ชิงครั้งแรกในรอบ 35 ปี : ซูฮกหัวใจ “แตนอาละวาด” ไม่เคยยอมแพ้

ณรินทร์ภัทร บุณยวีรพันธ์ ณรินทร์ภัทร บุณยวีรพันธ์

การเข้าชิงชนะเลิศของแมนฯซิตี้ ที่เฉือน ไบรท์ตัน 1-0 ในเกมเอฟเอคัพ รอบรองชนะเลิศเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่แฟนบอลคาดหมายกันไว้อยู่แล้ว

Deulofeu leads Watford’s 3-2 comeback ET win against Wolves in FA Cup semis

กระนั้นประเด็นที่แฟนบอลรอติดตามคือใครกันแน่ที่จะเป็นคู่ชิงของ “เรือใบสีฟ้า” เพราะทั้งวัตฟอร์ด และ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ต่างก็มีดีกรีที่สูสีกัน

ว่ากันตามตรงหากเอา แมนฯยูไนเต็ด เป็นตัววัด (เพราะทั้งสองสโมสรเพิ่งเคยเจอ ‘ปีศาจแดง’ มา) ทั้งสองทีมต่างก็มีรูปเกมที่เหนือกว่า “ปีศาจแดง” ทั้งหมด ซึ่งแม้วัตฟอร์ด จะแพ้ทีมดังจากแมนเชสเตอร์ แต่พวกเขาก็มีรูปทรงเกมที่ดีที่บุกอัด ยูไนเต็ด ทั้งเกม

แต่กับ วูล์ฟส์ ที่พลิกชนะ แมนฯยูไนเต็ด ไปได้เลย และบวกกับฟอร์มที่ทัพหมาป่าล้มทีมใหญ่ได้หลายทีม นักเตะของ นูโน เอสปิริโต ซานโต จึงมีภาษีที่ดีกว่าเล็กน้อย

วัตฟอร์ดเอง เส้นทางของพวกเขาไม่ได้ผ่านทีมยักษ์ใหญ่ โดยหลักๆ บู๊ทีมจากลีกสูงสุดเพียง นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด และ คริสตัล พาเลซเท่านั้น

เกมเริ่มกลายเป็น วูล์ฟส์ ที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนในครึ่งแรกจาก แม็ตต์​ โดเฮอร์ตี และจากนั้นในครึ่งหลัง ราอูล ฆิมิเนซ ดาวยิงเม็กซิกันที่ฟอร์มกำลังแรง จัดประตูที่สองให้กับทัพ “หมาป่า”

เชื่อว่าหลายคนคิดว่า วัตฟอร์ด ไม่น่ากลับมาสู่เกมได้แล้ว อย่างไรก็ตาม เหล่า “แตนอาละวาด” มีอดีตเด็กเก่าบาร์เซโลนาอย่าง เคราร์ด เดโลเฟว ที่ปั่นโค้งบอลกระดิกเสียบสามเหลี่ยม ซึ่งช็อตดังกล่าวยิงยากมาก

นั่นทำให้ ลูกทีมของฆาบี กราเซีย กลับมาสู่เกมได้ทันที และโหมบุกหวังทำประตูตีเสมอ กระทั่งมาได้จุดโทษในช่วงทดเวลาการแข่งขัน เมื่อ ทรอย ดีนีย์ โดน เลอันเดอร์ เดนดองก์เคอร์ ทำฟาวล์

ทรอย ดีนีย์ วิ่งมาอย่างมั่นใจ ไม่ลังเล ไม่กดดันแม้แต่นิดเดียว เขาวิ่งเข้าใส่เต็มเท้าตุงตาข่าย

วัตฟอร์ด อาศัยเกมสวนกลับที่ดุดัน พิฆาต วูล์ฟส์ อย่างเด็ดขาดในช่วงต่อเวลาพิเศษ และก็เป็น เดโลเฟว ที่สังหารให้กับทีมได้อีกครั้ง ก่อนจบเกมด้วยสกอร์นี้

วูล์ฟส์ จึงเป็นทีมที่ถูกพูดถึงในเชิงที่ล้มทีมใหญ่ ทั้งลิเวอร์พูล และ แมนฯยูไนเต็ด ตลอดเส้นทางการเข้าถึงรอบตัดเชือก แต่กลับพ่ายทีมอย่างวัตฟอร์ดเสียอย่างนั้น

เป็นการเข้าชิงชนะเลิศครั้งแรกในรอบ 35 ปีของวัตฟอร์ด หลังจากพวกเขาเคยทำได้ในฤดูกาล 1983-1984 ซึ่งครั้งนั้นทีมพ่ายให้กับ เอฟเวอร์ตัน ในรอบชิงชนะเลิศ

“เราเหมือนจะพ่ายแพ้แล้ว แต่พวกเราแสดงศักยภาพที่แท้จริงของเราออกมา ผมภูมิใจมากกับสุดยอดนักเตะของผม”

“ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ถ้าคุณมีความเชื่อ”

ฆาบี กราเซีย คงกำชับให้ลูกทีมคิดแบบนั้นเช่นกันในรอบชิงชนะเลิศ กับ แมนฯซิตี้

เพราะไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ในโลกของฟุตบอล

แนท ณรินทร์ภัทร บุณยวีรพันธ์

Comments