5 ประเด็นวิพากษ์หลังผ่านพ้นรอบตัดเชือกแชมเปี้ยนส์ ลีก

ประตูที่ เอ็นเอสซี โอลิมปิสกี้ สเตเดี้ยม , กรุงเคียฟ เตรียมเปิดอ้าอย่างเป็นทางการ มันเตรียมต้อนรับสองทีมที่ได้เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในวันที่ 26 พฤษภาคม

จาก 4 เหลือ 2 เท่านั้น อะไรทำให้ทีมที่สมหวังเข้ารอบ และผู้ที่ผิดหวัง ต้องคอตกกลับบ้าน FOX Sports Asia Thai Edition จัดมาให้ท่านผู้อ่านพร้อมๆกันครับ

1.แผนก่อนเกม ไม่สำคัญเท่าความผิดพลาดส่วนบุคคล

เริ่มตั้งแต่วันอังคาร , ประตูสำคัญที่ บาเยิร์น มิวนิค เสียในช่วงต้นครึ่งหลัง และเป็นประตูสำคัญที่เขี่ยพวกเขาตกรอบคือ ความผิดพลาดของสเวน อูลไรช์

นายด่านมือสอง “เสือใต้” นั่งกอดเข่าอยู่เดียวดายกลางซานติอาโก้ เบร์นาเบว หลังเกมจบ , เขารู้ว่าเขาไม่สามารถพลาดง่ายๆแบบนั้นได้ , กับจังหวะลื่นและปล่อยให้ คาริม เบนเซม่า หลุดเข้าไปยิงโล่งๆ

เฉกเช่นเดียวกับการจ่ายบอลขวางสนามพลาดของ รัดย่า นาอิงโกลัน ที่ยื่นปลายมีดแหลมคมให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ชิงบอลไปเล่นสวนกลับและจ่ายให้ ซาดิโอ มาเน่ สังหารอเวย์โกลลูกสำคัญ

และทำให้โมเมนตั้มของ โรม่า พังไปตั้งแต่ 9 นาทีแรกของเกมวันพุธ

หรือไม่กระทั่งจังหวะเตะสกัดพลาดของ เดยัน ลอฟเรน ไปโดน เจมส์ มิลเนอร์ เข้าประตูตัวเอง หรือจังหวะที่ เอดิน เชโก้ โหม่งคืนหลังไปเข้าทาง จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม โหม่งอเวย์โกลที่สองให้กับ “หงส์แดง”

ในเกมระดับสูง ไม่ว่าคุณจะวางแผนอย่างไร การขึ้นเกม และเซตเกมรับ แต่สุดท้ายหากสมาธิคุณหลุดไปนิดเดียว คุณพร้อมจะโดนลงโทษ

การแข่งขันรอบลึก , ทุกอย่างเป็นงานยาก ฉะนั้นคุณพลาดง่ายๆไม่ได้ คู่แข่งไม่มีทางปล่อยคุณไว้

2. ตัวหลักเจ็บส่งผล

บาเยิร์น มิวนิค ต้องเสีย เจอโรม บัวเต็ง และ อาร์เยน ร็อบเบน ไปตั้งแต่ต้นเกมแรกที่อัลลิอันซ์ อารีน่า ผลคือหลังจากนั้นพวกเขาเสียสมดุลทั้งเกมริมเส้นและเกมรับ , ผลคือเสียสองประตู , เสียเปรียบตั้งแต่เกมแรก และสายเกินไปที่จะแก้คืนในแมตช์ที่ 2

และผลของการเสีย บัวเต็ง กับ ร็อบเบน (และอาจรวมการไม่มี มานูเอล นอยเออร์ ในเกมระดับสูงแบบนี้) ทำให้เกมรับของ “เสือใต้” มีช่องโหว่ และเสียไปอีก 2 ประตู , และไม่ดีพอที่จะเข้าชิง

โรม่า ที่สกอร์รวมเป็นรองสุดกู่อยู่แล้ว , ดันมาเสียทั้ง ดิเอโก้ เปร็อตติ และ เควิน สตรอทแมนไปพร้อมกัน ซึ่งชัดว่า ตัวแทน คุณภาพยังเป็นรอง , สเตฟาน เอล ชาราวี่ มีความวูบวาบ แต่ความแน่นอนยังสู้ เปร็อตติ ไม่ได้ ขณะที่ ลอเรนโซ่ เปเยกรินี่ ยังขาดความแน่นอนในบอลแรก หากเทียบกับ กองกลางชาวดัตช์

เอาเข้าจริง “หมาป่า” มีโอกาสมากมายที่จะเล่นงานแนวรับของทีมจากเมอร์ซี่ย์ไซด์ ที่เผยจุดบกพร่องตลอดทั้งเกม , เพียงแต่การขาดผู้เล่นตัวหลักในแนวรุกที่สำคัญ อาจเป็นต้นเหตุทำให้ทีมไปไม่ถึงฝั่งฝัน

สำหรับ “หงส์แดง” เอง แม้ตัวหลักจะเจ็บหลายรายตั้งแต่เกมแรก แต่หลักๆที่ส่งผลต่อทีมชุดใหญ่มีเพียงอเล็กซ์ อ็อกซ์เหล็ด แชมเบอร์เลน , ซึ่งโชคดีที่จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม สามารถทดแทนได้ดีมากทั้งสองนัดเหย้า-เยือน แถมยังโหม่งประตูสำคัญให้กับทีมได้อีกด้วย

3.เกมสำคัญไม่ได้อยู่ที่ “เกมนัดสอง” เสมอไป

บางครั้งในการเตะแบบเหย้า-เยือน , ไม่จำเป็นว่าทุกอย่างจะต้องไปกองอยู่ที่นัดที่สอง , รอบตัดเชือกยูซีแอลฤดูกาลนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ทุกอย่างถูกตัดสินไปตั้งแต่เกมแรก

เรอัล มาดริด กุมความได้เปรียบหลังทำได้ถึง 2 อเวย์โกลในเกมแรก พวกเขากุมโชคชะตาเอาไว้ในเกมที่สอง และรู้ว่าคู่แข่งอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ไม่มีทางเลือกนอกจากบุกเข้าใส่ ซึ่งสุดท้ายพวกเขาก็สวนกลับอย่างไม่กดดัน และค่อยๆทำประตูคืนได้ และเมื่อครึ่งหลังสกอร์เท่ากันที่ 2-2 ก็เป็นทีมจากบาวาเรียที่ร้อนรนจะเอาประตูชัย และเรอัลที่ถือความได้เปรียบอยู่ ก็ประคองเกมจนเก็บผลการแข่งขันที่ต้องการได้

 

ส่วนอีกคู่ไม่ต้องพูดถึง แม้ ลิเวอร์พูล จะเสียเปรียบในการประกบคู่ ให้ต้องเล่นในบ้านก่อน แต่พวกเขากลับใช้มันเป็นจุดแข็ง พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส และใช้เสียงเชียร์ของเหล่าเดอะค็อปกดดันทีมเยือน ถล่มประตูให้มันขาดที่สุดในเกมแรก แม้สุดท้ายจะโดนอเวย์โกลมาสองลูก แต่จากการที่พวกเขาทำได้ถึง 5 ประตู มันก็ทำให้เกมที่สองพวกเขาไม่ต้องเหนื่อยมากมาย

หรือแม้ว่าจะเล่นเอาจริงเอาจังน้อยลง ประตูและผลแข่งขันที่ตุนไว้จากเกมแรก ก็ช่วยคุณเอาไว้จนสุดท้ายคุณก็เข้าชิงอยู่ดี เหมือนนักวิ่งที่นำมาจนจบ แม้จะโดนคู่แข่งไล่ตาม แต่ขอแค่คุณสปีดอีก 50 เมตรสุดท้ายคุณก็วิ่งเข้าเส้นชัยได้สบาย

4. ทีมที่สมบูรณ์ต้องมี “พระเอก” และ “พระรอง”

ขุนศึกไม่สามารถออกรบได้คนเดียวฉันใด เกมฟุตบอลก็เช่นกัน นักเตะที่เก่งสุดในทีมเพียงคนเดียวไม่สามารถบันดาลชัยชนะให้กับทีมได้ คุณต้องมีคู่หูที่ยอดเยี่ยมเพื่อช่วยเหลือคุณเสมอ

เรอัล มาดริดอาจมีศูนย์กลางเกมรุกอยู่ที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แต่แข้งทีมชาติโปรตุเกสยิงไม่ได้แม้แต่ลูกเดียวในรอบตัดเชือก เขามีเพื่อนร่วมทีมอย่าง มาร์เซโล่ มาร์โก อเซนซิโอ้ และคาริม เบนเซม่า ที่พร้อมจะขึ้นมาจบสกอร์ได้อย่างเฉียบขาดไม่แพ้กัน

กองหลังคู่แข่งอาจมาประกบคุณคนเดียว แต่ถ้าไม่มีใครประกบเพื่อนคุณ สุดท้ายเมื่อเพื่อนคุณยิงเข้า คุณก็จะได้เฮในท้ายที่สุดด้วยความเป็นทีมเวิร์คอยู่ดี

เหมือนกับที่ โมฮัมเหม็ด ซาล่าห์ ที่มาเยือนถิ่นเก่า และโดน อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ ประกบตาย แต่เขาปล่อยให้ ซาดิโอ มาเน่ ได้โชว์พลังเต็มที่ โดยมี โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ เป็นอุปรากรคอยบัญชาการด้านบน

แม้รอบชิงชนะเลิศจะเป็นการโฟกัสที่ไปที่โรนัลโด้ และ ซาล่าห์ แต่ทั้งคู่ไม่ได้แบกทีม พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของทีม ที่พร้อมจะประสบความสำเร็จไปด้วยกัน

5. ไม่มีวีเออาร์

ปฏิเสธไม่ได้อีกครั้งว่า การตัดสินผิดพลาดยังเกิดขึ้นอยู่เสมอทั้ง 4 เกมในรอบรองชนะเลิศ

ลูกที่สมควรเป็นจุดโทษกลับไม่ได้ และลูกที่ไม่ควรเป็นจุดโทษ ผู้ตัดสินดันพ่นลมใส่นกหวีดเสียอย่างนั้น

เราไม่ได้เจาะไปทีละเคส เพราะแทบทุกทีมก็เสียประโยชน์และได้ประโยชน์จากผู้ตัดสินกลางสนาม และส่งผลต่อการเข้ารอบหรือตกรอบ

วีเออาร์ อาจเป็นเครื่องมือหรือวิธีการตัดสินที่น่าหงุดหงิด เสียเวลา แต่มันก็เป็นทางเดียวที่ทำให้เกมฟุตบอลเป็นธรรมมากที่สุดในเวลานี้

และสาเหตุที่แฟนบอลยังต้องถกเถียงกัน ก็เพราะยูฟ่ายังไม่นำมันมาใช้งาน

ถึงเวลาแล้วที่ผู้ตัดสินทั่วโลกจะต้องเรียนรู้วิธีการใช้ VAR และยกระดับการตัดสินให้พัฒนาขึ้นอย่างเท่าเทียมกัน , แฟนบอลจะได้เห็นเกมที่โปร่งใส ถูกต้อง และจะได้เลิกเถียงกัน หรือก่นด่าอีกฝ่ายว่าโกงหรือซื้อกรรมการ เมื่อเสียผลประโยชน์เสียที.

Comments