“ย้อนรอยก่อนชี้ชะตา” ช้างศึกปะทะอุซเบกิสถาน

หลังจากที่เมื่อวานที่ผ่านมา (16 สิงหาคม 2561) ขุนพล ช้างศึก รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี แทบเอาตัวไม่รอดด้วยการไล่ตามตีเสมอ ทีมชาติบังกลาเทศ 1-1 ในช่วงท้ายเกม ส่งผลให้ ทีมชาติไทย เก็บได้เพียง 2 แต้ม จากการสนาม 2 นัด อย่างไรก็ ตามจากผลการแข่งขันของอีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน ผลปรากฏว่า ทีมชาติอุซเบกิสถาน ถล่ม ทีมชาติกาตาร์ ไปเละเทะ 6-0 นั่นยังทำให้ขุนพลจากลุ่มน้ำเจ้าพระยามีความหวังเพิ่มมากขึ้นในการผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ รายการเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่ประเทศอินโดนีเซียต่อไป

โดยเกมนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม ช้างศึก U23 จะต้องพบกับกระดูกชิ้นโตอย่าง ทีมชาติอุซเบกิสถาน ที่ผ่านเข้ารอบเป็นที่แน่นอนแล้ว ดังนั้นวันนี้ Fox Sports Thailand จะขอพาคุณผู้ชมย้อนเวลามาพบกับ สถิติที่ทีมชาติไทย พบกับ ทีมชาติอุซเบกิสถาน ในเกมสำคัญๆ เนื่องจากที่ผ่านมา พลพรรค ช้างศึก เคยพบกับทัพ หมาป่าสีขาว เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นในรายการ เอเชียนเกมส์ โดยต้องย้อนไปเมื่อปี 1994 ที่ฮิโรชิม่า ซึ่งปีนั้น อุซเบกิสถาน คว้าเหรียญทองมาครองได้ชนิดหักปากกาเซียน

 

 

7 ตุลาคม 2537 ทีมชาติไทย 4-5 ทีมชาติอุซเบกิสถาน กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 12 ณ ประเทศญี่ปุ่น

ครั้งแรกที่ทีมชาติไทย พบกับ ทีมชาติอุซเบกิสถาน เกิดขึ้นเมื่อ 24 ปีที่แล้ว โดยเป็นการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 12 ที่ฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการพบกันในรอบแบ่งกลุ่มนัดที่ 3 โดย ทีมชาติไทย ภายใต้การคุมทีมของ วรวิทย์ สัม ปชัญญสถิตย์ ซึ่งทีมชาติชุดนั้นแกนหลักประกอบไปด้วย วัชรพงศ์ สมจิตร ,สิริศักดิ์ ขะเดหรี (หัวหน้าทีม),โชคทวี พรมรัตน์ ,ชูเกียรติ หนูสลุง ,นที ทองสุขแก้ว,, พัฒธนพงศ์ ศรีปราโมช,, โกวิทย์ ฝอยทอง ,ดุสิต เฉลิมแสน, สุรชัย จตุรภัทรพงศ์, ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล, ตะวัน ศรีปาน ,สมาน ดีสันเทียะ, สุชิน พันธ์ประภาส, คณิต อัจฉราโยธิน ,เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ,นันทวัฒน์ จิตตรง

ซึ่งผลการแข่งขันในเกมนั้น ทีมชาติไทย เล่นกันแบบไม่มีอะไรจะต้องเสียด้วยการเปิดหน้าแลกหมัดกับ อุซเบกิสถาน ที่มาแข่งเอเชียนเกมส์ เป็นครั้งแรก และเป็น อุซเบกิสถาน ที่ออกนำไปก่อน 3-1 ในครึ่งแรก โดยไทยได้ประตูจากการยิงของ สมฤทธิ์ อ่อนสมจิตร ก่อนจะกลับมาเล่นกันต่อในครึ่งหลัง ไทย ก็มาเสียเพิ่มอีกสองประตู ก่อนจะมีฮึดในช่วง 20 นาทีสุดท้าย และยิงคืนทีเดียว 3 ประตูจาก สมฤทธิ์ อ่อนสมจิตร อีกหนึ่งประตู ส่วนอีกสองประตูได้จาก สุชิน พันธ์ประภาส และ ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล จบเกม ทีมชาติไทย ที่เจอกับ อุซเบกิสถาน เป็นครั้งแรก พ่ายไปแบบสุดมัน 4-5 และในท้ายที่สุด ทีมชาติอุซเบกิสถาน ก็สามารถสร้างเซอร์ไพร์สด้วยการคว้าเหรียญทองมาครองได้แบบพลิกความคาดหมาย

 

 

3 กันยายน 2543 ทีมชาติไทย 4-2 ทีมชาติอุซเบกิสถาน (เซี่ยงไฮ้ โฟร์เนชั่นส์ ทัวร์นาเม้นต์ ณ เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน)

การพบกันครั้งที่ 2 ในนามทีมชาติชุดใหญ่ของ ไทย และ อุซเบฯ โดยเกมนี้เกิดขึ้นในทัวร์นาเม้นต์อุ่นเครื่องอย่าง เซี่ยงไฮ้ โฟร์เนชั่นส์ ทัวร์นาเม้นต์ ณ เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เมื่อเดือนกันยายน ปี 2000 ซึ่งมีทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันประกอบไปด้วย จีน ไทย อุซเบกิสถาน และ อิรัก โดยทัพ ช้างศึก พ่าย จีน มาในเกมแรก ทำให้ต้องมาชิงอันดับ 3 กับ อุซเบกิสถาน ซึ่งตอนนั้นทัพ ช้างศึก ใช้กุนซือเลือดผู้ดีนั่งแท่นคุมทัพ โดยผู้เล่นชุดนั้นถือเป็นชุดที่ดีที่สุดชุดหนึ่งของทีมชาติไทยเพราะอันดับโลกในเวลานั้น ทีมชาติไทย ยังคงติดเป็น 1 ใน 100 อันดับแรกของโลก ซึ่งผู้เล่นตัวหลักนำโดย เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ,เทิดศักดิ์ ใจมั่น ,ดุสิต เฉลิมแสน ,เสกสรรค์ ปิตุรัตน์ ,ณรงค์ชัย วชิรบาล ,ดัสกร ทองเหลา ,นิรุจน์ สุระเสียง ,มานิตย์ น้อยเวช ,สุธี สุขสมกิจ

โดยเกมนั้นแม้ว่าจะเป็นแค่ทัวร์นาเม้นต์อุ่นเครื่องแต่ทั้งไทยและอุซเบ ต่างขนผู้เล่นตัวหลักลงสนามกันครบครัน และผลการแข่งขันเป็น ช้างศึก ที่ระเบิดฟอร์มยิง 4 ประตูรวดภายในครึ่งชั่วโมงแรกจาก ดุสิต เฉลิมแสน ,สุธี สุขสมกิจ ,เสกสรรค์ ปิตุรัตน์ และ เทิดศักดิ์ ใจมั่น ก่อนที่จะถูกตามตีตื้นสองประตู จบเกม ทีมชาติไทย ของ ปีเตอร์ วิธ ถล่ม ทีมชาติอุซเบกิสถาน 4-2 คว้าอันดับ 3 ในทัวร์นาเม้นต์นั้นไปครอง

 

 

8 พฤศจิกายน 2546 ทีมชาติไทย 0-3 ทีมชาติอุซเบกิสถาน เอเชียนคัพ รอบคัดเลือก (นัดแรกที่ อุซเบกิสถาน)

การแข่งขันฟุตบอลเอเชียนคัพ รอบคัดเลือก ที่จะคัดเลือกเอาสุดยอดทีมจากทวีปเอเชียไปแข่งขันรอบสุดท้ายที่ประเทศจีน ในปี 2004 โดยทีมชาติไทยซึ่งนำโดยดาวเตะชั้นนำอย่าง เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ,ดุสิต เฉลิมแสน ,สุธี สุขสมกิจ ,ศรายุทธ ชัยคำดี ,ดัสกร ทองเหลา ,ศักดา เจิมดี ,อิศวะ สิงห์ทอง อยู่ในทีม ซึ่ง ไทย อยู่ร่วมสายกับ อุซเบกิสถาน ,ฮ่องกง และ ทาจิกิสถาน ซึ่งเกมนัดสองของกลุ่ม ช้างศึก จะต้องยกพลไปเยือน กรุงทาสช์เคนต์ เมืองหลวงของอุซเบฯ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเกมเยือนของ ทีมชาติไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มักจะประสบกับปัญหาหลายอย่าง รวมไปถึงฟอร์มการเล่น ซึ่งผลการแข่งขันทีมชาติไทย ก็ต้านไม่ไหวพ่ายไปยับเยิน 0-3 ในเกมแรกที่ทั้งคู่พบกันในรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งผลการแข่งขันในเกมนี้ส่งให้ ไทย อยู่ในสภาพหลังพิงฝา เพราะต้องกระเสือกกระสนอย่างหนักในการผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย ณ แดนมังกร

 

 

21 พฤศจิกายน 2546 ทีมชาติไทย 4-1 ทีมชาติอุซเบกิสถาน เอเชียนคัพ รอบคัดเลือก (นัดที่สองที่ ราชมังคลากีฬาสถาน)

ให้จากเกมนัดแรกที่ ไทย พ่าย อุซเบฯ เพียงไม่ถึง 1 เดือนทั้งคู่ก็ต้องโคจรมาพบกันอีกครั้ง โดยเปลี่ยนสถานที่มาเล่นกันที่ ราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งเกมนี้ ช้างศึก ต้องคว้าสามแต้มให้ได้สถานเดียวเท่านั้น เพื่อผ่านไปเล่นรอบสุดท้าย และเกมนี้พลพรรค ช้างศึก ก็ไม่ทำให้แฟนบอลชาวไทยผิดหวัง เมื่อสาามรถล้างแค้น อุซเบฯ แบบทบต้นทบดอก ถล่มเอาชนะไปได้ 4-1 โดยได้ประตูจาก มานิตย์ น้อยเวช ,นิรุจน์ สุระเสียง ,ปิยะวัฒน์ ทองแม้น และ ศรายุทธ ชัยคำดี คว้าตั๋วไปเล่นศึก เอเชียน คัพ 2004 รอบสุดท้ายที่ประเทศจีนได้สำเร็จ แบบสะใจกองเชียร์ชาวไทยทั้งประเทศ

 

 

22 ธันวาคม 2550 ทีมชาติไทย ชนะ ทีมชาติอุซเบกิสถาน 3-2 (ราชมังคลากีฬาสถาน,กรุงเทพมหานคร)

ศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 38 ประจำปี พ.ศ. 2550 มี 4 ทีมเข้าร่วมแข่งขัน ได้แก่ ทีมชาติไทย , อิรัก , เกาหลีเหนือ และทีมชาติอุซเบกิสถาน โดยในนัดเปิดสนามทัพช้างศึก ดวลกับ ทีมชาติอุซเบกิสถาน และสามารถเอาชนะไปได้ 3-2 จากการยิงคนเดียวสองประตูของ “โจ้ 5 หลา” ศรายุทธ ชัยคำดี และอีกหนึ่งประตูจาก ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ กองหลังที่ปัจจุบันค้าแข้งกับทีมราชนาวี ก่อนที่ทีมชาติไทยจะก้าวขึ้นไปเป็นแชมป์คิงส์คัพครั้งนั้นในบั้นปลาย ซึ่งทีมชาติไทยชุดใหญ่ในตอนนั้น มี “โค้ชหรั่ง” ชาญวิทย์ ผลชีวิน เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน ประกอบด้วยนักเตะชื่อดังหลายราย เช่น สินทวีชัย หทัยรัตนกุล , ปฏิภาณ เพ็ชรพูล , นิเวศ ศิริวงศ์ , สุรีย์ สุขะ , เจษฎา จิตสวัสดิ์ , ณัฐพงษ์ สมณะ , ปรัชญ์ สมัคราษฎร์ , เกียรติประวุฒิ สายแวว , ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ , นิรุจน์ สุระเสียง , สุเชาว์ นุชนุ่ม , ณรงค์ชัย วชิรบาล , พิชิตพงษ์ เฉยฉิว , ศรายุทธ ชัยคำดี , ธีรเทพ วิโนทัย , พิพัฒน์ ต้นกันยา , สุริยา ดอมไธสง , ธีรศิลป์ แดงดา ที่กำลังเป็นดาวรุ่ง

 

4 กุมภาพันธ์ 2558 ทีมชาติไทย แพ้ ทีมชาติอุซเบกิสถาน 2-5 (สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.นครราชสีมา)

ศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 43 ทีมชาติไทย ลงสนามพบกับ ทีมชาติอุซเบกิสถาน ในนัดที่สอง ทัพช้างศึกเอาชนะทีมชาติฮอนดูรัส 3-1 ในนัดแรก ขณะที่ทีมชาติอุซเบกิสถานก็เอาชนะทีมชาติเกาหลีใต้ U23 มาได้ 1-0 เริ่มเกมมาทีมชาติไทยขึ้นนำก่อน 1-0 จากการยิงของ ปกเกล้า อนันต์ ก่อนที่อุซเบกิสถานจะยิงคืนสองประตูรวด และเป็น ปกเกล้า อนันต์ คนเดิมมายิงตีเสมอ 2-2 จากนั้นทีมชาติไทยถูกอุซเบกิสถานยิงคืนทีเดียวสามประตูรวดเอาชนะไป 5-2 โดยในทีมชุดนั้นมี “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน ประกอบด้วยนักเตะในทีมชุดนั้น คือ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, พีระพัฒน์ โน้ตไชยา, มิก้า ชูนวลศรี, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, สุทธินันท์ พุกหอม, สารัช อยู่เย็น, ปกเกล้า อนันต์, มงคล ทศไกร, ประกิต ดีพร้อม, นฤบดินทร์ วีระวัฒน์โนดม, ชนาธิป สรงกระสินธ์

 

6 มิถุนายน 2560 ทีมชาติอุซเบกิสถาน ชนะ ทีมชาติไทย 2-0 (บุนยอดกอร์ สเตเดียม)

เกมอุ่นเครื่องของทีมชาติไทยที่คุมทีมโดย มิโลวาน ราเยวัช กุนซือชาวเซอร์เบีย ที่ได้ประเดิมคุมทัพช้างศึกในเกมนั้น ยกพลไปเยือน ทีมชาติอุซเบกิสถาน โดยเกมวันนั้นทีมชาติไทยพ่ายไป 0-2 มีนักเตะรายหลายที่ได้ลงเล่นในสีเสื้อทีมชาติครั้งแรก เช่น พรรษา เหมวิบูลย์ , ชุติพนธ์ ทองแท้ , พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี , เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว ประกอบกับผู้เล่นตัวหลักของทีมชาติ ได้แก่ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล , นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม , ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ , นูรูล ศรียานเก็ม , สรรวัชญ์ เดชมิตร , สิโรจน์ ฉัตรทอง

 

 

Comments