พบกันใหม่! ย้อนดู 5 ปัจจัย “กระต่ายแก้ว” ลาลีกสูงสุด

ศึกโตโยต้า ไทยลีก 2018 รูดม่านปิดฉากลงไปเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งในปีนี้ต้องยอมรับการไล่ล่าตำแหน่งแชมป์ เรตติ้งและความระทึกคงจะสู้กับ การดิ้นรนหนีการตกชั้นของหลายๆทีมแทบจะไม่ติด เพราะในซีซั่นนี้จะต้องมีถึง 5 ทีมที่ต้องโบกมือลาลีกสูงสุด ลงไปเล่นใน ไทยลีก 2 ในฤดูกาล 2019

หากว่ากันตามจริงการที่ โปลิศ เทโร ตกชั้นว่าช็อคแล้ว แต่การที่ บางกอกกล๊าส เอฟซี ต้องมาตกชั้นในเกมนัดสุดท้ายคาบ้านของตัวเองมันเป็นอะไรที่ทำร้ายจิตใจแฟนบอล กระต่ายแก้ว เอามากๆ และแม้ว่าทัพ บลู แมชชีน จะยังคงมีลุ้นในรายการฟุตบอลถ้วยอย่าง โตโยต้า ลีกคัพ ด้วยการพบกับ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ในรอบชิงชนะเลิศ แต่เชื่อว่าหากเลือกได้ แฟนๆคงอยากตกรอบบอลถ้วยไปให้จบๆ แล้วอยู่รอดในลีกสูงสุดมากกว่า

สำหรับวันนี้ FOX Sports Thailand คงต้องขออนุญาตแฟนบอล บางกอกกล๊าส เอฟซี เพื่อที่จะมาวิเคราะห์ถึงเหตุผลและองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ บีจีเอฟซี มีอันต้องตกชั้นลงไปเล่นในลีกรองเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

“บลู แมชชีน เครื่องไม่เสถียร”

กระต่ายแก้ว มีการรีโนเวททีมครั้งใหญ่ก่อนที่ฤดูกาล 2018 จะเริ่มต้นขึ้น โดยเปลี่ยนทั้งโลโก้สโมสร สีประจำสโมสร ส่วนหัวหน้าผู้ฝึกสอน หลังจากปลด ออเรลิโอ วิดมาร์ กุนซือชาวออสเตรเลีย ไปเมื่อท้ายฤดูกาลที่แล้ว ก็หันมาใช้ โจเซฟ เฟร์เรร์ กุนซือชาวสเปนมารับหน้าที่ตั้งช่วงต้นซีซั่น แต่ก็อยู่ในตำแหน่งได้ไม่ถึง 4 เดือนก็ต้องแยกทางกับ กระต่ายแก้ว เพื่อรับผิดชอบผลงานอันน่าผิดหวัง

หลังจากนั้นก็ดัน อำนาจ แก้วเขียว และ ศุภชัย คมศิลป์ ขึ้นมารักษาการกุนซือเป็นการชั่วคราว ก่อนจะดึง อนุรักษ์ ศรีเกิด กลับมารับตำแหน่งอีกครั้งเป็นคำรบที่ 4 เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงเยอะพอสมควรในช่วง 1 ขวบปีที่ผ่านมาสำหรับทัพ บลู แมชชีน

“ผลงานแข้งต่างชาติ”

แมต สมิธ ,มาริโอ ยูรอฟสกี้ ,เฟดเดอริก เมนดี้ ,ดาเนี่ยล การ์เซีย โตติ ,กิโก้ อินชา นี่คือ 5 ผู้เล่นต่างชาติที่อยู่ทีมลิสต์ของ บีจี ในช่วงออกสตาร์ทฤดูกาล โดยผลงานก็ต้องยอมรับว่าแต่ละคนประสบปัญหาที่แตกต่างกันไป แมต สมิธ กัปตันทีมชาวออสเตรเลีย ดูเหมือนจะเชื่องช้าลงไปมาก ในขณะที่ ซูเปอร์มาริโอ ก็มีปัญหาเรื่องสภาพร่างกาย ส่วน เมนดี้ และ อินชา ไม่สามารถปรับตัวและพิสูจน์ตัวเองในสีเสื้อ บางกอกกล๊าส ได้ ภาระหนักจึงตกมาอยู่กับ ดาเนี่ยล การ์เซีย โตติ กองกลางชาวสเปนที่ฟอร์มดีที่สุดในบรรดาแข้งต่างชาติ

การเปลี่ยนแปลงจึงเกิดขึ้นอีกครั้งในเลกที่สอง เมื่อสโมสรตัดสินใจคว้าตัว เอเรียล โรดริเกซ กองหน้าชาวคอสตาริกากลับมากู้วิกฤตให้กับทีมอีกครั้ง นอกจากนี้ยังคว้า ดาวิด บาลา กองหน้าชาวบราซิลมาเสริมทีมอีกราย โดยผู้เล่นที่ถูกถอดชื่อออกไปก็คือ เฟเดอริก เมนดี้ และ มาริโอ ยูรอฟสกี้ ที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งนั่นอาจเป็นหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้ความสัมพันธ์ในเกมของบรรดาแข้งอิมพอร์ตยังไม่ไหลลื่นมากนัก เพราะต้องใช้เวลาปรับตัวสักระยะ

“จากหญ้าเทียมสู่หญ้าจริง”

หลายคนอาจสงสัยว่าการเปลี่ยนพื้นสนาม ลีโอ สเตเดี้ยม จากหญ้าเทียม มาเป็นหญ้าจริง มันส่งผลต่อการตกชั้นของ พลพรรค กระต่ายแก้ว อย่างไร ซึ่งจากการวิเคราะห์มันก็มีส่วนอยู่บ้าง เมื่อพวกเขาต้องส่งหนังสือไปยัง ไทยลีก เพื่อขอออกไปเป็นทีมเยือนในช่วง 3 เกมแรกทั้งหมด เนื่องจากสภาพสนามยังไม่พร้อมสมบูรณ์

ซึ่งการออกสตาร์ทด้วยการเป็นทีมเยือนถึง 3 เกมติดต่อกัน ในขณะที่ขุมกำลัง และสภาพจิตใจของคู่แข่งยังถือเพียบพร้อมกันทุกทีม และผลงานของ บลู แมชชีน ก็ทำได้น่าผิดหวังเมื่อเก็บได้เพียงแต้มเดียวจาก 3 เกมแรก แถมยิงใครไม่ได้เลย จมปลักอยู่ท้ายตาราง ณ ตอนนั้น โดยคงปฏิเสธไม่ได้ว่าการออกสตาร์ทที่ย่ำแย่ มันมีเอฟเฟ็คมาไกลถขนาดที่ต้องตกชั้น และหากเปรียบเทียบในกรณีที่ใกล้เคียงกัน อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ สุโขทัย รอดพ้นจากการตกชั้น ก็คือบุญเก่าจากฟอร์มอันร้อนแรงของพวกเขาในช่วงต้นฤดูกาลนั่นเอง

“เฮดทูเฮดแพ้ ชัยนาท”

เหตุผลสำคัญและเป็นเหตุผลโดยตรงที่ทำให้ กระต่ายแก้ว ต้องน้ำตาตกก็คือการที่ พวกเขา แพ้ทัพ นกใหญ่พิฆาต ด้วยกฏเฮดทูเฮด หรือสถิติการพบกันในฤดูกาลนี้ ซึ่งเกมแรกที่พบกันที่ ลีโอ สเตเดี้ยม พวกเขาพ่ายให้ลูกทีมของ เดนนิส อมาโต ไปถึง 2-5 ในช่วงปลายเดือนเมษายน ก่อนที่จะทำได้แค่บุกไปเสมอในเกมนัดเยือน 1-1 เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกเขาพลาดกันเอง

“ทำแต้มหลุดมือครั้งแล้วครั้งเล่าใน ลีโอ สเตเดี้ยม”

ผลงานการแพ้คาบ้านต่อ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี 1-2 ในเกมสุดท้าย ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาทำแต้มหลุดมือ เพราะหาย้อนไปเกมก่อนหน้านี้ บลู แมชชีน ก็ถูกทีมที่ตกชั้นไปแล้วอย่าง อุบล ยูเอ็มที ตีเสมอฉกแต้มไปดื้อๆ

และหากย้อนไปถึงช่วงต้นฤดูกาล 6 เกมแรกที่พวกเล่นในบ้านของตัวเองเก็บชัยชนะได้เพียงสองเกมเท่านั้น แถมยังเป็นการ แพ้คาบ้านต่อทีมที่ชื่อชั้นเป็นรองอย่าง พัทยา และน้องใหม่ พีที ประจวบ ด้วย แถมในช่วงเลกสอง บีจีเอฟซี ยังแพ้คาถิ่นต่อทีมในโซนตกชั้นด้วยกันอย่าง ราชนาวี 0-1

นอกจากนี้ผลงานใน ลีโอ สเตเดี้ยม 3 เกมสุดท้ายของฤดูกาล บีจี เอาชนะใครไม่ได้เลย เริ่มจากเสมอ สิงห์ เชียงราย 0-0 ต่อด้วย เสมอ อุบล ยูเอ็มที 1-1 และบอกลาไทยลีกด้วยการแพ้ สวาทแคท  1-2 ในเกมนัดสุดท้าย ร่วงลงสู่ ไทยลีก 2 เอ็ม-150 แชมเปี้ยนสชิพ อย่างสุดเจ็บปวด

Comments