10 ผู้เล่นชาวไทยที่มีค่าตัวมากที่สุดในประวัติศาสตร์

ช่วงปิดตลาดซื้อขายนักเตะต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ถือเป็นตลาดนัดนักเตะที่ร้อนระอุพอสมควร มีบิ๊กดีลมูลค่าสูงเกิดขึ้นมากมาย วันนี้ Fox Sport Asia จะพามาดู 10 บิ๊กดีล นักเตะที่พกบัตรประชาชนไทย และที่มีมูลค่าในการซื้อขายมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของลีกไทยกัน โดยจะไล่ตั้งแต่อันดับที่ 10 ไปจนถึงผู้เล่นที่มีมูลค่าค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ลูกหนังไทย

อันดับที่ 10 “ปีโป้” สิโรจน์ ฉัตรทอง 13 ล้านบาท

จาก อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ไป เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ฤดูกาล 2017 (เลก2)

ความแข็งแกร่งของ ปีโป้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาคือกองหน้าสัญชาติไทยในสไตล์ที่หายากที่สุดคนหนึ่งของวงการ ด้วยสรีระประหนึ่งนักรบโบราณ จึงเป็นที่แขยงสำหรับบรรดาเหล่ากองหลัง แถมยังมีความเร็วพอตัว จนกระทั่งได้รับโอกาสในนามทีมชาติครั้งแรก และเป็นที่สนใจของกองทัพสื่อมวลชน หลังจากนั้นไม่นานในระหว่างช่วงพักเลก กิเลนผยอง ก็จัดการเซ็นสัญญาคว้าตัวกองหน้าจาก อุบล ยูเอ็มที มาร่วมทีมด้วยค่าตัวถึง 13 ล้านบาทเลยทีเดียว ทั้งที่ย้อนไปเมื่อ 4-5 ปีก่อน ปีโป้ รับเงินเดือนจาก นนทบุรี เอฟซี อยู่เพียง 7,000 บาทเท่านั้น

อันดับที่ 9 “ซ้ายสั่งตาย” ศิวกรณ์ เตียตระกูล 15 ล้านบาท

จาก บีอีซี เทโรศาสน ไป เชียงราย ยูไนเต็ด ฤดูกาล 2017

เจ้าเฟย สร้างชื่อจากเท้าซ้ายอันฉมังของเขา โดยดาวเตะรายนี้มีเครื่องหมายการค้าคือการยิงฟรีคิก การเล่นลูกนิ่ง รวมไปถึงการยิงประตูอันเฉียบขาด แม้ว่าจะรับบทกองกลางของทีมก็ตาม เจ้าตัวโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น ฟอร์มดังปังไปถึงเมืองเหนือ จนกระทั่ง มิตติ ติยะไพรัช ประธานสโมสร เชียงราย ยูไนเต็ด ทนดูต่อไปไม่ไหว ต้องคว้าตัวมาร่วมทีม โดยดีลนี้แม้ว่าจะมาเป็นแพ็คร่วมกับ พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล และ สุริยา สิงห์มุ้ย แต่ว่ากันเฉพาะในรายของ เจ้าเฟย น่าจะแตะอยู่ที่หลัก 15 ล้านบาทเลยทีเดียว

อันดับที่ 8 สินทวีชัย หทัยรัตนกุล 15 ล้านบาท

จาก ชลบุรี ไป สุพรรณบุรี ฤดูกาล 2016

อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติไทย ที่ผ่านการเล่นทีมชาติมากว่า 78 นัด เจ้าตี๋ เกือบจะเลิกเล่นกับทีมคู่บุญของเขาอย่าง ชลบุรี เอฟซี ที่อยู่มาตั้งแต่ปี 2007 อยู่แล้ว แต่ด้วยวิถีฟุตบอลทำให้นายด่านประสบการณ์สูงรายนี้ได้โอกาสหาความท้าทายใหม่กับสโมสร สุพรรณบุรี เอฟซี ซึ่งตอนนั้นถือเป็นการซื้อขายที่สะเทือนใจแฟนบอล ฉลามชล เอามากๆ เพราะเป็นการยุติช่วงเวลาอันหอมหวานในแดนชายฝั่งตะวันออกที่เจ้าตัวอยู่รับใช้มาถึง 9 ปีเต็ม โดยมูลค่าการซื้อขายครั้งนี้อยู่ 15 ล้านบาทด้วยกัน

อันดับที่ 7 นูรูล ศรียานเก็ม 20 ล้านบาท

จาก ชลบุรี เอฟซี ไป การท่าเรือ เอฟซี ฤดูกาล 2018

อีกหนึ่งการเซ็นสัญญาที่ค่อนข้างช็อคแฟนบอล ฉลามชล ที่ช่วงเปิดตลาดล่าสุดที่ผ่านมา ถือเป็น บิ๊กดีล เนื่องจากมูลค่าของแข้งรายนี้สูงถึง 20 ล้านบาท ด้วยผลงานท็อปแอสซิสต์ในสีเสื้อ ฉลามชล เมื่อฤดูกาล 2017 จึงไม่แปลกที่ มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานสโมสร การท่าเรือ เอฟซี จะยอมทุ่มเงินจำนวนดังกล่าวเพื่อเป็นสินสอดในการคว้าตัว นูรูล ศรียานเก็ม มาร่วมทีม

อันดับที่ 6 พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี 20 ล้านบาท

จาก เมืองทองฯ ไป พัทยา ยูไนเต็ด ฤดูกาล 2018

เจ้านิว พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นแล้วว่าไม่ได้มีดีแค่นามสกุล ฉ่ำรัศมี เจ้าตัวกลายเป็นหัวใจสำคัญในแดนกลางของ พัทยา ยูไนเต็ด แบบที่เรียกว่าขาดไม่ได้ ร้อนจน “เสี่ยโจ” ธเนศ พานิชชีวะ ประธานสโมสร โลมาสีน้ำเงิน ทุ่มเงินจำนวน 20 ล้านบาทให้กับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เพื่อเซ็นสัญญามิดฟิลด์รายนี้มาค้าแข้งในถิ่น หนองปรือ เป็นการถาวร

อันดับที่ 5 ปกเกล้า อนันต์ 20 ล้านบาท

จาก ชลบุรี เอฟซี ไป แบงค็อก ยูไนเต็ด ฤดูกาล 2017

ห้องเครื่องทีมชาติไทยถือเป็นอีกหนึ่ง บิ๊กดีล ในช่วงก่อนออกสตาร์ทฤดูกาล 2017 โดย เจ้าปก ย้ายไปหากินในถิ่นเมืองหลวงกับ แบงค็อก ยูไนเต็ด ด้วยความที่กองกลางรายนี้พกดีกรีทีมชาติไทย จึงเป็นที่คาดกันว่าการเซ็นสัญญาในครั้งนี้น่าจะมีมูลค่าอยู่ที่ราวๆ 20 ล้านบาทด้วยกัน

อันดับที่ 4 ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ 30 ล้านบาท

เชียงราย ยูไนเต็ด ไป บางกอกกล๊าส เอฟซี ฤดูกาล 2018

ถือเป็นการเซ็นสัญญาที่สะเทือนวงการลูกในช่วงเปิดตลาดซื้อขายล่าสุดหนังอีกหนึ่งรายสำหรับ เจ้านิว ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ กองกลางทีมชาติไทย ที่ตัดสินใจย้ายไปอยู่ใกล้บ้านใกล้ครอบครัวกับสโมสรดังย่านรังสิตอย่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี ดีลนี้ต้องว่ากล้าจ่ายกล้าให้ ในเมื่อ เครื่องจักรสีน้ำเงิน พร้อมที่จะควักเงิน 30 ล้านบาทเป็นค่าตัวแข้งรายนี้ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ กว่างโซ้งมหาภัย จะต้องรั้งเอาไว้ ซึ่งการซื้อขายนี้ขึ้นแท่นเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในอันดับ 2 เท่ากับ ธีราทร บุญมาทัน ด้วย

อันดับที่ 3 ธีราทร บุญมาทัน 30 ล้านบาท

จาก บุรีรัมย์ ไป เมืองทองฯ ฤดูกาล 2016 (เลก2)

ธีราทร บุญมาทัน เรียกน้ำตาแฟนบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ด้วยการประกาศขอย้ายทีมกลางฤดูกาล 2016 ซึ่งตอนนั้น เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรก็พร้อมที่จะปล่อยตัว ในเมื่อจิตใจนักเตะไม่อยู่ทีมแล้ว แต่สิ่งที่เซอร์ไพร์สกว่าก็คือ ปราสาทสายฟ้า รับข้อเสนอจากไม้เบื่อไม้เมาอย่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในการแปลงกายจาก เจ้าชายปราสาทสายฟ้า ไปเป็น เจ้าชายกิเลน ด้วยมูลค่าช็อควงการถึง 30 ล้านบาท

อันดับที่ 2 เควิน ดีรมรัมย์ 40 ล้านบาท

จาก ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ไปอยู่กับ การท่าเรือ เอฟซี ฤดูกาล 2018

เข้าสู่วันสุดท้ายก่อนตลาดซื้อขายไทยลีก 2018 จะปิดลง กระแสข่าวของ เควิน ดีรมรัมย์ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการประกาศขอย้ายออกจาก ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ทุุกอย่างดำเนินไปโดยจากข่าวที่เกิดขึ้นปลายทางของเด็กหนุ่มลูกครึ่งไทย-สวีดิช รายนี้อยู่ที่ เอสซีจี สเตเดี้ยม ย่านแจ้งวัฒนะ แต่สุดท้ายท้ายสุด เควิน ตัดสินใจที่จะมาใช้ชีวิตในถิ่น คลองเตย ด้วยการจรดปากกาเซ็นสัญญากับ การท่าเรือ เอฟซี โดยมีมูลค่าการซื้อขายถึง 40 ล้านบาท ถือเป็นผู้เล่นที่แพงที่สุดอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ของวงการลูกหนังไทย

อันดับที่ 1 ธนบูรณ์ เกษารัตน์ 50 ล้านบาท

จาก เมืองทอง ยูไนเต็ด ไป เชียงราย ยูไนเต็ด ฤดูกาล 2017

กองกลางที่ได้รับการยอมรับและเป็นหนึ่งใน ไอดอล ที่เด็กไทยชอบมากที่สุด เจ้าตั้ม พิสูจน์ตัวเองให้ประจักษ์ทั้งในระดับชาติและสโมสร นอกจากจะเป็นตัวตัดเกมที่ดีที่สุดเมืองไทยแล้ว เจ้าตัวยังสามารถถอยลงมายืนเซนเตอร์ฮาล์ฟได้อย่างไม่เขอะเขิน ค่าตัว 1 ล้านยูโร (50 ล้านบาท) จึงเป็นสิ่งที่ เชียงราย ยูไนเต็ด ต้องยอมจ่ายเป็นค่าลายเซ็นของดาวเตะรายนี้ แถมยังเป็นการทำลายสถิติการซื้อขายผู้เล่นที่แพงที่สุดในไทยลีกของ ฆาเบียร์ ปาตินโญ ซึ่งย้ายจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไป เหอหนาน เจี้ยนยี่ ในไชนิส ซูเปอร์ลีก ด้วยค่าตัว 1.2 ล้านเหรียญสหรัฐหรือราว 40 ล้านบาท เมื่อต้นปี 2015 อีกด้วย

Comments