล่นในรอบสุดท้ายที่ประเทศโอมานได้ หลังเก็บชัยชนะได้เพียง 2 จาก 5 นัดเท่านั้น โดยพ่ายแพ้ให้กับเกาหลีเหนือและลาว

2016: ลุ้นกันถึงลูกได้เสีย

ในรอบคัดเลือกที่ประเทศไทย สามารถเอาชนะได้ทั้งกัมพูชาและฟิลิปปินส์ รวมไปถึงสามารถยันเสมอกับทีมแกร่งอย่างเกาหลีเหนือได้ ทำให้ทีมชาติไทยผ่านไปเล่นฟุตบอลรายการชิงแชมป์รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีเป็นครั้งแรก และเป็นการแข่งขันเพื่อหา 3 ตัวแทนไปเล่นฟุตบอลโอลิมปิกที่ประเทศบราซิล

ในรอบสุดท้าย ทีมชาติไทยอยู่ในกลุ่ม B ร่วมกับทีมระดับชั้นนำอย่างซาอุดิอาระเบีย, ญี่ปุ่น และเกาหลีเหนือ โดยในนัดแรกที่พบกับซาอุดิอาระเบีย ทีมชาติไทยสามารถแบ่งแต้มได้ในช่วงท้ายเกม พร้อมกับเรื่องราวของ “พระเสืออุ้มทรัพย์” ที่แขวนไว้หลังตาข่ายประตูของสมพร ยศ จนทำให้สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) สั่งห้ามนำสิ่งศักดิ์สิทธิ์เข้าสนามและห้ามกล่าวถึงเรื่องนี้ในตอนสัมภาษณ์

เกมที่ 2 ทีมชาติไทยพบกับญี่ปุ่น และเป็นยูยะ คุโบะที่ทำ 2 ประตูช่วยให้ขุนพลซามูไรถล่มช้างศึกไป  4-0 ทำให้ทีมชาติไทยต้องเก็บชัยชนะในนัดสุดท้ายที่พบกับเกาหลีเหนือ และเป็นทีมชาติไทยที่ไล่ตีเสมอถึง 2 ครั้ง 2 ครา แต่ไม่สามารถเก็บชัยชนะได้ จบเกมเสมอ 2-2 ทำให้ต้องวัดผลแบบมินิลีกหลังซาอุดิอาระเบีย, เกาหลีเหนือ และไทย มี 2 แต้มเท่ากัน แต่เป็นเกาหลีเหนือที่เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายตามญี่ปุ่น เนื่องได้ยิงประตูได้มากกว่า (5 ประตู) ส่วนไทยจบอันดับที่ 4 ของกลุ่มเพราะยิงได้เพียง 3 ประตูเท่านั้น

2018: 3 นัด 0 แต้ม 1 ประตู

ในรอบคัดเลือก ทีมชาติไทยได้เป็นเจ้าภาพในรอบคัดเลือก แต่ขุนพลช้างศึกภายใต้การนำวรวุฒิ ศรีมะฆะ ผ่านเข้ารอบสุดท้ายที่ประเทศจีนด้วยการเป็นอันดับ 2 ที่ดีที่สุด หลังเก็บได้เพียง 5 แต้มจากการเสมอมองโกเลีย ชนะมาเลเซีย และเสมออินโดนีเซียตามลำดับ

รอบสุดท้าย ทีมชาติไทยได้เปลี่ยนแม่ทัพจากวรวุฒิ ศรีมะฆะ เป็นโซรัน ยานโควิช เฮดโค้ชชาวบัลแกเรีย โดยทีมชาติไทยอยู่ร่วมสายกับเกาหลีเหนือ, ญี่ปุ่น และปาเลสไตน์ ซึ่งจบลงด้วยความพ่ายแพ้ 3 นัดรวด ยิงได้ประตูเดียว และทำให้กุนซือชาวบัลแกเรียต้องโบกมือลาทัพช้างศึกในที่สุด

ในปี 2020 ประเทศไทยได้รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน โดยอยู่ร่วมสายกับออสเตรเลีย, อิรัก และสหรัฐเอมิเรตส์ ต้องติดตามกันต่อไปว่า ขุนพลช้างศึกชุดอายุต่ำกว่า 23 ปี จะสามารถสร้างบันทึกหน้าใหม่ให้กับวงการฟุตบอลไทยได้หรือไม่ และทีมไหนจะได้เป็นตัวแทนทวีปเอเชียไปเล่นในฟุตบอลโอลิมปิกรอบสุดท้ายที่ประเทศญี่ปุ่นในช่วงกลางปีนี้

 

 

Comments