โด้เหินหาว! มาดริดบุกถล่มม้าลายถึงถิ่น 3-0 จ่อลิ่วรอบรอง UCL

ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมนัดสุดท้ายนัดแรก ที่สนามยูเวนตุส สเตเดี้ยม ยูเวนตุส เจ้าถิ่น เปิดบ้านรับการมาเยือน เรอัล มาดริด

เกมนี้ มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี วาง เปาโล ดีบาล่า และ กอนซาโล่ อิกวาอินเป็นคู่กองหน้าในระบบ 4-4-2 แต่ก็ชวดใช้งาน เมห์ดิ เบนาเตีย และ มิราเลม เปยานิชที่ติดโทษแบน 1 นัด เช่นเดียวกับ เรอัล มาดริด ที่มาในระบบเดียวกัน โดยวาง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ คาริม เบนเซม่า เป็นคู่หน้า เช่นเดียวกับอิสโก้ที่ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมนี้

ริ่มเกมมา 3 นาทีก็เป็น เรอัล มาดริดที่บุกมานำ 1-0 อย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่อิสโก้ได้เลี้ยงจี้เข้ามาในกรอบเขตโทษ ก่อนจะจ่ายเข้ากลางมาให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้วิ่งมายิงผ่านมือบุฟฟ่อนเข้าไป โดยประตูนี้ทำให้โรนัลโด้ยิงประตูได้ 10 นัดติดต่อกันในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก

นาทีที่ 6 ยูเวนตุสมีก็ได้ลุ้นบ้างจากจังหวะชิ่งของเคดิร่าและดีบาล่า ก่อนจะเป็นดีบาล่าที่ได้ยิงแต่ เซร์คิโอ รามอสนั้นยังตามมาบล็อคได้ทัน

ในนาทีที่ 12 ยูเวนตุสก็ได้ลุ้นอีกครั้งจากการลากบอลขึ้นมาทางฝั่งซ้ายของ อิกวาอินก่อนจะเปิดเข้ากลางมาและเป็นโรดริโก้ เบนตานคูร์ ที่ได้โหม่งบอลพุ่งตรงกรอบ แต่ก็ยังเป็นเซร์คิโอ รามอส คนเดิมที่มาบล็อกไว้ได้

10 นาทีถัดมายูเวนตุสก็ได้บุกอย่างต่อเนื่องและเกือบจะได้ประตูตีเสมอ จากลูกฟรีคิกของ ดีบาล่าที่เปิดจากฝั่งซ้ายเข้ามาในกรอบเขตโทษและเป็น อิกวาอินที่โฉบมาแปบอล แต่ก็เป็นเคย์ลอร์ นาบาสที่โชว์ซุปเปอร์เซฟปัดบอลออกไปได้

นาทีที่ 26 โรดริโก้ เบตานคูร์ ก็รับใบเหลืองเป็นคนแรกของเกมนี้ จากการเข้าบอลจากด้านหลังใส่ คาเซมิโร่ โดยเบตานคูร์นั้นจะชวดลงสนามในเกมนัดที่สองหลังสะสมใบเหลืองครบโควต้า

ถัดมา 7 นาที มัตเตีย เด ชีโย่ได้ลากบอลขึ้นมาจากกราบขวาก่อนจะลองส่องไกลบอลแต่บอลก็ยังผ่านหน้าประตูไปแบบได้ลุ้น

นาที 35 เรอัล มาดริดเกือบได้ประตูที่สอง จากการยิงไกลเต็มข้อของ โทนี่ โครส แต่บอลชนคานชวดโอกาสทิ้งห่างไปอย่างน่าเสียดาย

ในนาทีที่ 44 คูเนต ซากีร์ ผู้ตัดสินชาวตุรกี ก็มาให้ใบเหลืองกับเปาโล ดีบาล่า จากจังหวะที่เจตนาพุ่งล้มเอาจุดโทษ

จบการแข่งขันในครึ่งแรก เรอัล มาดริด บุกมานำ ยูเวนตุส 1-0

ครึ่งหลังเริ่มได้ 3 นาที เรอัล มาดริดก็มาได้โอกาสจากลากเลื้อยของเบนเซม่า เข้ามาในกรอบเขตโทษก่อนบอลติดกองหลังและเป็นโรนัลโด้ที่ไว้วิ่งมายิงแต่บอลเชี่ยวเสาหลุดออกไปนิดเดียว

นาทีที่ 54 เซร์คิโอ รามอสก็มารับใบเหลืองไปจากจังหวะขวางดีบาล่าจากด้านหลัง โดยรามอสจะหมดสิทธิลงสนามในเกมนัดที่ 2 ที่ซานติอาโก้ เบอร์นาบิว จากการสะสมใบเหลืองครบ 3 ใบ

10 นาทีถัดมา เป็น เรอัล มาดริดที่ทิ้งห่างเป็น 2-0 จากจังหวะผิดพลาดของ จอร์โจ้ คิเอลลินี่ที่เคลียร์บอลไม่ขาดและโรนัลโด้ชกบอลได้ก่อนจ่ายให้ ลูคัส บาสเกซวิ่งมายิงแต่บุฟฟ่อนก็ยังเซฟไว้ได้ แต่ทว่าในจังหวะต่อเนื่อง ดาเนียล การ์บาฆัล ก็เปิดบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษก่อนที่โรนัลโด้กระโดดจักรยานอากาศสุดสวยหวดเข้าประตูไป

ในนาทีที่ 66 ยุเวนตุสต้องเหลือผู้เล่น 10 คน หลังเปาโล ดีบาล่ามารับใบเหลืองที่สองจากจังหวะเข้าบอลอันตรายใส่ การ์บาฆัล ทำให้เขาชวดลงแข่งในแมตช์ออกไปเยือนที่สเปน

นาทีที่ 71 เกมเริ่มขาดเมื่อ มาดริด มาได้ประตูที่สามจากการทำชิ่งระหว่างมาร์เซโล่และโรนัลโด้ก่อนจะเป็น มาร์เซโล่ที่แตะหลบบุฟฟ่อนและใช้เข่ากระแทกบอลเข้าไป ทำให้เรอัล มาดริดทิ้งห่างยูเวนตุส 3-0

โดยในช่วง 10 นาทีสุดท้าย เรอัล มาดริดบุกแหลกจนเกือบจะมาได้ประตูที่ 4 จากจังหวะที่โรนัลโด้พักบอลลงได้ในกรอบเขตโทษก่อนจ่ายให้ มาเตโอ โควาซิชวิ่งมายิงแต่บอลชนคานออกไป

โรนัลโด้เกือบจะทำแฮททริคได้ในนาทีที่ 89จากการเลี้ยงบอลมาในกรอบเขตโทศทางฝั่งช้ายก่อนจะยิงติดเซฟบุฟฟ่อน

ถัดมา 2 นาที โรนัลโด้ชวดทำแฮททริคอีกครั้งหลังลูคัส บาสเกซเปิดบอลมาในกรอบเขตโทษแต่โรนัลโด้ที่ไม่มีใครตามประกบอยู่ยิงโล่งๆข้ามคานออกไปหน้าตาเฉย

นาที 92 ยูเวนตุสเกือบจะมาได้ประตูตีไข่แตกจากจังหวะยิงไกลของ อิกวาอินแต่ก็ยังติดเซฟ เคย์ลอร์ นาบาส

จบเกมที่สนามยูเวนตุส สเตเดี้ยม ยูเวนตุส แพ้ เรอัล มาดริด 3-0 โดยเกมนัดที่ 2 ของคู่นี้ จะทำการแข่งขันในวันที่ 12 เมษายน 2018 ที่สนามซานติอาโก เบร์นาเบว ประเทศสเปน

Comments