สวาทแคทไม่เคยชิง,บีจีถูกโฉลกเกมเยือนบอลถ้วย: 5 เรื่องน่ารู้ก่อนเกมรอบรองฯโตโยต้า ลีก คัพ

ผ่านมาถึงรอบรองชนะเลิศกันแล้วสำหรับอีกหนึ่งรายการทัวร์นาเม้นต์เมเจอร์ของวงการลูกหนังไทยอย่าง โตโยต้า ลีกคัพ 2018 ซึ่ง 4 ทีมที่ฝ่าฟันอุปสรรคมาถึงรอบนี้ก็เป็นสโมสรฟุตบอลจากลีกสูวงสุดทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็น สิงห์ เชียงราย รองแชมป์เก่าที่ล้มแชมป์เก่าเมือปีที่แล้วอย่าง เอสซีจี เมืองทอง ผ่านเข้ารอบมาได้ ,บุรีัรัมย์ ยูไนเต็ด ว่าที่แชมป์ โตโยต้า ไทยลีก ที่ประกาศก้องขอกวาดทุกแชมป์ในประเทศไทย ,บางกอกกล๊าส เอฟซี สโมสรชั้นนำที่ ต้องเอา ทุกนัดต่อจากนี้แบบไม่มีผ่อน รวมไปถึง นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ทีมร้ายบริสุทธิ์ที่ไม่เคยเข้าใกล้รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยเลยแม้แต่ครั้งเดียว กับโอกาสที่ใกล้เคียงที่สุดของพวกเขา

และนี่คือสี่ทีมที่เหลืออยู่ในโตโยต้าลีกคัพ ปีนี้ ส่วน FOX Sports Thailand จะขอรวบรวมข้อมูลก่อนเกมรอบรองชนะเลิศ ว่าจะมีสถิติและเรื่องราวที่น่าสนใจอะไรกันบ้าง

 

โคราชลุ้นสร้างประวัติศาสตร์เข้าชิงขนะเลิศฟุตบอลถ้วยเป็นครั้งแรก

นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี เป็นทีมเดียวในทีมในรอบรองชนะเลิศที่ยังไม่เคยสัมผัสการคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยมาก่อน ซึ่งในประวัติศาสตร์ลีกอาชีพของประเทศไทย พวกเขาเคยทำได้แค่การคว้าแชมป์ดิวิชั่น เมื่อปี 2014 เพียงครั้งเดียวเท่านั้น แต่หลังจากนั้นนักเตะ หลานย่าโม ก็ยืนหยัดอยู่ในลีกสูงสุดมาโดยตลอด จากสถิติที่ผ่านมาทัพ โคราช ยังไม่เคยปราบ เชียงราย ในถิ่น เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ของตัวเองมาก่อน ในเกมไทยลีก แต่การพบกันในรายการ ลีก คัพ ครั้งล่าสุด สวาทแคท ชนะ กว่างโซ้ง 2-0 เมื่อปี 2014

 

 

“มวยถูกคู่ ดาร์บี้สีส้ม”

เชียงราย ยูไนเต็ด คือทีมที่ยิงประตูได้มากที่สุดในบรรดา 4 ทีมที่เหลืออยู่ในรอบรองชนะเลิศ โตโยต้า ลีกคัพ 2018 โดยยิงไปแล้ว 11 ประตู ในขณะที่พลพรรค สวาทแคท นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ก็เสียไปแค่ประตูเดียวเท่านั้น ซึ่งทั้ง นครราชสีมา และ เชียงราย ต่างก็ยังไม่เคยลงเล่นถึงช่วงต่อเวลาพิเศษหรือถึงการดวลจุดโทษมาเลยทั้งสองทีมในรายการนี้

 

บางกอกกล๊าส กับสถานการณ์ที่ต้องเลือก

บางกอกกล๊าส เอฟซี ยังไม่เคยเล่นในบ้านตัวเอง ในรายการ โตโยต้า ลีกคัพ 2018 โดยพวกเขาชนะเกมเยือนมาโดยตลอด 3 นัดในรายการนี้อันประกอบไปด้วยบุกชนะ ตราด 2-0 บุกชนะ นครปฐม 1-0 และบุกดับ ชลบุรี ในช่วงเวลาพิเศษ 6-4 อย่างไรก็ตามหากมองที่เกมไทยลีกผลงานเกมเยือนของ บลู แมชชีน กลับไม่ดีนักเมื่อชนะแค่สองเกมเท่านั้น

 

แถม 5 เกมหลังสุดที่พวกเขาบุกไปเยือนถิ่น ปราสาทสายฟ้า ก็กลับออกมาด้วยความพ่ายแพ้ถึง 4 เกม ซึ่งครั้งล่าสุดที่ กระต่ายแก้ว พบกับ ปราสาทสายฟ้า ในรายการลีก คัพ เกิดขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2015 โดยเกมจบลงด้วยสกอร์ 0-0 แต่ บุรีรัมย์ ผ่านเข้ารอบด้วยการดวลลูกโทษที่จุดโทษ ดังนั้นจึงน่าสนใจว่าพวกเขาจะเต็มร้อยกับรายการมากน้อยแค่ไหนกับสถานการณ์ที่ยังต้องดิ้นรนหนีตกชั้น แถมโปรแกรมก็เตะถี่จนต้องเซฟผู้เล่นเอาไว้ใช้งานในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ

 

 

บลู แมชชีน ขาดฟันเฟืองสำคัญ

การขาดหายไปของคีย์แมนสำคัญของ บางกอกกล๊าส เอฟซี อย่าง อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ ที่ติดสัญญายืมตัวจาก บุรีรัมย์ นั่นทำให้แนวรุกของ กระต่ายแก้ว ลดความอันตรายไปพอสมควร ส่วน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็จะได้ คริสโตเฟอร์ เฮิร์ด ฟลูแบ็คชาวออสเตรเลียกลับมาเป็นตัวเลือกอีกครั้งในรายการนี้

 

การลุ้นดาวซัลโว โตโยต้า ลีก คัพ 2018

การลุ้นอันดับดาวซัลโวโตโยต้า ลีก คัพ 2018 ที่แม้ว่า บิลล์ โรซิมาร์ อมานซิโอ จะนำเดี่ยวด้วยจำนวน 5 ประตู แต่หากมองไปที่โอกาสก็ยังคงเปิดกว้างสำหรับอีกสองเกมสำหรับทีมที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ซึ่งหากนับเฉพาะผู้เล่นที่มีโอกาสก็จะมี ชาตรี ฉิมทะเล กองหน้าจ้าวเวหา จาก บางกอกกล๊าส เอฟซี และ ดีโอโก้ หลุยส์ ซานโต จาก บุรีัรัมย์ ที่ยิงแล้ว 3 ประตู ส่วนที่ตามมาห่าง 2 ประตูก็มีทั้ง แอเรียล โรดริเกซ  จาก กระต่ายแก้ว และอีกสองแข้ง ปราสาทสายฟ้า อย่าง ฮาเวียร์ ปาตินโญ่ และ สุภโชค สารชาติ  ส่วน เลอันโดร อัสซัมเซา คือหนึ่งเดียวจาก นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ที่ยังมีโอกาสลุ้นดาวซัลโวหลังจากยิงไปแล้ว 2 ประตู

บิลล์ โรซิมาร์ อมานซิโอ – สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด 5 ประตู
ชาตรี ฉิมทะเล – บางกอกกล๊าส เอฟซี 3 ประตู
ดีโอโก้ หลุยส์ ซานโต – บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 3 ประตู
แอเรียล โรดริเกซ – บางกอกกล๊าส เอฟซี 2 ประตู
ฮาเวียร์ ปาตินโญ่ – บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 2 ประตู
เลอันโดร อัสซัมเซา – นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี 2 ประตู
สุภโชค สารชาติ – บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 2 ประตู

Comments