แค้นนี้ต้องชำระ : 5 แมตช์ระดับทีมชาติที่เอาคืนกันอย่างสาสมใจ

เพื่อให้เข้ากับกระแสฟุตบอล ทีมชาติไทย ที่เตรียมรอลงสนามพบทีมชาติเวียดนาม ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 แมตช์ประเดิมสนาม

FOX Sports Thailand ขอพาไปติดตาม 5 คู่ปรับระดับของยุโรปที่มีการฝากรอยแค้นกันเอาไว้ก่อนจะมี “แมตช์ชำระคืน” กันในเวลาต่อมา ซึ่งไม่รู้ว่า ผลการพบกันของ ไทย กับ เวียดนาม รอบนี้จะจบลงอย่างไร

1. อังกฤษ – เยอรมนี

“อินทรีเหล็ก” เคยบุกมายัดเยียดความปราชัยถึงถิ่นเวมบลีย์ (เก่า) ในยุค เควิน คีแกน ในแมตช์คัดเลือกฟุตบอลโลก 2002 เมื่อปี 2000 ซึ่งเป็นนัดสุดท้ายที่ “สิงโตคำราม” ใช้เวมบลีย์เวอร์ชั่น “หอคอยคู่” เป็นรังเหย้า

แต่อีก 1 ปีต่อมา อังกฤษ ที่เปลี่ยนโค้ชเป็น สเวน โกรัน อีริคส์สัน ล้างแค้นคืนถึงโอลิมปิก สเตเดี้ยม ด้วยการบุกถล่ม เยอรมนี คาถิ่น 5-1 ซึ่งเกมนั้น ไมเคิ่ล โอเว่น อดีต “เจ้าหนูมหัศจรรย์” ในยุคนั้น ทำแฮตทริกได้สำเร็จ

2. เยอรมนี – เนเธอร์แลนด์

อีกหนึ่งคู่ปรับตลอดกาลในโลกแห่งฟุตบอลและแมตช์ฟุตบอลโลกนัดชิงชนะเลิศปี 1974 เป็นการเผชิญหน้ากันของสองสุดยอดนักเตะของโลก (และในประวัติศาสตร์ฟุตบอล) ที่สวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมทั้งคู่อย่างฟรานซ์ เบคเค่นบาวร์ และ โยฮัน ครัฟฟ์

แมตช์ชิงดำเมื่อ 45 ปีก่อนจบลงด้วยชัยชนะของ “อินทรีเหล็ก” ด้วยสกอร์ 2-1 เกิร์ด มุลเลอร์ ทำประตูชัย

แต่แค้นนี้รอชำระกี่ปีก็ไม่สาย อีก 14 ปีต่อมา กับศึกยูโร 1988 ที่เยอรมนีตะวันตกเป็นเจ้าภาพเอง รอบรองชนะเลิศ พวกเขาต้องโคจรมาพบกับ เนเธอร์แลนด์ ภายใต้การนำของสุดยอดกุนซือสมองเพชร ไรนุส มิเชลส์

และเป็น เนเธอร์แลนด์ ที่เอาชนะไป 2-1 จากโรนัลด์ คูมัน และ “เพชฌฆาตพรายกระซิบ” มาร์โค แวน บาสเท่น ก่อนที่ “อัศวินสีส้ม” จะกรีธาทัพไปคว้าแชมป์ยุโรปในถิ่นของคู่ปรับตลอดกาล อนิจจาที่เป็นแชมป์เมเจอร์รายการแรกและรายการเดียวของขุนพลดัตช์แมนกระทั่งทุกวันนี้

3.เนเธอร์แลนด์ – สเปน

นัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2010 จบลงด้วยชัยชนะของทีม “กระทิงดุ” สเปนเมื่อ อันเดรส อิเนียสตา บรรจงจิ้มบอลสวนตัวมาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก เป็นประตูชัย เอาชนะ เนเธอร์แลนด์ ในช่วงต่อเวลาพิเศษ

ขุนพล “อัศวินสีส้ม” ใช้เวลาบ่มเพาะความแค้น 4 ปี ก่อนจะมาเอาคืนได้สำเร็จในแมตช์ฟุตบอลโลกรอบแบ่งกลุ่มในอีก 4 ปีต่อมาที่บราซิล มันเป็นนัดประเดิมสนามของพวกเขาทั้งคู่ ก่อนที่รอบนี้ เนเธอร์แลนด์ จะเป็นฝ่ายปูพรมถล่มยับ 5-1 โดยมีประตูพุ่งตอร์ปิโดโหม่งของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ เป็นช็อตแห่งความทรงจำ

4.สเปน – อิตาลี

แม้ อิตาลี จะมาแรงที่สุดในศึกยูโร 2012 โดยเฉพาะช็อตถอดเสื้อแสดงความดีใจของมาริโอ บาโลเตลลี (และจะว่าไปนั่นคือช่วงที่ดาวเตะจอมเฮี้ยว พีคที่สุด) แต่พวกเขาต้องมาเผชิญหน้ากับ สเปน แชมป์เก่า ที่ยังอุดมไปด้วยสตาร์เหมือนเคย

ซึ่ง “กระทิงดุ” ก็บดเอาชนะทีมจากแดนรองเท้าบู๊ตไปแบบไม่เหลือซากด้วยสกอร์ 4-0

อีก 4 ปีต่อมา ในศึกยูโร 2016 ที่ฝรั่งเศส กับเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย เป็นเวลาถอนแค้นคืนของทัพ “มักกะโรนี” บ้าง ก่อนที่จอร์โจ้ คิเอลลินี และ กราเซียโน เปลเล จะเป็นผู้บรรจงเขี่ย แชมป์เก่า อย่างสเปน ตกรอบไป และเป็นการเอาคืนทบต้นทบดอกจากความผิดหวังในรอบชิงฯ ครั้งก่อนหน้า

5. โปรตุเกส – ฝรั่งเศส

แม้ขุนพลทัพ “ฝอยทอง” จะมาดวลแข้งกับ ฝรั่งเศส ในรายการสำคัญไม่บ่อยนัก แต่ก็มีความแค้นที่สั่งสมไว้นานเช่นกัน

คือนับตั้งแต่ปี 1978 เป็นต้นมา โปรตุเกส จะผูกปีแพ้ ฝรั่งเศส มาตลอด ไม่ว่าจะเป็นการพบกันในรายการใด แถมในช่วงระหว่างทางเป็นการฝังรอยแค้นสองหนซ้อนกับการชนะในยูโร 2000 รอบรองชนะเลิศ 2-1 ก่อนที่ “ตราไก่” จะมาบดเอาชนะได้อีกครั้ง 1-0 ในฟุตบอลโลก รอบตัดเชือกปี 2006 ที่เยอรมนี เป็นเจ้าภาพ

อย่างไรก็ตาม บัญชีแค้นของ โปรตุเกส ได้รับการชำระเมื่อปี 2016 เมื่อพวกเขาเอาชนะ ฝรั่งเศส 1-0 จากประตูชัยในช่วงต่อเวลาของ เอแดร์ และที่เจ็บปวดที่สุดคือ มันเป็นชัยชนะรอบชิงชนะเลิศ ในบ้านของฝรั่งเศสเอง

และยุติความพ่ายแพ้ต่อฝรั่งเศสต่อเนื่องยาวนานถึง 38 ปี ลงได้สำเร็จ

Comments