กรกช วิริยอุดมศิริ : ผมอยากให้แม่ได้เห็นประตูนี้และมีกำลังใจสู้ต่อไป

กรกช วิริยอุดมศิริ แบ๊กซ้ายทีมชาติไทย เผยรู้สึกดีใจที่ทำประตูแรกในนามทีมชาติ พร้อมมอบประตูนี้ให้กับคุณแม่ที่นอนล้มป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล

กรกช วัย 30 ปี มีส่วนรวมกับ 2 ประตูของทีมชาติไทยในครึ่งแรก ทั้งยิงประตูตีเสมอ 1-1 และลูกฟรีคิกที่ช่วยให้ช้างศึกขึ้นนำ 2-1 ก่อนจะเอาชนะทีมชาติอินโดนีเซีย ไป 4-2 ในเกมเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ เมื่อวันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งกรกชได้เปิดเผยความรู้สึกไว้ดังนี้

“รูปเรื่องเกม ถือว่าไม่น่าพอใจครับ ช่วงแรก เราถูกขึ้นนำเร็ว จากนั้น อินโดนีเซีย ก็มาตั้งรับค่อนข้างแน่น ทำให้เรา ทำอะไรได้ไม่ถนัดนัก ดังนั้น เมื่อไหร่ที่เราเจอสถานการณ์แบบนี้ เราต้องพยายามแก้ไขให้ได้ แต่โดยรวม ก็ถือว่าโอเคครับ อย่างน้อยๆ เราได้ 3 คะแนนสำคัญ และ แสดงให้เห็นถึงคาแรคเตอร์ที่ยอดเยี่ยม” ดาวเตะจากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กล่าวเริ่ม

“ส่วนตัวก็รู้สึกดีใจครับ ที่ยิงประตูแรกในนามทีมชาติได้ จังหวะเตะมุมตอนนั้น ก็พยายามเตะยัด ไปที่หน้าปากประตู ซึ่งส่วนใหญ่ ผมเป็นคนเตะมุมลักษณะแบบนี้อยู่แล้ว และที่ผ่านมา ก็พยายามหมั่นฝึกซ้อมในจุดนี้พอสมควร เพราะอยากให้เป็นประโยชน์กับทีม พอเราทำได้ ก็รู้สึกมั่นใจมากขึ้นไปอีก และยังมีส่วนร่วมอีก 1 ประตูด้วย ก็ดีใจครับ แต่ก็ยังหวังว่าจะพัฒนาฟอร์มการเล่นให้ดีขึ้นกว่านี้”

ซึ่งประตูแรกที่เขาทำได้ในนามทีมชาติ กรกชขอมอบให้กับบุคคลสำคัญที่สุดคนหนึ่งในชีวิต

“ขณะเดียวกัน ผมอยากมอบประตูนี้ให้กับคุณแม่ด้วย ก่อนเกม แม่ของผมเข้าโรงพยาบาล เหตุเกิดจากการที่ ระหว่างนั้น แม่ไปทำบุญโรงทาน แล้วเหมือนว่าอากาศมันร้อน ซึ่งท่านมีโรคประจำตัว เบาหวานอยู่แล้ว ทำให้ความดันขึ้น จึงวูบและหมดสติไป”

“แต่ตอนนั้น ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลย เพราะญาติๆ ไม่อยากบอก จนมารู้เอง จากคนในหมู่บ้านที่ช่วยเหลือแม่ ระหว่างนั่งรถมาสนามแข่ง ผมก็รีบโทรศัพท์หาพ่อ และ ท่านก็บอกว่า ไม่ต้องห่วงอะไรทางนี้ ให้ลงไปทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติให้ดีที่สุดก่อน ดังนั้นเมื่อผมทำได้ ผมจึงอยากมอบประตูนี้ให้กับแม่มากๆ ผมอยากให้แม่ได้เห็น และมีกำลังใจสู้ต่อไป ซึ่งตอนนี้ แม่ปลอดภัยแล้วครับ แต่ลึกๆ ก็ยังเป็นห่วง และไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นอีก”

“สุดท้ายนี้ ผมอยากขอบคุณแฟนบอลมากๆ ครับ ที่เข้ามาเชียร์เรากว่า 30,000 คน ผมยอมรับเลยว่า วินาทีที่เรายิงเข้า ท่ามกลางบรรยากาศแฟนบอลที่เยอะแบบนี้ ผมรู้สึกขนลุกมากๆ ก็หวังว่าทุกคนจะมีความสุขไปกับเราครับ และอยากให้เข้ามาเชียร์กันเยอะๆ แบบนี้ในทุกๆ นัดครับ” แบ๊กซ้ายทีมชาติไทยกล่าวปิดท้าย

สำหรับนัดต่อไป ทีมชาติไทยจะออกไปเยือนทีมชาติฟิลิปปินส์ ที่สนามปานาอัด ในวันที่ 21 พฤศจิกายน เวลา 18.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย

Comments