5 ข่าวเด่นวงการกีฬาไทย ประจำปี 2019

ในรอบปี 2019 ที่ผ่านมาวงการกีฬาของประเทศไทยเกิดเหตุการณ์ต่างๆมากมายทั้งดีและร้ายปะปนกันไป นักกีฬาบางคนสุขสมหวังกับผลงานของตัวเอง แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ทำผลงานได้น่าผิดหวัง ซึ่งมันก็เข้ากับคอนเซปต์ของการแข่งขันกีฬาที่มีทั้ง ชนะ และ แพ้

แต่หากจะกล่าวถึงเรื่องราวที่เป็นที่พูดถึงมากที่สุดในหมู่คอกีฬาบ้านเรา ก็มีหลายเรื่องราวที่ติดอยู่ลิสต์ แต่สำหรับวันนี้ FOX Sports Thailand จะขอรวบรวม 5 ประเด็นที่น่าสนใจและโดดเด่นที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา มาดูกัน 5 ข่าวเด่นในแวดวงกีฬาไทยของเราจะมีอะไรกันบ้าง 

 

ทัพนักกีฬาไทยคว้าอันดับ3ซีเกมส์

เพิ่งจะปิดฉากลงไปสดๆร้อนๆสำหรับมหกรรมกีฬาแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือ ซีเกมส์ โดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 30 ทีมีการจัดการแข่งขึ้น ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศฟิลิปปนส์ ในระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 11 ธันวาคม 2562 ที่ประเทศฟิลิปปินส์

กรีฑากวาดทอง1โหล! บทสรุปผลงานทีมชาติไทยในซีเกมส์ 2019

โดยก่อนการแข่งขันคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยวางเป้าหมายไว้ที่ 121 เหรียญทอง อย่างไรก็ตามผลงานของทัพนักกีฬาไทยถือว่าต่ำว่าเป้าหมายเมื่อกวาดไปทั้งสิ้น 92 เหรียญทอง 103 เหรียญเงิน และอีก 123 เหรียญทองแดง ซึ่งถือเป็นการหลุดจาก 2 อันดับแรก ซีเกมส์ เป็นครั้งเเรกในรอบ 28 ปี

สำหรับสมาคมกีฬาที่คว้าเหรียญรางวัลให้กับประเทศไทยได้มากที่สุดในการแข่งขัน ซีเกมส์ 2019 ได้แก่ สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ที่คว้ามาได้ถึง 12 เหรียญทอง 11 เหรียญเงินและอีก 12 เหรียญทองแดง

รองลงมาได้แก่ สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยที่คว้าไป 12 เหรียญทอง 11 เหรียญเงิน 12 เหรียญทองแดง ในขณะที่อีกหนึ่งความหวังสูงสุดของไทยก็คือ สมาคมกีฬามวยสากลสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ครั้งนี้คว้าไปทั้งสิ้น 5 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง


ในขณะที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ครั้งนี้ถือว่าทำผลงานได้น่าผิดหวัง โดยฟุตบอลชายทีมชาติไทยในฐานะแชมป์เก่าถูกเขี่ยตกรอบแบ่งกลุ่มเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี ส่วนฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยก็ตกอกหักอีกครั้งเมื่อพ่ายให้คู่ปรับสำคัญอย่างทีมชาติเวียดนามในรอบชิงชนะเลิศ ส่งผลให้ได้เพียงเหรียญเงิน 2 สมัยติดต่อกัน

สำหรับการแข่งขันกีฬา ซีเกมส์ ครั้งที่ 31 จะถูกจัดขึ้นในปี 2021 ที่ประเทศเวียดนาม โดยจะใช้กรุงฮานอยเป็นเมืองหลักในการแข่งขัน

 

โปรเม เอรียา จุฑานุกาล

ถือเป็นปีทองอย่างแท้จริงสำหรับสองพี่น้องตระกูล จุฑานุกาล โดยเฉพาะ เอรียา จุฑานุกาล ก้านเหล็กสาวมือ 3 ของโลกชาวไทย

OFFICIAL : LPGA ประกาศอันดับโลกใหม่ “โปรเม” รั้งเบอร์ 1

โดยเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา โปรเม ประกาศศักดาสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยด้วยการคว้ารางวัลนักกอล์ฟหญิงยอดเยี่ยมแห่งปี 2018 จากสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬากอล์ฟของสหรัฐอเมริา นอกจากนี้ยังคว้าตำแหน่งโปรกอล์ฟยอดเยี่ยมของ แอลพีจีเอ ทัวร์ เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน จากผลงาน คว้า 3 แชมป์ในแอลพีจีเอ ทัวร์ และอีก 1 แชมป์เมเจอร์ พร้อมกับผงาดขึ้นเป็นมือ 1 ของโลกเมื่อปีที่แล้ว

โปรเม : หนังอัจฉริยะ ที่แฟนกีฬา “ต้องดู”

อย่างไรก็ตามแม้ว่าในปีนี้อันดับโลกของ โปรกอล์ฟ จุฑานุกาล ผู้น้องจะตกลงมาอยู่ 11 ของโลก แต่ โปรเม ยังถือเป็นแรงบันดาลใจชั้นดีสำหรับการต่อสู้และเสียสละเพื่อความฝันและสิ่งตัวเองรัก จนถึงขนาดที่ว่าเรื่องราวชีวิตของเธอและพี่สาวอย่าง โปรโม โมรียา จุฑานุกาล และครอบครัวถูกนำไปตีแผ่ในรูปภาพยนตร์เรื่อง “โปรเม อัจฉริยะ/ต้อง/สร้าง” โดยผู้กำกับ ธนาวัต เอี่ยมจินดา ที่เข้าฉายไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

 

อเล็กซ์​ อัลบอน​ ประเดิม F1 ฤดูกาลแรกด้วยอันดับ 8

ปี 2019 ที่กำลังจะผ่านพ้นไปวงการมอเตอร์สปอร์ตของไทยถือว่ามีการเติบโตในทิศทางที่ดีขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นขวบปีที่ 2 ที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน โมโต จีพี ณ สนาม ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ซึ่งปีนี้ มาร์ค มาร์เกวซ ยอดนัดบิดชาวสแปนิชได้มาประกาศศักดาถึงแดนสยามด้วยการคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 8 เมื่อช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

นอกจากนี้ในการแข่งขันรถสูตร 1 ชิงแชมป์โลก หรือ เอฟวัน เวิลด์กรังด์ปรีซ์ ยังเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ที่มีนักขับสัญชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขันนั่นก็คือ อเล็กซานเดอร์ อัลบอน อังศุสิงห์ หนุ่มลูกครึ่งไทย-อังกฤษที่เข้าร่วมการประลองความเร็วในซีซั่น 2019 ที่ผ่านมา ต่อจากพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช ที่ทรงลงแข่งขันรถสูตรหนึ่งเมื่อปี 1950

ย้อนไปเมื่อปี 2018 เป็นปีที่ 2 ในรุ่น F2 ที่ อเล็กซ์ ลงแข่งขัน ซึ่งเจ้าตัวก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อจบฤดูกาลเป็นอันดับ 3 ภายใต้สังกัด DAMS ซึ่งถือเป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่า อัลบอน พร้อมแล้วสำหรับเวทีที่ใหญ่ที่สุดในโลกความเร็วอย่าง F1 โดยในปี 2019 ตีนผีเลือดผสมย้ายเข้าสังกัด โตโรรอสโซ่ พร้อมกับได้เข้าร่วมการแข่งขันรถสูตรหนึ่งชิงแชมป์โลกเป็นครั้งแรกในชีวิต ท่ามกลางความยินดีปรีดาของแฟนกีฬาความเร็วชาวไทย

โดยผลงานของนักขับลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ในฤดูกาลแรกของศึก เอฟวัน ถือว่าทำผลงานได้อย่างทึ่ง เมื่อจบฤดูกาลด้วยคะแนนสะสมเป็นอันดับที่ 8 แถมยังเกือบสร้างประวัติศาสตร์ขึ้นโพเดียมเป็นครั้งแรก ในสนามรองสุดท้ายรายการ บราซิเลียน กรังด์ปรีซ์ เมื่อถูกแชมป์โลก 6 สมัยชาวอังกฤษอย่าง ลูอิส แฮมิลตัน ชนจนรถเสียการควบคุมและต้องจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 14

อย่างไรก็ตามจากผลงานดังกล่าวจึงไม่แปลกวงการมอเตอร์สเปอร์ตจะหันมาชายตามองนักขับจากประเทศไทยรายนี้ ซึ่งในการแข่งขันฤดูกาล 2020 จึงน่าสนใจกว่าเดิมว่า ผลงานของนักขับลูกครึ่งไทย-อังกฤษ จะจัดจ้านโดนใจแฟนๆความเร็วชาวไทยมากขนาดไหน

 

ศรีสะเกษ เสียแชมป์ให้ เอสตราด้า

น่าเสียดายที่สุดประจำวงการมวยสากลไทยปีนี้ ต้องยกให้ “เจ้าแหลม” ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น ที่บินข้ามน้ำข้ามทะเลเกือบ 20 ชั่วโมงมุ่งตรงสู่นครลองแองเจลิส เพื่อขึ้นป้องกันแชมป์โลก WBC รุ่นซูเปอร์ฟลายเวต กับคู่รักคู่แค้นอย่าง ฮวน ฟรานซิสโก้ เอสตราด้า เป็นคำรบที่ 2 ซึ่งผลการชกก็อย่างที่เรารู้กันดีว่าเข็มขัดเส้นนี้ได้กลับไปสู่เม็กซิโกอีกครั้ง

ศรีสะเกษ หล่นบัลลังก์ พ่ายแต้ม เอสตราดา เอกฉันท์ เสียแชมป์โลก WBC

หากย้อนไปในปี 2017 วงการมวยสากลบ้านเราที่ซบเซาลงในช่วง 10 ปีให้หลัง เริ่มกลับมาเป็นที่จับตามองอีกครั้ง เมื่อ”เจ้าแหลม” ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น กลับมาคว้าแชมป์โลก WBC รุ่นซูเปอร์ฟลายเวต ได้เป็นสมัยที่ 2 ด้วยการสร้างประวัติศาสตร์โค่น โรมัน กอนซาเลส ยอดมวยเบอร์หนึ่งของโลกเมื่อเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์จากนิการากัว ได้ทั้ง 2 ไฟต์ โดยเฉพาะภาค 2 ที่นักชกจากแดนสยามรายนี้ต่อย โรมัน จนหลับกลางอากาศ จนช็อกแฟนมวยทั่วโลกเลยทีเดียว และชัยชนะเหนือราชาแห่งมวยรุ่นเล็กทั้ง 2 ไฟต์นี้ทำให้ชื่อของ ศรีสะเกษ กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในชั่วข้ามคืน

ในปี 2018 ศรีสะเกษ ต้องเผชิญกับศึกหนักตั้งแต่ไฟต์แรกของปี ในการขึ้นป้องกันตำแหน่งไฟต์บังคับกับ ฮวน ฟรานซิสโก้ เอสตราด้า อดีตแชมป์โลก 2 รุ่น ที่ทำน้ำหนักขึ้นมาชิงในฐานะรองแชมป์โลกอันดับ 1 ในขณะนั้น การชกต้องบอกว่าทั้งคู่แลกอาวุธกันได้อย่างสูสีก่อนที่แชมป์โลกชาวไทยจะได้รับการชูมือแบบไม่เอกฉันท์จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารย์จากแฟนมวยจำนวนมากที่อยากให้คู่นี้ชกกันอีกคร้้งเพื่อคลายความคาใจ

26 เมษายน 2019 นับเป็นวันที่แฟนมวยหลายคนรอคอยที่จะพิสูจน์ว่าใครคือราชาแห่งรุ่น 115 ปอนด์ตัวจริงเสียงจริง เสียงระฆังยกแรกดังขึ้น ศรีสะเกษ เดิมเป็นมวยถนัดซ้าย แต่วันนี้ออกสตาร์ทด้วยการ์ดขวาจนแฟนมวยฮือฮาทั้งสนาม

รอทวงแชมป์! ศรีสะเกษยืนหนึ่งชิงผู้ชนะศึกเอสตราด้า-ยาไฟ

ตลอดเกมการชกต้องบอกว่า เอสตราด้า ที่ไฟต์นี้แก้ทางมาดีเป็นฝ่ายอาศัยความรวดเร็วที่เหนือกว่าดักต่อยจังหวะสองจนแชมป์โลกชาวไทยไล่ไม่จน ก่อนเป็นฝ่ายเอาชนะคะแนนได้อย่างเป็นเอกฉันท์ ทำให้ ฮวน ฟรานซิสโก้ เอสตราด้า แย่งแชมป์โลก WBC รุ่นซูเปอร์ฟลายเวตและเดอะริงค์จากเอวศรีสะเกษไปครอง พร้อมขึ้นแท่นนั่งบัลลังค์ราชาในรุน 115 ปอนด์ คนใหม่ได้สำเร็จ

สำหรับในปี 2020 แม้ช่วงนี้ข่าวคราวการเก็บตัวฝึกซ้อมของอดีตแชมป์โลกขวัญใจชาวไทยจะค่อนข้างเงียบ แต่ก็เป็นที่แน่นอนแล้วว่า WBC มีคำสั่งให้เขาเป็นตัวยืนรอพบกับผู้ชนะระหว่าง ฮวน ฟรานซิสโก้ เอสตราด้า ที่คิวขึ้นชกเดิมพันธ์แชมป์กับ คาลิด ยาไฟ แชมป์โลก WBA รุ่นเดียวกันจากอังกฤษ ในช่วงต้นปีหน้า ซึ่งนี่อาจจะเป็นรถไฟขบวนสุดท้ายของอดีตแชมป์โลกวัย 33 ปี จาก อ.อุทุมพรพิสัย แล้วก็เป็นได้

ฟุตบอลโลกครั้งที่สองของ ชบาแก้ว และครั้งสุดท้ายของ มาดามแป้ง

ถือเป็นความภาคภูมิใจของวงการกีฬาไทยอีกครั้งสำหรับ ทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ที่สามารถคว้าตั๋วลุยศึกฟุตบอลโลก 2019 รอบสุดท้าย ที่ประเทศฝรั่งเศส
แม้ ชบาแก้ว จะประเดิมนัดแรกปราชัยให้กับ สหรัฐอเมริกา ที่ภายหลังกลายเป็นแชมป์โลก 0-13 ก่อนพ่าย สวีเดน 1-5 ในนัดที่สอง และแพ้ ชิลี 0-2 ส่งท้ายฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2019 แต่พวกเธอก็ทำให้ “ทีมชาติไทย” มีชื่อในเวทีระดับโลกถึงสองครั้งสองครา

รักอย่างไร้เงื่อนไข : สื่อระดับโลกตีแผ่ความภูมิใจ “ชบาแก้ว” ลุยบอลโลก

ทว่า หลังจากจอดป้ายเพียงแค่รอบแบ่งกลุ่ม “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ที่รับตำแหน่งผู้จัดการฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งเป็นเวลาเกือบ 12 ปี ได้ประกาศยุติบทบาทอย่างช็อกวงการ ขณะที่ “โค้ชหนึ่ง” หนึ่งฤทัย สระทองเวียน ก็ประกาศอำลาตำแหน่งหัวหน้าโค้ชเช่นกัน

‘มาดามแป้ง’ ยุติบทบาทผู้จัดการทีมชบาแก้ว

Chanathip Songkrasin sings karaoke

Comments