FOX Opinion : หรือพรีเมียร์ลีกควรจะมีเบรคหนีหนาว?

มันไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจที่ทำไม 5 ฤดูกาลหลังสุดไม่มีสโมสรจากประเทศอังกฤษเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้เลย จากการสำรวจของยูฟ่า พรีเมียร์ลีกนั้นมีอัตราการบาดเจ็บของผู้เล่นในช่วงเดือน เมษายน และพฤษภาคม มากกว่าลีกอื่นในยุโรปที่มีการพักเบรกหน้าหนาวถึง 4 เท่า

แน่นอนว่าการที่ทีมในพรีเมียร์ลีกไม่มีการเบรกหนีหนาว ส่งผลให้สโมสรจากอังกฤษ ไม่สามารถทำผลงานได้ดีในการแข่งขันฟุตบอลรายการยุโรป และยังเป็นเหตุให้นักเตะทีมชาติทั้งหลายที่กลำศึกหนักมาทั้งฤดูกาลในพรีเมียร์ลีกไม่สามารถงดฟอร์มเก่งออกมาให้ประเทศบ้านเกิดของเขาจากอาการเหนื่อยล้า

ตัวอย่างที่มีให้เห็นอย่างชัดเจนก็คือ เจมี คาร์ราเกอร์ ปราการหลังจทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ในฤดูกาล 2005/2006 นั้น คาร์ราเกอร์ลงเล่นไปถึง 70 เกมในทุกรายการก่อนที่จะลงสนามพบกับทีมโปรตุเกสในฟุตบอลโลกปี 2006 ที่ประเทศเยอรมัน ผลสรุปว่าในเกมนั้นทีมชาติอังกฤษแพ้ให้ทีมชาติโปรตุเกสในการดวลจุดโทษไป 3-1 และคาร์ร่าก็เป็นหนึ่งในนักเตะทีมสิงโตคำราม 3 คนที่ยิงจุดโทษไม่เข้าเช่นเดียวกันกับ แฟรงค์ แลมพาร์ด สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด

เจมี่นั้นเผยกับสื่อในตอนนั้นว่าการที่ลงสนามไปถึง 70 เกมทำให้เขารู้สึกเหนื่อยล้าแม้กระทั่งก่อบฟุตบอลโลกจะเริ่มขึ้นด้วยซ้ำถึงขณะที่เจ้าตัวบอกว่าแทบจะทรุดลงไปอยู่ที่เข่า นอกเหนือจากฟอร์มการเล่นที่ตกลง สภาพความเหนื่อยล้าต่างๆที่ลงเล่นมาทั้งฤดูกาลแบบติดต่อกันก่อสร้างอาการบาดเจ็บให้กับผู้เล่นอีกด้วย

ทว่าเรากำลังอาจจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้เมื่อมีการเปิดเผยจากสื่อจากประเทศอังกฤษว่า เอฟเอ อังกฤษ และพรีเมียร์ลีกกำลังพูดคุยอย่างจริงจังถึงความเป็นไปได้ที่จะเริ่มมีการเบรกหนีหนาว 2 อาทิตย์ในช่วง ปลายมกราคม ถึงต้นกุมภาพันธ์และจำนำมาใช้ครั้งแรกในฤดูกาล 2019/2020

ซึ่งถ้าหากทุกอย่างนั้นนั้นเป็นไปได้ด้วยดีและการเบรกหนีหนาวนั้นเกิดขึ้นในต้นปี 2020 จะเป็นครั้งแรกที่นักเตะทีมชาติอังกฤษได้พักในช่วงหน้าหนาวเป็นครั้งแรกก่อนจะเข้า ยูโร ในช่วงซัมเมอร์ในปีนั้น เราก็ต้องมาดูว่าท้ายที่สุดแล้วเมื่อมีการหยุดเบรกทีมชาติอังกฤษจะสามารถใช้ประโยชน์จากในส่วนนี้ได้มากน้อยเพียงใด

มันถึงเวลาแล้วที่พรีเมียร์ ลีกอังกฤษจะมีการพักเบรกหนีหนาวเพื่อให้นักฟุตบอล และทีมงานของสโมสรต่างๆได้พักผ่อนกับครอบครัวเพื่อชาร์จพลังกลับมาลุยกันต่อในช่วงครึ่งฤดูกาลที่เหลือ แน่นอนแฟนบอลอยากจะดูพรีเมียร์ลีก เพื่อเชียร์ทีมโปรดของตัวเองทุกๆอาทิตย์ แต่ถึงเวลาแล้วที่จะมีการเปลี่ยนแปลงผลประโยชน์โดยส่วนร่วมของฟุตบอลอังกฤษ

Comments