ก่อนถึง ONE: CENTURY: ย้อนรอยความขลังของสังเวียน “เรียวโงกุ โกกุงิกัง”

เอ็มลี หมัดเด็ด เอ็มลี หมัดเด็ด

เรื่องราวของ เรียวโงกุ โกกุงิกัง สังเวียนที่ใช้จัดศึก ONE: CENTURY ที่คนไทยหลายคนอาจคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

WP boxing & tasty treats in Singapore on Eat, Pray, Fight!

 

เหลืออีกเพียงไม่กี่วัน ที่ศึกใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์นัดที่ 100 ของ วัน แชมเปี้ยนชิพ จะเปิดฉากขึ้น ด้วยการขนยอดฝีมือระดับโลกมาประกบคู่มวยกว่า 22 คู่ ที่จะมาชิงชัยกันบนแดนอาทิตย์อุทัย ในศึก ONE: CENTURY วันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคมนี้

นอกจากเหล่านักสู้ระดับโลกที่แฟนมวยชาวไทยให้ความสนใจแล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นก็คือ สังเวียนในการจัดศึกครั้งนี้ ที่ต้องบอกว่ามีความเก่าแก่ และซ่อนกลิ่นอายของความขลังที่ผู้มาเยือนนั้นสัมผัสได้

โดยเฉพาะแฟนหมัดมวยชาวไทย ที่มักจะเคยได้ยินชื่อของสังเวียนแห่งนี้จนชินหู เพราะมีนักชกไทยหลายรายที่สามารถมาคว้าชัย ณ ได้ที่นี่ และบางรายถึงขั้นคว้าแชมป์โลกกลับสู่สยามประเทศก็เคยมีมาแล้ว

วันนี้ FOX Sports Thailand ขอพาแฟนมวยทุกท่านไปชมตำนานเล่าขานของสังเวียน “เรียวโกกุ โกกุกิกัง”  พร้อมทั้งย้อนวันวานในอดีต ที่มีนักชกไทยเดินทางมาสร้างประวัติศาสตร์ ณ สังเวียนแห่งนี้

สังเวียนแห่งการประลอง ซูโม่ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ก่อนอื่นต้องขออธิบายความเป็นมาของสังเวียนแห่งนี้ให้ทุกท่านได้รู้ก่อน ว่าจริงๆ แล้ว “เรียวโกกุ โกกุกิกัง” ถูกคนญี่ปุ่นเรียกเพียงสั้นๆ ว่า “ซูโม่ อารีนา” เพราะสนามแห่งนี้ใช้จัดการแข่งขัน ซูโม่ เป็นหลัก และมีการจัดแข่งทุกปีตามฤดูกาลของชาวญี่ปุ่น

สังเวียนแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่รัชสมัยเมจิ ปี 1909 ด้วยเหตุผลที่ว่า “ซูโม่” ซึ่งเป็นศาสตร์การต่อสู้ประจำชาติของแดนอาทิตย์อุทัย และมีแนวโน้วว่าจะได้รับความสนใจในหมู่คนท้องถิ่นเพิ่มมากขึ้น จึงเป็นที่มาของการสร้างสนามแห่งนี้และได้รับยกย่องว่าเป็นเวทีที่ใช้ประลองซูโม่ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย

ในช่วงยุคแรกๆ เรียวโกกุ โกกุกิกัง สามารถจุผู้ที่เข้ามาเยือนได้ถึง 13,000 คน  จนเวลาผ่านไปกว่า 80 ปี ได้มีการปิดปรับปรุงครั้งใหญ่ ทั้งภายในและภายนอกตัวอาคาร นอกจากนี้ยังมีการวางเก้าอี้นั่งให้ครบทุกจุด จึงทำให้ปัจจุบัน สังเวียนแห่งนี้ลดขนาดความจุของที่นั่งคนดูลงมาเหลือ 11,098 คน

ไม่เพียงแต่จะใช้เพื่อความบันเทิงเท่านั้น  เพราะในอดีตเรียวโกกุ โกกุกิกัง ยังเคยถูกจารึกในหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์โลกอีกด้วย เนื่องจากถูกจัดให้เป็นที่ตั้งบรรชาการทางทหารของกองทัพญี่ปุ่น ไว้พักทหารผู้บาดเจ็บ และเก็บอาวุธยุทโธปกรณ์ ในการสู้ศึกสงครามโลกครั้งที่ 2

แลนมารค์ของศิลปะการต่อสู้ระดับโลก

นอกจากนี้ เรียวโงกุ ยังถือว่าเป็นแลนมารค์ของวงการกีฬาการต่อสู้แดนซามูไร เพราะไม่ว่าจะเป็นศาสตร์ศิลปะการต่อสู้แขนงไหน หากได้จัดขึ้น ณ สังเวียนแห่งนี้ นั่นหมายถึงความไว้วางใจในสายตาชาวญี่ปุ่น ว่านี่คือรายการใหญ่ที่ดังระดับโลก

ถึงตรงนี้เราจึงอดพูดไม่ได้ว่าศึก ONE: CENTURY  คือศึกใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์ ที่ถูกจัดขึ้นบนสังเวียนที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์การต่อสู้ ที่จารึกไว้จากตำนานนักสู้เลือดบูชิโดอย่างแท้จริง

การประกาศศักดิ์ดาของ 2 แชมป์โลกไทย

ถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะยังไม่เคยทราบมาก่อนว่า ในอดีตสังเวียนแห่งนี้ เคยมีแชมป์โลกมวยสากลไทยเดินทางมาสร้างประวัติศาสตร์แล้วมากมาย โดยเฉพาะ “โผน กิ่งเพชร” แชมป์โลกมวยสากลคนแรกของเมืองไทย อดีตแชมป์โลก WBC/WBA และเดอะริงค์ รุ่นฟลายเวต ที่เดินทางมาป้องกันตำแหน่ง ณ สังเวียนแห่งนี้ถึง 3 ไฟต์ด้วยกัน โดยสามารถเอาชนะไปได้ 2 ครั้ง ก่อนจะพลาดท่าพ่ายให้กับ มาซาฮิโกะ “ไฟติ้ง” ฮาราด้า ในยกที่ 11 เสียตำแหน่งแชมป์โลกไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อ 10 ตุลาคม 2505

แต่ทว่าเวลาผ่านไป 40 ปี  คนไทยก็สามารถกู้ชื่อคืนบนสังเวียนเรียวโกกุ โกกุกิกัง สำเร็จ เมื่อ “เพชรฆาตรหน้าหยก” ศิริมงคล สิงห์วังชา เดินทางไปประกาศศักดิ์ดา ไล่ถล่ม “เคนโงะ นากาชิม่า” นักชกเจ้าถิ่นพ่ายทีเคโอไปเพียงยกที่ 2 พร้อมกระชากเข็มขัดแชมป์โลก WBC รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวต ที่ว่าง กลับสู่มาตุภูมิได้สำเร็จ ในวันที่ 24 สิงหาคม 2545

สำหรับศึก ONE: CENTURY มียอดฝีมือชาวไทยขึ้นทำการชิงชัยด้วยกัน 3 คน นำทัพโดย รถถัง จิตรเมืองนนท์ ขึ้นป้องกันแชมป์โลก ONE  มวยไทย รุ่นฟลายเวต ร่วมด้วย สามเอ ไก่ย่างห้าดาว ที่เลื่อนลงมาชกในรุ่นสตรอว์เวตเป็นครั้งแรก และ ริกะ อิชิเกะ นักสู้สาวลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น รุ่นบุกเบิกศิลปะการต่อสู้ผสมผสานในประเทศไทย

Comments