NAT on FOX : ความสำเร็จแบบ “เรือใบสีฟ้า”

ณรินทร์ภัทร บุณยวีรพันธ์

เชื่อว่าตอนนี้แฟนบอล “เรือใบสีฟ้า” คงลืมความผิดหวังในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกไปก่อน

เพราะการฉลองให้กับความสำเร็จที่ได้มา ก็มีความสำคัญต่อความรู้สึก พอๆกับการชอกช้ำกับความผิดหวัง

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อาจเสกแชมป์ยุโรปให้กับ ซิตี้ ยังไม่ได้ แต่นี่อาจเป็นฤดูกาลที่ทีมแชมป์ได้คะแนนในลีกมากที่สุดในประวัติศาสตร์

จริงอยู่ครับ ฤดูกาลนี้อาจมีหนามยอกอกอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล เพราะแน่นอนคุณย่อมไม่สามารถเอาชนะทุกทีมได้

มันต้องมีทีมที่คุณแพ้ทางบ้าง แต่เหนือสิ่งอื่นใด หากคุณจะยิ่งใหญ่ แทบทุกทีม ต้องแพ้คุณ

นี่คือสิ่งที่อีก 17 ทีมต้องเจอ , เมื่อพวกเขาต้องศิโรราบให้กับเกมต่อบอลและการเคลื่อนที่ของ ซิตี้ ในฤดูกาลนี้

และโจเซ็ป กวาร์ดิโอล่า ยังคงเป็นผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดในโลกฟุตบอลขณะนี้ครับ

เขาเป็นกุนซือที่มีวิธีคิดอย่างเป็นระบบและแบบแผน ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นขั้นเป็นตอน , เขาสามารถคิดค้นวิธีการเล่นออกมาได้อย่างชัดเจน

และยิ่งไปกว่านั้นคือการ “ถ่ายทอด” วิธีเหล่านั้นให้กับลูกทีม

มันอาจไม่เวิร์กในปีแรก เพราะเขายังไม่เคยเจอกับฟุตบอลพรีเมียร์ลีก และลูกทีมที่ไม่เคยเจอสไตล์บอลแบบเป๊ป ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจกับทฤษฎีของมัน

เขาใช้เวลา 1 ปีอันน่าผิดหวังเก็บข้อมูล และเรียนรู้ว่าควรต้องแก้จุดไหน

อะไรที่เป็นจุดอ่อน ตัดทิ้ง , อะไรที่เป็นจุดแข็ง คงไว้ , และจุดไหนที่ควรต้องได้มาเสริม “ต้องได้”

นั่นคือการมาถึงของแบ็ก 3 คนอย่าง เบนฌาแม็ง เมนดี้ , ไคล์ วอล์คเกอร์ และ ดานิโล่ในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา

รายละเอียดเล็กๆ ที่ไม่ค่อยมีใครใส่ใจ แต่แบ็ก คือตำแหน่งที่สำคัญที่สุดของการขึ้นเกมในรูปแบบของการต่อบอลหาช่อง

โดยเฉพาะแบ็กที่สามารถเล่นได้ทั้งเกมรุกและรับ อย่าง 3 คนนี้

อีกหนึ่งปัญหาที่เขาต้องแก้ คือผู้รักษาประตูคนใหม่ ที่เป๊ปอ่านแล้วว่า ต้อง “ดีกว่าคนเก่า” อย่างเคลาดิโอ บราโว่

Ederson

เอแดร์สัน โมราเอส คือผู้รักษาประตูที่ฟอร์มสม่ำเสมอที่สุดคนหนึ่งในพรีเมียร์ลีก และจนถึงขณะนี้เขาคลีนชีทไปแล้ว 15 เกม

เป็นรองเพียง ดาบิด เด เคอา (16 เกม) แค่คนเดียว

หลังจากนั้น เมื่อแก้ปัญหานายด่านเสร็จเรียบร้อย ต่อไปก็คือการปรับทัศนคติการเล่นของลูกทีมที่ “พัฒนาได้” เจียระไนให้แวววับ

นั่นคือสาเหตุที่ทำไมเราถึงเห็น เลรอย ซาเน่ และ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง กลายร่างจากปีกที่มีแต่ความเร็ว กลายเป็นสองตัวริมเส้นที่ยิงรวมกันในลีกได้มากถึง 26 ประตู

กับทีมในพรีเมียร์ลีกที่เคยชินกับบอลไดเร็กต์มานานแสนนาน แต่พอมาเจอการเคลื่อนที่หาช่อง , เคลื่อนที่สลับตำแหน่งของนักเตะซิตี้ ก็ต้องตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แทบทุกรายไป

พวกเขามีตัววิ่งหาช่องที่ดี , มีตัวเชื่อมระหว่างแดนกลางกับศูนย์หน้าที่ออกบอลง่าย และแน่นอน ต้องมีตัวสร้างสรรค์เกมหรือตัวจ่ายบอลที่ดีด้วย

นี่คือสิ่งที่เป๊ป เสกให้ เควิน เดอ บรอยน์ , การจะเลือกจ่ายบอลในจังหวะไหน , จ่ายแบบใด สั้นหรือยาว ออกซ้ายหรือขวา หรือแทงคิลเลอร์พาสจังหวะไหน , จะยกบอลเอาชนะไลน์กองหลังฝั่งตรงข้ามอย่างไร

ทุกอย่างเกิดจาก “การทำให้เข้าใจ” และฝึกซ้ำไปซ้ำมาในสนามซ้อม

ผมคิดว่าพอนักเตะ ซิตี้ เริ่มเล่นด้วยกันและเข้าใจกันเรื่อยๆ พวกเขาสนุกกับการเล่นเกมรุก , สนุกกับการทำประตูใส่คู่แข่งในหลากหลายวิธี มันทำให้การเล่นฟุตบอลเป็นสิ่งที่ไม่เครียด

และนั่นทำให้พลังของพวกเขาออกมาเรื่อยๆ และกลายเป็นสามแต้ม , สามแต้ม และสามแต้ม

กลายเป็นว่าพวกเขาน่าจะเป็นทีมที่พลาดน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ทำเนียบแชมป์พรีเมียร์ลีก

ซึ่งแท้จริงมันเป็นแชมป์ที่ “เว่อร์” นะครับ หากนำแต้มของซิตี้ ไปเทียบกับแชมป์ฤดูกาลก่อนๆ

คือว่ากันตามตรงแต้มของแมนฯยูไนเต็ด อันดับ 2 หากไปเตะกันสัก 4-5 ฤดูกาลก่อน ก็ยังเพียงพอต่อการลุ้นแชมป์

แต่แค่ ซิตี้ ดีเกินไปจริงๆในฤดูกาลนี้ จนต้องเรียกว่า “ดีเลิศ” ชนิดที่เรียกว่าแค่ “ดี” เฉยๆ ไม่เพียงพอครับ

แต่จุดอ่อนของเป๊ป ก็ใช่ว่าจะไม่มี , แฟนบอลทั่วโลกเห็นกันหมดว่าเขาแพ้ทางบอลเพรสซิ่งแบบเจอร์เก้น คล็อปป์ และยังมีปัญหาเรื่องการแก้เกม หากสถานการณ์กำลังเพลี่ยงพล้ำ

เพราะปกติซิตี้มักจะเป็นทีมที่ปูพรมถล่มใส่คู่แข่งตลอด ไม่ค่อยเจอกับสถานการณ์ที่เป็นรอง

ฉะนั้นนี่คือการบ้านที่ เป๊ป ต้องไปปรับแก้ให้ดีขึ้นในฤดูกาลหน้า

ผู้จัดการทีมคนนี้ แพ้แล้วจำ , แพ้แล้วจด , แพ้แล้วนำปรับแก้ไขนะครับ

ผมเชื่อว่า ความสำเร็จของโจเซ็ป กวาร์ดิโอล่า สามารถนำไปใช้กับการดำเนินชีวิตของทุกๆคนได้

คนเรากว่าจะสำเร็จมันต้องผ่านการล้มเหลวมาก่อน , ก่อนจะรู้จริง ก็ต้องผ่านการไม่รู้มาก่อน

ผมเชื่อว่าปีหน้า ซิตี้ ต้องหาทางแก้มือ ลิเวอร์พูล ให้ได้ นี่คือสิ่งที่เป๊ป กำลังครุ่นคิดอยู่ในเวลานี้…

เขาจะเอาแชมป์พรีเมียร์ลีกมาวางตั้งเอาไว้เป็นกำลังใจ จากนั้นมองไปยังเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้น

ให้ทุกความสำเร็จเป็นพลัง แต่อย่าหยุดเดินไปข้างหน้า …ผมเชื่อว่ากุนซือสแปนิช มองเป้าที่ใหญ่กว่า คือการครองบัลลังก์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

เราน่าจะได้เห็น “แมนเชสเตอร์ ซิตี้” ที่ตัวใหญ่ขึ้นกว่านี้อีกครับ …

“นี่มันแค่เริ่มต้นเท่านั้น มันยังไม่จบ” เป๊ป กำลังกระซิบข้างหูของท่านผู้อ่านทุกคน ผ่านบทความชิ้นนี้…

Comments