หวนคืนสู่บ้าน : “แลมพาร์ด” กับงานใหญ่ยักษ์ที่รออยู่กับเชลซี

ณรินทร์ภัทร บุณยวีรพันธ์ ณรินทร์ภัทร บุณยวีรพันธ์

แม้จะยังไม่เป็นทางการแต่ก็แทบจะโอกาสสูงมากที่แฟร้งค์ แลมพาร์ด จะหวนกลับไปทำงานร่วมกับ เชลซี อีกครั้ง ในฐานะผู้จัดการทีม

ล่าสุด ดาร์บี้ เคาน์ตี้ สังกัดปัจจุบันของ แลมพาร์ด ไฟเขียวให้เขาได้กลับไปเจรจากับทีมเก่า หลังพา “แกะเขาเหล็ก” เกือบเลื่อนชั้นในฤดูกาลล่าสุด

โอกาสที่ แลมพาร์ด จะได้คุม เชลซีนั้นค่อนข้างสูงเนื่องจากไม่น่ามีกุนซือรายอื่นเข้ามาเสี่ยงกับสถานการณ์ที่ (น่าจะ) ไม่สามารถซื้อตัวนักเตะใหม่ได้ถึง 2 ตลาด

เพราะทีมชุดนี้ยังเป็นชุดของอันโตนิโอ คอนเต เดิม และ เมาริซิโอ ซาร์รี ที่ยังเปลี่ยนทีมไม่สมบูรณ์ ทำอยู่แค่ฤดูกาลเดียวก็เปิดหมวกอำลาทีมไป

ฉะนั้นสิ่งที่ แลมพาร์ด น่าจะเข้ามาจัดการที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในระยะสั้น คือการรวมใจนักเตะเท่าที่มี ให้เล่นด้วยกันได้ และจุดสำคัญที่บอร์ด เชลซี อาจต้องการจากแลมพาร์ดมากที่สุด ก็คือการใช้ดาวรุ่งให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เนื่องจากเมื่อฤดูกาลก่อน แลมพาร์ดใช้แข้งอย่าง เจย์เดน โบเกิล (แบ็กขวา) , เมสัน เมาท์ (กองกลาง) และ แฮร์รี วิลสัน (กองหน้า) จนสามรายนี้กลายเป็นกำลังหลักพาทีมเข้าสู่รอบเพลย์ออฟจนเกือบได้เลื่อนชั้น

เมาท์ ในฐานะแข้งตัวยืมของเชลซี รวมทั้งบรรดาหน้าเก่าอย่างเคิร์ท ซูมา จะต้องเข้ามาช่วยทีมในสถานการณ์ที่ไม่ชัดเจนเรื่องโครงของทีม ซึ่งพวกเขากำลังต้องเผชิญอยู่

ด้วยความเป็นตำนานสโมสร แฟนบอลย่อมมีเกราะกำบังให้กับ แลมพาร์ด ค่อนข้างมาก แต่จุดอ่อนของเขาที่เห็นได้ชัดเจนนั่นก็คือ “ประสบการณ์” ในการทำทีมระดับสูง

ซึ่งเคสนี้ก็ไม่ต่างกับโอเล กุนนาร์ โซลชา กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

สิ่งที่เขาอาจต้องทำคือต่อสัญญานักเตะตัวหลัก (ที่คิดว่าจะใช้การได้ในอย่างน้อย 2 ปี) ออกไป ขณะเดียวกันก็ต้องผลักดันดาวรุ่งที่มีให้กลายเป็นนักเตะระดับที่สามารถเล่นในพรีเมียร์ลีกได้

เรื่องของเรื่องคือเชลซีในยุคโรมัน อบราโมวิช นั้นไม่ค่อยคุ้นชินกับการผลักดันดาวรุ่งสักเท่าไหร่ จะเน้นไปที่การทุ่มซื้อสตาร์เข้ามาเล่นด้วยกันมากกว่า

แนวทางแบบนี้ (ซึ่งแม้เป็นสถานการณ์บังคับ) จึงน่าจะเหมาะที่สุดกับแลมพาร์ด และแม้ว่าการทำทีมโดยใช้เด็กจะต้องใช้เวลา แต่ถ้าประสบความสำเร็จ พวกเขาจะกลายเป็นทีมที่มีความสามัคคีสูงมาก เพราะเติบโตมาด้วยกัน

แต่พวกเขาจะเป็น “สิงโตน้ำเงินคราม” ยุคใหม่เวอร์ชั่นวัยกระเตาะ หรือจะเป็นทีมที่ขาดสตาร์และไม่สามารถรักษามาตรฐานไว้ที่จุดเดิมได้

คงต้องติดตามตอนต่อไปอย่างใกล้ชิด

แนท ณรินทร์ภัทร บุณยวีรพันธ์

Comments