การผจญภัยครั้งใหม่ของสุภาพบุรุษ “ธชตวัน ศรีปาน”

และแล้วก็ได้กุนซือคนใหม่กันไปตามคาดสำหรับ สุพรรณบุรี เอฟซี สโมสรยักษ์หลับแห่งเวทีโตโยต้า ไทยลีก ซึ่งการเสริมทัพในตำแหน่งกุนซือของพลพรรค ช้างศึกยุทธหัตถี ถือว่า ตอบโจทย์ ความต้องการของทีม เพราะก่อนหน้าที่ โค้ชแบน จะเข้ามารับในเแดนขุนแผน ทีมเมืองเหน่อทีมนี้ก็เคยทาบทามเจ้าตัวมาคุมทีมหนีตกชั้นมาเมื่อฤดูกาล 2018 มาแล้ว แต่สุดท้าย โปลิศ เทโร ใช้ความเป็นทีมอู่ข้าวอู่น้ำ เชิญตัวไปคุมทีมเสียก่อน

ธชตวัน ก็อยู่คุมทัพ มังกรโล่เงิน ไปเพียง 12 นัดเท่านั้น ก็ประกาศลาออกไปเพื่อรับผิดชอบกับผลงานอันน่าผิดหวัง ซึ่งทันทีที่ โค้ชแบน ว่างงานก็มีกระแสข่าวเป็นระยะว่าสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ต้องการตัวกุนซือรายนี้ไปคุมทีมชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ประกอบกับการที่ดีกรีของ โค้ชแบน สำเร็จหลักสูตรโปรไลเซ่น เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกับการรับใช้ชาติในฐานะกุนซือ

 

อย่างไรก็ตามในท้ายที่สุดพลพรรค ช้างศึก U23 ไปลงเอยกับกุนซือยอดฝีมืออย่าง อเล็กซานเดร์ กาม่า และต่อมาอีก 2 สัปดาห์ ธชตวัน ศรีปาน ก็ลงเอยกับ สุพรรณบุรี เอฟซี เช่นกัน โดยการแต่งตั้งกุนซือของทัพ ช้างศึกยุทธหัตถี ถือเป็นการออกตัวเร็ว เพราะเคยมีบทเรียนมาแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งช่วงเวลาการเข้ามารับงานก็ถือฉับไว มีโอกาสเตรียมตัว เตรียมทีม วางคอนเซปต์ เลือกตัวผู้เล่น ที่จะใช้ในฤดูกาลหน้า รวมไปถึงบรรดาดาวรุ่งของทีมที่นายใหญ่รายนี้พร้อมจะให้โอกาสพิสูจน์ตัวเอง

 

สำหรับสิ่งที่ โค้ชเบน จะต้องทำเป็นอันดับแรกก็คือการศึกษาเรียนรู้กับเหล่านักเตะและทีมงานสต๊าฟฟโค้ช แม้ว่าจะได้มือขวาผู้รู้ใจอย่าง สันติ ไชยเผือก มารับหน้าที่เป็นผู้ช่วยแล้วก็ตาม พร้อมกับวางคอนเซปต์และคาแรกเตอร์ที่ชัดเจนที่ สุพรรณบุรี เอฟซี ยังขาดไปในระยะหลัง เราจะได้เห็นฟุตบอลในเวอร์ชั่น โค้ชแบน ด้วยสไตล์เท้าสู่เท้า การวิ่งเปิดพื้นที่และจังหวะได้เสียที่สร้างโอกาสทำประตูและเอ็นเตอร์เทนคนดู ตามที่เจ้าตัวกล่าวไว้ในวันที่รับงาน รวมไปถึงเป็นคุณสมบัติที่ชัดเจนของโค้ชที่ท่านประธานสโมสร วราวุธ ศิลปอาชา หมายปองมาคุมทีม

 

สำหรับสถิติที่ผ่านมานี่เป็นสโมสรที่ 6 สำหรับอาชีพกุนซือวัย 46 ปี โดยเจ้าตัวเริ่มจับงานคุมทีมครั้งแรกตั้งแต่สมัยเป็นผู้เล่นและหัวหน้าผู้ฝึกสอนให้กับ บีอีซี เทโร เมื่อปี 2009 และประกาศแขวนสตั๊ดก่อนรับตำแหน่งกุนซืออย่างเป็นทางการในปีต่อมา ก่อนประกาศลาออกจากตำแหน่งเพื่อรับผิดชอบงาน และกลับมารับงานคุมทีมบ้านเกิดในดิวิชั่น 2 อย่าง สระบุรี เอฟซี และสามารถพาทีมขึ้นชั้นไปเล่นในลีกสูงสุดได้สำเร็จในฤดูกาล 2015 แต่หนทางในไทยลีก ที่เต็มไปด้วย เสือ สิงห์ กระทิง แรด โค้ชแบน ก็ต้านแรงเสียดทานไม่ไหว ประกาศลาออกไปในปีนั้น

 

หลังจากนั้น ธชตวัน ก็เข้าไปรับงานกุนซือกับ เพื่อนตำรวจ ต่อจาก โค้ชแต็ก อรรถพล ปุษปาคม และกำลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม แต่จากเหตุการณ์ที่สโมสร สุภาษบุรุษโล่เงิน ถูกสั่งพักการแข่งขัน จึงทำให้ โค้ชแบน ต้องแยกทางกับทีมไปในที่สุด โดยหลังจากแยกทางกับต้นสังกัดได้ไม่นาน กิเลนผยอง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ก็จัดการคว้าตัวกุนซือฝีมือดีรายนี้ไปคุมทีมต่อจาก ดราแกน ทาลายิช ซึ่งในฤดูกาล 2016 โค้ชแบน ก็พาทีมโค่น บุรีรัมย์ คว้าแชมป์ไทยลีก ได้เป็นสมัยแรกของตัวเองในฐานะกุนซือ แถมยังพาทีมคว้าแชมป์ โตโยต้า ลีก คัพ ได้อีกหนึ่งสมัยในปีนั้น

 

สำหรับเป้าหมายของ บิ๊กท็อป วราวุธ ศิลปอาชา กับ สุพรรณบุรี เอฟซี ในฤดูกาลหน้า แม้ว่าจะออกยอมรับก่อนหน้านี้ว่าขอแค่ดำรงสถานะอยู่ในลีกสูงสุดต่อไป แต่การดึง ธชตวัน มาคุมทีมในครั้งนี้ น่าจะเป็นการเรียกศรัทธา และปลุกจิตวิญญาณของชาวสุพรรณกลับมาอีกครั้ง

 

สำหรับตัวผู้เล่นของ โค้ชแบน ต้องถือว่ามีอาวุธหนักอยู่เยอะพอสมควร โดย 3 ผู้เล่นต่างชาติอย่าง โรมูโล่ คาบราล ,แอนเดอร์สัน ดอส ซานโตส และ ทาคาฟูมิ อาคาโฮชิ ได้รับการต่อสัญญาออกไป ส่วนในรายของ เคลตัน ซิลวา ไม่สามารถสู้ค่าเหนื่อยได้จึงต้องปล่อยคืนกลับให้ สิงห์ เชียงราย ในขณะที่โควต้าอาเซียนอย่าง ลุค วู๊ดแลน ก็ไม่ได้รับสัญญาซื้อขาด ถูกส่งตัวกลับไปที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

 

นอกเหนือจากนักเตะต่างชาติที่ยังมีโควต้าว่างให้กับผู้เล่นในใจของ โค้ชแบน 1 ตำแหน่งแล้ว ยังมีออปชั่นกับการเสริมทัพในโควตาอาเซียนที่ บิ๊กท็อป มักชื่นชอบนักเตะลูกครึ่งเป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย ส่วนของผู้เล่นพี่ใหญ่ภายในทีม แน่นอนว่ายังคงนำโดย สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ,อดุลย์ หละโสะ ,นพพล ปิตะฝ่าย ,นฤพล ไวลด์ รวมไปถึง ณัฐพงษ์ สมณะ รวมไปถึง ชนานันท์ ป้อมบุบผา

 

ส่วนแข้งสายเลือดใหม่ที่เพิ่งจะคว้าตัวมาร่วมทีมก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยไม่ว่าจะเป็น มีโชค มหาสรานุกุล ,สุประวีณ์ มีประทัง ,กษิเดช เวทยาวงศ์ รวมไปถึงรายล่าสุดอย่าง สันติธร ลัทธิรมณ์ จาก หนองบัว พิชญ ซึ่งเมื่อมองไปที่ขุมกำลังหลักที่มีอยู่ทั้ง วสันต์ ฮมแสน ,สุพรรณ ทองสงค์ ,ทินกร อสุรินทร์ ,ธนาสิทธิ์ ศิริผลา ,สุบรรณ เงินประเสริฐ จึงถือว่ามีออปชั่นให้เลือกพอสมควรเลยทีเดียวสำหรับ โค้ชแบน

 

ที่กล่าวมายังไม่รวมพวกแข้งดาวรุ่งอนาคตไกลที่เริ่มลงมาสร้างชื่อในระยะหลังอย่าง ประสิทธิ์ จันทุม ,ศิริมงคล จิตบรรจง และ ภัทรภณ กางโสภา ดังนั้นหากมองที่ขุมกำลังในฤดูกาล 2019 สุพรรณบุรี อาจไม่ได้เสริมทัพมากมายเหมือนปีที่ผ่านๆมา แต่ต้องเอามาแล้วใช้ได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาปรับตัว และถือเป็นที่น่าสนใจว่าแข้งต่างชาติที่จะเข้ามาสู่ทีมคนแรกในยุคของ โค้ชแบน จะเป็นใคร

 

และนอกเหนือจากบุคคลิกที่ดูดีตามคอนเซปต์กุนซือคนใหม่ของ บิ๊กท็อป แล้ว อีกหนึ่งโจทย์ที่ท่านประธานต้องการก็คือการเรียกศรัทธาจากแฟนบอลเลือดสุพรรณให้กลับมาอีกครั้ง

 

ดังนั้นฟุตบอลเวอร์ชั่นของ โค้ชแบน จึงน่าจะชวนแฟนๆให้กลับมาแน่นสนามกีฬากลางจังหวัดสุพรรณบุรีอีกครั้งก็มีโอกาสเป็นไปได้เหมือนกัน

 

Comments