12 ปีที่รอคอยของซาอุดิอาระเบียในเวทีฟุตบอลโลก

 

นี่คือยักษ์ใหญ่ของในทวีปเอเชียอีกหนึ่งทีมสำหรับ ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย พวกเขาผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกครั้งแรกในปี 1994 ที่ สหรัฐอเมริกา เป็นเจ้าภาพ หลังจากนั้นพวกเขาก็กลายเป็นขาประจำของฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมาโดยตลอด จนหลังจบเวิล์ดคัพ 2006 ที่เยอรมัน ยักษ์ใหญ่จากดินแดนอาหรับก็มีผลงานที่ดรอปลงเรื่อยๆ ส่งผลให้มหกรรมฟุตบอลโลก 2 ครั้งล่าสุด ในปี 2010 และ 2014 ที่ผ่านมา ซาอุฯ ไม่ผ่านรอบคัดเลือก ซึ่ง

หากพูดถึงผลงานที่ดีที่สุดของ ทีมเศรษฐีน้ำมัน ก็คงเป็น เวิล์ดคัพ ครั้งแรกของพวเกขาเมื่อปี 1994 ซึ่งชุดนั้นอยู่ในช่วงสร้างทีมใหม่ ผู้เล่นแต่ละคนอายุยังน้อยเพราะถูกดันขึ้นมาจากชุดเล็ก มีเพียง มะญีด อับดุลลอฮ์ นักเตะระดับตำนานของพวกเขาที่อาวุโสสุดในทีมที่เป็นผู้นำทัพ รวมไปถึงกองหน้าดาวจรัสแสงในเวลานั้นอย่าง ซามี่ อัลจาเบอร์ อดีตศูนย์หน้าจากสโมสร วูล์ฟแฮมป์ตัน ในอังกฤษ ที่ขณะนั้นมีอายุเพียง 21 ปีเป็นตัวชูโรง โดยหลายคนต่างคิดว่า ฟุตบอลโลก ครั้งแรกของ ซาอุฯ น่าจะเละถึงขั้นไม่มีแต้ม กลับมา แต่ผลงานของพวกเขากลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะ ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย หักปากกาเซียนทะลุเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่มาโชว์ฝีเท้าในฟุตบอลโลก

ในการมา เวิล์ดคัพ ครั้งนี้ของ เศรษฐีบ่อน้ำมัน ผลงานของพวกเขาถือว่าหวาดเสียวเล็กน้อย เพราะต้องวัดกันจนถึงนัดสุดท้าย ก่อนจะชนะ ญี่ปุ่น ไป 1-0 ทำให้พวกเขาเบียด ออสเตรเลีย ด้วยลูกได้เสียเข้ารอบเป็นที่ 2 ตามหลังทัพ ซามูไรบลู แต่หลังจบการคัดเลือก สหพันธ์ฟุตบอลซาอุฯ กลับสั่งปลด เบิร์จ ฟาน มาร์ไวค์ กุนซือชาวฮอลแลนด์ หลังไม่สามารถเจรจาสัญญาใหม่ได้ ก่อนที่จะแต่งตั้ง เอ็ดการ์โด้ เบาซา กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ เข้ามาคุมทีม แต่ก็อยู่ในตำแหน่งเพียงไม่นาน ก็ต้องแยกทางกับทีมไปในที่สุด ก่อนที่ “เศรษฐีน้ำมัน” จะประกาศแต่งตั้ง ฮวน อันโตนิโอ ปิซซี่ กุนซือชาวสแปนิช ขึ้นมารับตำแหน่งเมื่อปลายปีที่แล้ว

สำหรับ ซาอุฯ มีจุดเด่นในเรื่องทีมเวิร์คที่ดี ผู้เล่นชุดนี้ส่วนใหญ่แล้วล้วนแต่เล่นอยู่ในลีกภายในประเทศแทบจะทั้งสิ้น มีเพียง 3 คนที่ได้โอกาสไปเล่นในลาลีก้าลีกของสเปนด้วยสัญญายืมตัว ได้แก่ ฟาฮัด อัล มูวัลลัด ศูนย์หน้าจาก เลบันเต้ , ยะห์ยา อัล เชห์รี กลางจาก เลกาเนส และ ซาลีม อัล ดอวซารี กลางอีกคนจาก บียาร์เรอัล แต่ทั้ง 3 ก็ไม่ค่อยได้รับโอกาสให้ลงสนามซักเท่าใดนัก นักเตะที่น่าจับตามองที่สุดของทีม เศรษฐีน้ำมัน คงจะหนีไม่พ้น โมฮัมเหม็ด อัล-ซาห์ลาวี ดาวยิง จาก อัล-ฮิลาล สโมสรยักใหญ่ในซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเขาคนนี้เคยถูกสื่อในประเทศคาดการณ์ว่านี่แหละคือ ซามี่ อัลจาเบอร์ คนต่อไป

รายชื่อนักเตะทีมชาติซาอุดิอาระเบีย ทั้ง 23 คน ประกอบด้วย

ผู้รักษาประตู : ยาสเซอร์ อัล โมไซลีม (อัล-อาห์ลี) , อับดุลลาห์ อัล-มายูฟ (อัล-ฮิลาล) , โมฮัมเหม็ด อัล-โอวาอิส (อัล-อาห์ลี)

กองหลัง : โอซามา ฮาวซาวี (อัล-ฮิลาล) , โอมาร์ ฮาวซาวี , มันซูร์ อัล-ฮาร์บี (อัล-ฮิลาล) , ยัสเซอร์ อัล ชาห์รานี่ (อัล-ฮิลาล) , โมตัซ ฮาวซาวี (อัล-ฮิลาล) , โมฮัมเหม็ด อัล-เบรอิก (อัล-ฮิลาล) , อาลี อัล บูไลฮี (อัล-ฮิลาล)

กองกลาง : อับดุลลาห์ อัล ไคบารี (อัล-ชาบับ) , อับดุลมาลิก อัล ไคบรี (อัล-ฮิลาล) , อับดุลลาห์ โอตัยฟ์ (อัล-ฮิลาล) , ไทเซอร์ อัล ยัสซิม (อัล-อาห์ลี) , ฮุสเซน อัล โมกาวี (อัล-อาห์ลี) , ซัลมาน อัล ฟาราจ (อัล-ฮิลาล) , โมฮาเหม็ด คานนู
(อัล-ฮิลาล), ฮัตตาน บาฮิบรี (อัล-ชาบับ) , ซาลีม อัล ดอวซารี (บียาร์เรอัล) , ยะห์ยา อัล เชห์รี (เลกาเนส)

กองหน้า : ฟาฮัด อัล มูวัลลัด (เลบันเต้) , โมฮัมเหม็ด อัล-ซาห์ลาวี (อัล-ฮิลาล) , มูฮันหนัด อัสซิรี (อัล-อาห์ลี)

สำหรับซาอุดิอาระเบีย อยู่ในกลุ่ม A ร่วมกับ รัสเซีย เจ้าภาพ , อุรุกวัย และ อียิปต์

Comments