น้องใหม่ (พรีเมียร์ลีก) ร้ายบริสุทธิ์ : นอริช ซิตี้

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลีกฟุตบอลที่เร้าใจที่สุดลีกหนึ่งของโลก ฤดูกาล 2019-20 กำลังจะเริ่มต้นในอีกไม่กี่วันนี้ 

John Dykes’ 2018/19 Premier League Best XI Signings

แน่นอนว่า ทีมในลีกย่อมผัดเปลี่ยนหน้าตาไปทุกปี โดยในปีนี้ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ฤกษ์ต้อนรับทีมน้องใหม่สามทีมจากศึก แชมเปียนชิพ อังกฤษ ได้แก่ นอริช ซิตี้, เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด และ แอสตัน วิลลา

แม้ว่าบางทีมจะเป็นน้องใหม่หน้าเก่าที่ชื่อคุ้นหูแฟนบอล ช่วงเวลาในลีกรองของเกาะอังกฤษ ย่อมเปลี่ยนแปลงทีมที่พวกเราเคยรู้จักไปไม่มากก็น้อย เรา FOX Sports Thailand จึงอยากขอพาคุณผู้อ่านไปอัพเดทเรื่องราวของทีมเหล่านี้อีกครั้ง ก่อนที่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จะระเบิดความมันในวันศุกร์ที่จะถึงนี้

เริ่มต้นด้วย ‘นกขมิ้นเหลืองอ่อน’ นอริช ซิตี้

ประวัติและความเป็นมา

‘นกขมิ้นเหล่ืองอ่อน’ นอริช ซิตี้ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1902 หรือ 117 ปีที่แล้ว พวกเขาเป็นทีมประจำเมือง นอริช เมืองที่ใหญ่ที่สุดของมณฑลนอร์ฟอล์ก มณฑลที่โดดเด่นในด้านเกษตรกรรมทางภาคตะวันออกของประเทศอังกฤษ

ในสมัยโบราณ ช่างทอผ้าชาวเฟลมิช ได้นำนกขมิ้น (Canaries) เข้ามาเลี้ยงในประเทศอังกฤษเป็นที่แรกๆ ในเมือง นอริช ทำให้ นกขมิ้น กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำเมือง และกลายเป็นฉายาของทีมฟุตบอลประจำเมืองจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ สีของนกขมิ้น ยังมีอิทธิพลต่อชุดเหย้าสี เหลือง-เขียว ของทีมอีกด้วย

พวกเขาใช้เวลาในลีกรองของอังกฤษมาพักใหญ่ ก่อนจะได้โอกาสสัมผัสลีกสูงสุดอังกฤษเป็นครั้งแรกในฤดูกาล 1973-74 สมัยที่ยังชื่อว่า ดิวิชั่น 1 อยู่ ซึ่งพวกเขาก็วนเวียนระหว่างดิวิชั่น 1 และ ดิวิชั่น 2 นับตั้งแต่นั้น

ผลงานที่ดีที่สุดของพวกเขาในลีก คือการคว้าอันดับสามใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 1992-93 ได้โอกาสไปเล่นฟุตบอล ยูฟ่า คัพ ในฤดูกาลถัดมาได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร โดยพวกเขานั้นโชว์ฟอร์มดีมีลุ้นแชมป์จนถึงช่วงปลายฤดูกาลทีเดียว

ประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีก

พวกเขาเริ่มต้นพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 1992-93 ได้อย่างยอดเยี่ยมดังที่กล่าวไป แต่พวกเขาก็ตกชั้นไปอย่างรวดเร็วในฤดูกาล 1994-95 และลงเล่นในลีกแชมเปียนชิพ อังกฤษ เสียเป็นส่วนใหญ่

นับตั้งแต่ปี 1995 พวกเขาได้โอกาสลงเล่นในลีกสูงสุดเพียง 5 ฤดูกาล จาก 24 ฤดูกาลถัดมา ซึ่งครั้งล่าสุดที่พวกเขาได้เล่นในพรีเมียร์ลีก พวกเขาจบที่อันดับ 19 ในฤดูกาล 2015-16 ภายใต้การคุมทีมของ อเล็กซ์ นีล กุนซือชาวสก็อตแลนด์

พวกเขาสามารถตีตั๋วกลับมาเล่นในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง หลังจากที่โชว์ฟอร์มดี คว้าแชมป์ แชมเปียนชิพ อังกฤษ ฤดูกาล 2018-19 ด้วยผลงาน ชนะ 27 นัด เสมอ 13 นัด และแพ้เพียง 6 นัด เก็บคะแนนได้มากถึง 94 คะแนนเลยทีเดียว

ผลงานที่ผ่านมาของ นอริช ซิตี้ ในพรีเมียร์ลีก

1992-93 : อันดับที่ 3

1993-94 : อันดับที่ 12

1994-95 : อันดับที่ 20 (ตกชั้น)

2004-05 : อันดับที่ 19 (ตกชั้น)

2011-12 : อันดับที่ 12

2012-13 : อันดับที่ 11

2013-14 : อันดับที่ 18 (ตกชั้น)

2015-16 : อันดับที่ 19 (ตกชั้น)

ทำความรู้จักกุนซือ : ดาเนียล ฟาร์เคอ (เยอรมนี, 42 ปี)

แม้ว่านายใหญ่ชาวเยอรมนีวัย 42 ปี จะไม่เคยผ่านการลงเล่นฟุตบอลในระดับอาชีพเลย แต่เขาก็เป็นโค้ชฝีมือดีคนหนึ่งในวงการฟุตบอลเยอรมนี โดยสามารถพา เอสเฟา ลิปป์สตัดท์ 08 เลื่อนชั้นจากลีกระดับที่ 6 ของเยอรมนี ขึ้นมายังลีกระดับที่ 4 ได้สำเร็จ ก่อนจะได้โอกาสคุมทีมสำรองของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยักษ์ใหญ่ฟุตบอลเมืองเบียร์ในปี 2015 ต่อจาก เดวิด วากเนอร์ กุนซือผู้ที่จะพา ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ โลดแล่นในลีกสูงสุดอังกฤษ

ฟาร์เคอ ทำผลงานกับ ‘เสือเหลือง’ ชุดสอง ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยมีสถิติ ชนะ 29 นัด เสมอ 21 นัด และแพ้ไปเพียง 6 นัด นอกจากนี้ เขายังได้ประสบการณ์อันล้ำค่าในโลกของฟุตบอลจากการทำงานร่วมกับ โธมัส ทูเคิล นายใหญ่ของ ‘เสือเหลือง’ ในเวลานั้น และ มิชาเอล ซอร์ค ผู้อำนวยการกีฬาฝีมือดีอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ฟาร์เคอ เลือกที่จะอำลาทีมในปี 2017 ก่อนที่จะโยกมารับงานคุมทีมในอังกฤษกับ นอริช ซิตี้ จนถึงปัจจุบัน

แผนการเล่น

ฤดูกาลที่แล้ว นอริช ซิตี้ ภายใต้การคุมทีมของ ฟาร์เคอ มักจะลงเล่นด้วยระบบ 4-2-3-1 ที่เน้นการครอบครองบอลเป็นหลัก พวกเขานิยมใช้วิงแบ็คพลังหนุ่มอย่าง แม็กซ์ อารอนส์ และ จามาล ลูอิส ในการขยายพื้นที่ในแนวกว้าง เพื่อเปิดโอกาสให้แนวรุกอย่าง โอเนล เอร์นานเดซ และ เอมิ บูเอนเดีย โจมตีในพื้นที่ ฮาล์ฟ-สเปซ (พื้นที่ระหว่าง ฟูลแบ็ค และ เซ็นเตอร์แบ็ค) ส่วนกองหน้าอย่าง ตีมู ปุกกี นั้นทำงานอย่างหนักเพื่อหาพื้นที่ว่างในการดึงตัวประกบ หรือทำประตู

ในส่วนของเกมรับ พวกเขาเลือกที่จะใช้การเพรสซิงในแนวกว้างเป็นหลัก ในบางครั้ง วิงแบ็คของ นอริช จะเข้ากดดันสูงถึงไลน์ของฟูลแบ็คคู่แข่ง ซึ่งทำให้พวกเขาสุ่มเสี่ยงต่อการถูกโต้กลับ อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ป้องกันความเสี่ยงนี้ด้วยการให้วิงแบ็คอีกข้าง หุบเข้ามาทำหน้าที่เป็นเซ็นเตอร์แบ็คจำเป็น เพื่อเพิ่มจำนวนกองหลังให้กับทีม

ด้วยแท็คติกของ ฟาร์เคอ นี้เอง ทำให้ นอริช ซิตี้ ทำประตูได้มากถึง 93 ลูก สูงเป็นอันดับหนึ่งในศึก แชมเปียนชิพ ฤดูกาลที่แล้ว อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็เสียประตูมากถึง 57 ลูก ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ ฟาร์เคอ ต้องพิจารณา เพื่อโอกาสการอยู่รอดในลีกสูงสุดของทีม

นักเตะที่น่าจับตามอง : ตีมู ปุกกี (กองหน้า, ฟินแลนด์, 29 ปี)

อดีตกองหน้าของ ชาลเก 04 และ กลาสโกว์ เซลติก คือกุญแจสำคัญของความสำเร็จในฤดูกาลที่แล้ว โดยกองหน้าดีกรีทีมชาติฟินแลนด์ ทำประตูไปได้มากถึง 29 ลูกในลีก จากการลงสนามให้ทีม 43 นัด คว้ารางวัลดาวซัลโวของศึกแชมเปียนชิพ และรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสรไปอย่างไร้ข้อกังขา

แม้ว่า ปุกกี จะเป็นกองหน้าที่ร่างกายไม่สูงใหญ่ หรือรวดเร็ว แต่เขาก็เป็นกองหน้าที่ขยัน และเล่นได้อย่างชาญฉลาด เขาสามารถหาช่องว่างในการเข้าโจมตี หรือดึงตัวประกบให้กับเพื่อนร่วมทีมได้ นอกจากนี้ เขายังสามารถพักบอล และจ่ายบอลในพื้นที่สุดท้ายได้ดีอีกด้วย ยืนยันได้จากการทำแอสซิสต์ 10 ลูก ในลีกฤดูกาลที่แล้ว

ด้วยวัย 29 ปี เชื่อว่า ปุกกี พร้อมแล้วที่จะแสดงฝีเท้าที่มีอยู่ ลงเล่นในลีกที่แข็งแกร่งที่สุดลีกหนึ่งของโลกให้แฟนฟุตบอลได้ประจักษ์

เครดิตรูปภาพ : canaries.co.uk, @NorwichCityFC

Comments