จากนัดประเดิมสนาม : ลองทำนาย ท็อป 6 พรีเมียร์ลีกหลังผ่านนัดแรก

FOX Sports Thailand ขอพาไปจัดอันดับ ท็อป 6 ของพรีเมียร์ลีก หลังผ่านนัดแรก และจะมาลองทำนายกันดูว่าทีมใด จะจบในอันดับเท่าใดกันบ้าง

Which new Premier League promoted side impressed on Matchweek 1? | The John Dykes Show

อันดับ 6. เชลซี

“สิงโตน้ำเงินคราม” ได้กุนซือใหม่อย่างแฟร้งค์ แลมพาร์ด คุมทัพ แต่ปัญหาชัดเจนอยู่ที่นักเตะของ “แลมพ์ส” ยังไม่สามารถตอบสนองแท็กติกได้ดีพอ

เกมรับที่มีปัญหายังเป็นช่องโหว่สำคัญ อีกทั้งตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้าที่ยังหาใครที่ดีกว่า ดิเอโก คอสตา ยังไม่ได้ นั่นทำให้ เชลซี ค่อนข้างสุ่มเสี่ยงต่อการหลุดท็อปโฟร์ในซีซั่นนี้

อันดับ 5. แมนฯยูไนเต็ด

“ปีศาจแดง” เสริมทัพได้ดีด้วยการคว้า แอรอน วาน บิสซากา และ แฮร์รี แม็กไกวร์ มาเสริมเกมรับในฤดูกาลใหม่ แต่ปัญหากองกลางกลับยังชัดเจนเมื่อ ปอล ป็อกบา ยังไม่มีคู่ที่เหมาะสมมาปัดกวาดเกมรับให้เขา ทำให้หลายครั้งแข้งแชมป์โลกต้องคอยมาล้วงบอลลึกด้วยตัวเอง ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่อดีตแข้ง ยูเวนตุสชื่นชอบมากนัก

ขนาดทีมของ แมนฯยูไนเต็ด ยังดูเล็กเกินไป และด้วยความเป็นทีมวัยหนุ่ม ยิ่งดูสุ่มเสี่ยงต่อการถูกตั้งคำถามเรื่องความสม่ำเสมออีกด้วย

อันดับ 4. อาร์เซนอล

“ปืนใหญ่” เสริมเกมรุกได้อย่างน่ากลัวด้วยการดึง นิโคลัส เปเป เข้ามาเสริมทีม แถมขันน็อตเกมรับด้วยคีแรน เทียร์นีย์ และ ดาวิด ลุยซ์

การสร้างทีมในซีซั่นที่สองของอูไน เอเมอรี น่าสนใจ เพราะอาร์เซนอลดูมีมิติมากขึ้นโดยเฉพาะในเกมแดนกลางที่ได้มิดฟิลด์เชิงสูงอย่างดานี เซบาญอสมาเสริมอีกราย

แม้เกมรับจะยังไม่นิ่งแต่ด้วยพลังแนวรุกทั้งของใหม่และของเก่าจะทำให้อาร์เซนอลมีทีมที่ดีที่สุดในการลุ้นติดท็อปโฟร์

อันดับ 3. สเปอร์ส

ซีซั่นนี้เมาริซิโอ โพเชตติโน ยื่นคำขาดต้องการคว้าแชมป์มาประดับตู้โชว์ของสโมสรให้ได้

พวกเขาดึงโจวานี โล เซลโซ เพลย์เมกเกอร์ชาวอาร์เจนไตน์มาเสริมทีมพร้อมกับ ตองกีย์ เอ็นดอมเบเล กลางจอมพลังจาก ลียง แถมด้วยไรอัน เซสเซอญง แบ็กซ้ายจอมบุกจากฟูแลม

ด้วยทีมชุดหลักที่ดีอยู่แล้วทำให้ สเปอร์ส ดูเป็นทีมที่เสริมทัพได้ดีที่สุด ทว่าพวกเขาโชคร้ายเมื่อคู่แข่งด้านบนอย่าง แมนฯซิตี และ ลิเวอร์พูลนั้นแข็งแกร่งเหลือเกิน

ซึ่งแม้อาจจะเร็วเกินไปที่พวกเขาจะได้แชมป์ลีก แต่สำหรับ ฟุตบอลถ้วย สเปอร์ส มีลุ้นกันยาวๆในฤดูกาลนี้

อันดับ 2. แมนฯซิตี้

เข้าใจว่า “เรือใบสีฟ้า” มีทีมที่ยอดเยี่ยมและเหมือนจะไร้ที่ติมาตั้งแต่ฤดูกาลก่อน และทุกคนดูจะลงตัวและเป็นหนึ่งเดียวกับวิธีการเล่น “Possession Game” ของเป๊ป กวาร์ดิโอลา

อย่างไรก็ตามรอยร้าวของแมนฯซิตี้ อยู่ที่การดึง โรดรี มาแทน แฟร์นานดินโญ ซึ่งต้องใช้เวลากว่าจะประสานทดแทนกันได้สนิท ขณะที่การดึง ชูเอา กานเซโล เข้ามาหมายความว่า วิธีการเล่นในตำแหน่งแบ็กของ “เรือใบสีฟ้า” ต้องปรับเปลี่ยนไปจากฤดูกาลก่อน ซึ่ง กานเซโล เป็นแบ็กจอมบุก หมายความว่าผู้เล่นรายอื่นต้องมาช่วยประคองแข้งโปรตุกีสรายนี้มากขึ้น

อีกทั้ง แมนฯซิตี้ ยังต้องการเน้นถ้วยอื่นด้วยนอกจากพรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่พวกเขาหมายปอง ฉะนั้นเป็นไปได้สูงว่าพวกเขามีโอกาสทำแต้มหล่นในลีก มากกว่า ลิเวอร์พูล

“เรือใบสีฟ้า” ยังเป็นทีมที่แข็งแกร่งไร้เทียมทานที่สุดในประเทศ แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงตรงแกนใหญ่ภายในทีมบวกกับการต้องแบ่งโฟกัสไปที่หลายถ้วย มีโอกาสที่พวกเขาจะต้องหล่นมาเป็นพระรองบ้าง

อันดับ 1. ลิเวอร์พูล

น่าจะถึงเวลาเสียทีสำหรับ “หงส์แดง” กับการยุติการรอคอยอันนานแสนนานไว้ที่ 30 ปี

เยอร์เกน คล็อปป์ ซื้อใจผู้เล่นชุดเดิมด้วยการจับมือกันแน่นและสานฝันจากแชมป์ยุโรปฤดูกาลก่อน เดินหน้าไปเพื่อคว้าฝันอันสูงสุดที่เหล่าเดอะ ค็อป ต้องการจะไปให้ถึง

หลายคนกังวลถึงเรื่องขุมกำลังสำรองหรือการไม่เสริมทัพ แต่มองอีกมุมนั่นก็เปิดโอกาสให้ดาวรุ่งที่มีความกระหายได้ขึ้นมาแสดงผลงาน ขณะเดียวกันการไม่มีนักเตะใหม่เข้ามานั่นก็หมายถึงบรรยากาศในห้องแต่งตัวที่จะยังคงแน่นแฟ้นเหมือนเดิม (หรือยิ่งกว่าเดิม)

คล็อปป์ เป็นผู้จัดการทีมที่เลือกเน้นทัวร์นาเม้นต์ที่ตัวเองต้องการ ซึ่งชัดเจนว่าเป้าหมายของกุนซือเยอรมันอยู่ที่ลีกสูงสุด ซึ่งหากทำได้ ลิเวอร์พูล จะก้าวกลับขึ้นไปสู่ความยิ่งใหญ่อย่างเต็มตัวอีกครั้ง และปลดล็อกสุดท้ายที่พวกเขาตามหามานานแสนนานเสียที

บางทีฟุตบอลก็เล่นด้วยใจและแรงปรารถนา ซึ่งผู้จัดการทีมที่ “ขุด” เอาแรงใจของนักเตะออกมาได้ดีที่สุดในโลก ทำงานอยู่ที่แอนฟิลด์

แนท ณรินทร์ภัทร บุณยวีรพันธ์

Comments