The Kop Corner : ถ้าไม่ได้แชมป์ลีก คุณจะเสียดายขนาดไหน?

เกมที่สำคัญที่สุดต่อการลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก 2018-19 ของพลพรรค “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล นั้นจบลงด้วยชัยชนะเหนือ เชลซี อริจากกรุงลอนดอนที่ลิเวอร์พูลไม่เคยเอาชนะในแอนฟิลด์ได้เลยมา 6 ฤดูกาลติดต่อกัน 2-0 จากประตูของ ซาดิโอ มาเน และลูกยิงไกลพลังลมปราณโยคะของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

สำหรับโปรแกรมที่เหลือของลิเวอร์พูลอีก 4 นัด สื่อหลายสำนักคาดการณ์ไว้ว่า พวกเขาจะสามารถเก็บคะแนนได้ 12 แต้มเต็ม พวกเขาไม่ได้มีเจตนาดูถูกคู่แข่งของ “หงส์แดง” แต่ว่าทีมอย่าง คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้, ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์, นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด และ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส คงไม่สามารถต้านทานลิเวอร์พูลที่มีฟอร์มการเล่นดุดันอย่างต่อเนื่องได้ในยามนี้

นั่นหมายความว่า เมื่อฤดูกาลนี้สิ้นสุดลง ลิเวอร์พูลจะมีคะแนนเก็บสูงถึง 97 คะแนน จากการคว้าชัยชนะ 30 นัด เสมอ 7 นัด และพ่ายแพ้ไปเพียงนัดเดียว

แต่พวกเขาก็อาจจะจบฤดูกาลด้วยตำแหน่งรองแชมป์ได้เช่นกัน!

ถ้าเป็นฤดูกาลอื่น คะแนนที่พวกเขามีอยู่ในตอนนี้ อาจส่งให้พวกเขาคว้าแชมป์ได้ตั้งแต่ช่วงนี้ของฤดูกาลแล้ว แต่ว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของ เป็ป กวาร์ดิโอลา บรมกุนซือแห่งฟุตบอลสมัยใหม่ นั้นเองก็แข็งแกร่งไร้เทียมทานพอๆ กับ ลิเวอร์พูล เสียนี่ การขับเคี่ยวกันเพื่อแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ของทั้งสองทีม จึงเป็นอะไรที่น่าดูชมเหลือเกิน

และค่อนข้างน่าหงุดหงิดใจสำหรับแฟนๆ ลิเวอร์พูล – ทีมผมฟอร์มดีทั้งที ทำไมปีนี้ต้องมีคู่แข่งอย่างพวกคุณด้วย (ฮ่าๆ)

อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูลเองก็แอบได้เปรียบอยู่เล็กๆ จากโปรแกรมการแข่งขันที่เบากว่า “เรือใบสีฟ้า” อย่างเห็นได้ชัด

แมนฯซิตี้ ต้องทำศึกกับทีมแกร่งอย่าง ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ สองนัดติด ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดที่สอง และในเกมพรีเมียร์ลีก ด้วยเวลาที่ห่างกันไม่ถึงสัปดาห์ โดยพวกเขาจำเป็นต้องเก็บชัยชนะในศึก ยูซีแอล ให้ได้เท่านั้น หากยังหวังที่จะเข้ารอบรองชนะเลิศ

นอกจากนี้พวกเขายังมีเกม แมนเชสเตอร์ ดาร์บี กับ “ปีศาจแดง” แมนฯยูไนเต็ด ซึ่งก็เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีที่จะมาอ่อนข้อให้ไม่ได้, เกมเจอ เบิร์นลีย์ ที่ดิ้นรนหนีตกชั้นสุดชีวิต และ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่กลับมามีชีวิตชีวาเป็นม้าคึกใต้บังเหียนของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส อดีตกุนซือลิเวอร์พูล

โปรแกรมนั้นถือว่าดุเดือดกับทาง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีเดียว

นอกจากนี้ แมนฯซิตี้ เอง ก็เริ่มแสดงถึงอาการเหนื่อยล้า จากการลงสนามเกมกลางสัปดาห์ติดต่อกันมาให้เห็นแล้ว – แม้พวกเขาจะดูเก่งกาจไร้เทียมทานแค่ไหน แต่พวกเขาก็เป็นมนุษย์ ไม่ใช่เครื่องจักรเตะลูกหนัง

โอเค แมนฯซิตี้ อาจจะมีโอกาสสะดุดทำแต้มหล่นได้ ซึ่งจะเข้าทางลิเวอร์พูลอย่างแน่นอน แต่พวกเขาเองก็อาจจะคว้าชัยชนะได้ทุกนัดในเกมพรีเมียร์ลีกที่เหลืออยู่ หรือลิเวอร์พูลเองอาจจะพลาดไปเสมอหรือแพ้ทีมไหนสักทีมในสี่เกมที่เหลือ

ตอนนี้ เราเองก็ยังสรุปไม่ได้หรอก ว่าใครจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้

คำถามก็คือ ถ้า ลิเวอร์พูล ไม่ได้แชมป์ลีกฤดูกาลนี้ คุณจะเสียดายขนาดไหน?

การที่ลิเวอร์พูลเอง ใกล้เคียงกับการคว้าแชมป์ลีกมากที่สุด นับตั้งแต่ปี 2013-14 แม้ว่ารูปเกมในบางเกมอาจจะไม่รื่นรมย์ใจในการชมนัก แต่พวกเขาก็สามารถเก็บชัยชนะได้อย่างสม่ำเสมอ ย่อมเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการยกระดับไปเป็นทีมลุ้นแชมป์อย่างเต็มตัว

แต่ก็ไม่มีใครบอกได้หรอกว่า ฤดูกาลหน้า ตัวหลักของทีมในฤดูกาลนี้จะอยู่ต่อกันพร้อมหน้า ดาวดังที่เล่นได้อย่างโดดเด่นจะยังคงรักษาฟอร์มการเล่นในระดับสูงได้อย่างต่อเนื่อง หรือทีมอื่นๆ ในลีก จะปรับจูนกันติด และก้าวมาร่วมวงการแย่งแชมป์อีกทีม

อีกอย่าง การที่พวกเขาสามารถเร่งเครื่องเก็บแต้มได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ แทบจะเป็นสถิติสูงสุดของสโมสร เป็นเพราะว่า พวกเขาตระหนักดีถึงความเก่งกาจของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นั่นหมายความว่า หากพวกเขาหวังจะได้แชมป์ พวกเขาต้องตั้งหน้าตั้งตาเก็บชัยชนะเรื่อยๆ ไม่มีหยุดพัก ซึ่งพวกเขาก็ทำได้ดีมาจนถึงตอนนี้

ถ้าทีมชุดนี้ไม่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกขึ้นมาจริงๆ แน่นอนว่า แฟนๆ ลิเวอร์พูลนั้นย่อมต้องเสียดายเป็นธรรมดา

ทำผลงานในลีกได้ดีเป็นสถิติ แต่ไม่สามารถคว้าแชมป์ได้

แต่อย่าลืมว่า ฤดูกาลนี้ พวกเขากำลังแข่งกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มีผลงานยอดเยี่ยมมาตลอดฤดูกาลเช่นกัน หากเสียแชมป์ไปให้กับ “เรือใบสีฟ้า” ชุดนี้ เราเองก็ยอมรับได้ในความเก่งกาจของพวกเขา

และจากผลงานของทีมที่ผ่านมาให้เราเห็น มันทำให้เราเชื่อได้ว่า

แม้ว่าปีนี้เราอาจจะพลาดหวังไป แต่ปีหน้าเราจะกลับมาใหม่อย่างแน่นอน

เราอาจจะเสียดายที่ไม่ได้แชมป์ในปีนี้ แต่เราไม่เสียดายโอกาสที่ทำให้เราแข็งแกร่งและเติบโตขึ้นหรอก

วิพุธ ถิระพานิช

Comments