เรื่องจริงหรือคิดไปเอง? ผลงานเยาวชนทีมชาติไทยตกต่ำจริงหรือ

Natthaphong Sanson Natthaphong Sanson

ผ่านพ้นไปเรียบร้อยแล้วสำหรับศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยทัพช้างศึกU19 จบทัวร์นาเมนต์ด้วยอันดับ 4 จากการพ่ายเจ้าภาพ อินโดนีเซีย ในนัดชิงที่สามแบบเจ็บปวดใจ ซึ่งถือว่าเป็นผลงานที่ผิดความคาดหมายและความคาดหวังของแฟนฟุตบอลชาวไทยพอสมควร

ก่อนการแข่งขันจริงจะเริ่มต้นขึ้นทีมชาติไทยถูกมองว่าเป็นเต็ง 1 ในการคว้าแชมป์ในครั้งนี้ เนื่องจากชื่อชั้นและประสบการณ์ รวมถึงดีกรีแชมป์เก่าที่หลายๆชาติในอาเซียนนั้นรู้ดีถึงความแข็งแกร่งของทัพช้างศึกชุดนี้ แต่ความหวังกลับถูกเปลี่ยนเป็นแรงกดดันในทัวร์นาเมนต์นี้ ทำให้ทีมชาติไทยไม่สามารถก้าวเข้าไปป้องกันแชมป์ได้ และจอดป้ายเพียงแค่รอบรองชนะเลิศเท่านั้น

ผลงานของทีมชาติไทยในระดับเยาวชนที่แฟนบอลชาวไทยคาดหวังว่าจะกลายเป็นกำลังหลักของทีมชาติไทยชุดใหญ่ในอนาคต แท้จริงแล้วพวกเขาผูกขาดความสำเร็จมายาวนานจริงหรือไม่? หรือเป็นสิ่งที่แฟนๆคิดไปเอง? FOX Sports Asia จะพาแฟนๆ ไปหาคำตอบกัน

1. ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี

ทัพช้างศึกรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ชุดปัจจุบันที่คุมทีมโดย “โค้ชดาท” ธงชัย รุ่งเรืองเลิศ เพิ่งคว้าแชมป์ในรายการฟุตบอล CFA Under-17 Men’s International Football Tournament 2018 ที่ประเทศจีนมาหมาดๆ โดยรายการนี้เป็นการเตรียมความพร้อมทีมก่อนลุยศึกชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศมาเลเซียในช่วงเดือนกันยายนนี้

ทีมรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปีถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการต่อยอดพัฒนาฝีเท้าขึ้นไปในรุ่นที่สูงขึ้น ผลงานในเวทีเอเชียของทีมชาติไทยรุ่นนี้ถือว่าไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากไม่เคยผ่านรอบแรกเลยแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งถือเป็นเรื่องยากมากที่ทัพช้างศึกจะไปต่อกรกับทีมหัวแถวระดับเอเชีย เช่น ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

ขณะที่ในระดับภูมิภาคอาเซียน ก็ต้องบอกว่าทีมชุดนี้ไม่ได้ผูกขาดเลยสักนิด เมื่อได้แชมป์ 3 สมัย (2007, 2011 และ 2015)เท่ากับเวียดนาม (2006, 2010 และ 2017) นั่นหมายความว่า 4 ปีถึงจะได้สักที

โดยครั้งล่าสุดที่ทีมชาติไทยรุ่นนี้เคยก้าวขึ้นไปเป็นแชมป์ ก็คือเมื่อปี 2015 ครั้งที่อาจารย์ พยงค์ ขุนเณร เป็นผู้ฝึกสอน ขณะที่ปี 2012 ชุดที่มี สิทธิโชค กันหนู และ สุประวีณ์ มีประทัง พวกเขาได้อันดับ 4 โดยแพ้ให้กับ สปป.ลาว 3-0 ในนัดชิงอันดับ 3

พวกเขาเกือบจะทำได้อีกครั้งในปี 2017 เมื่อผ่านเข้าชิงชนะเลิศภายใต้การทำทีมของ ซัลบาดอร์ การ์เซีย เฮดโค้ชชาวสเปนจากเอคโคโน่ แต่พลาดท่าพ่ายจุดโทษทีมชาติเวียดนามอย่างน่าเสียดาย ทำให้ได้เพียงแค่รองแชมป์เท่านั้น

ในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี จะลงทำศึกชิงแชมป์เอเชีย 2018 โดยอยู่ร่วมกลุ่มกับเจ้าภาพมาเลเซีย , ญี่ปุ่น และทาจิกิสถาน จึงเป็นอีกหนึ่งเวทีที่จะพิสูจน์ว่าแข้งเยาวชนไทยมีดีแค่ไหนและพัฒนาขึ้นหรือไม่ในระดับเอเชีย


2. ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี

ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ที่มีตั๋วฟุตบอลโลก รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี เป็นเดิมพัน จะจัดขึ้นที่ประเทศอินโดนีเซีย ในช่วงเดือนตุลาคมนี้ ทีมชาติไทยถูกจัดให้อยู่กลุ่มเดียวกับญี่ปุ่น , อิรัก , เกาหลีเหนือ ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มที่หนักมาก หากเทียบกันตามชื่อชั้น และประสบการณ์ทีมชาติไทยศักยภาพเป็นรองทุกทีมในกลุ่มนี้

จากผลงานในเวทีระดับเอเชียที่ผ่านมาต้องบอกว่าทัพช้างศึกยังห่างชั้นจากทีมระดับแถวหน้าของทวีปอยู่พอสมควร เช่น ญี่ปุ่น , เกาหลีใต้ หรือทีมจากตะวันออกกลางอย่างอิรัก , อิหร่าน

ผลงานของทัพช้างศึกในรายการชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี เคยทำผลงานได้ดีที่สุดคือเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายเมื่อปี 2014 สมัยที่ “โค้ชเตี้ย” สะสม พบประเสริฐ เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน โดยในทีมชุดนั้นประกอบด้วยผู้เล่นตัวหลักอย่าง สิทธิโชค กันหนู , นพพล พลคำ , พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล และ ปฏิภาณ ปิ่นเสริมสูตรศรี ผู้ที่ทำแฮตทริกในนัดพบเยเมน แล้วพลิกกลับมาชนะ 3-2 อย่างเหลือเชื่อในปีนั้น

ขณะที่ปีอื่นๆในเวทีระดับเอเชีย ทีมชาติไทยรุ่นนี้มักตกรอบแรกเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งทำให้ทีมรุ่นนี้ของไทยยังเทียบไม่ติดในเวทีเอเชีย

ในส่วนของภูมิภาคอาเซียน ผลงานของทีมรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ยังคงรักษามาตรฐานเอาไว้ได้อย่างดีใน 4 ครั้งหลังสุดทีมชาติไทยคว้าแชมป์ได้ 2 ครั้ง คือในปี 2015 และ2017 เมื่อปีที่แล้ว ทีมรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปีที่สร้างชื่อและสร้างความหวังให้วงการฟุตบอลไทยมากที่สุด คือในปี 2015 เมื่อครั้งที่ “โค้ชจุ่น” อนุรักษ์ ศรีเกิด เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน นักเตะในทีมชุดนั้น ได้แก่ วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ (กัปตันทีม) , อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ , สรรเสริญ ลิ้มวัฒนะ , ศรายุทธ สมพิมพ์ และอีกหลายๆคน พัฒนาฝีเท้าแบบก้าวกระโดดกลายเป็นแข้งตัวหลักของสโมสรตัวเองกันแทบทั้งสิ้น โดยนัดชิงจ้าวอาเซียนในปีนั้น ทีมชาติไทย เอาชนะทีมชาติลาว ที่เป็นเจ้าภาพแบบขาดลอย 6-0

แต่ในการแข่งขันชิงแชมป์อาเซียน 2018 ที่เพิ่งจบลงไป ทีมชาติไทย U19 ภายใต้การทำทีมของ “โค้ชหระ” อิสสระ ศรีทะโร กลับทำผลงานได้ไม่ตามเป้าหมาย เนื่องจากถูกทีมชาติเมียนมาร์เขี่ยตกรอบรองชนะเลิศด้วยสกอร์ 1-0 ทำให้ต้องไปชิงที่ 3 กับทีมชาติอินโดนีเซีย และผลปรากฏว่าทีมชาติไทยดันไปแพ้ให้กับอินโดนีเซีย ในนัดชิงอันดับสาม ด้วยสกอร์ 2-1 คว้าที่สี่ประจำรายการมาครองแบบเจ็บปวด และต้องกลับมาวางแผนกันใหม่ ก่อนที่ศึกชิงแชมป์เอเชียจะเริ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม นี่ยังไม่ใช่ครั้งที่ “ช้างศึก U19” ทำผลงานได้แย่ที่สุด เพราะเมื่อปี 2013 ที่มี ชัยวัฒน์ บุราญ, เจนรบ สำเภาดี และ เชาว์วัฒน์ วีระชาติ เป็นตัวชูโรง พวกเขายังเคยตกรอบแรกมาแล้ว ในบรรดาทีมร่วมสายที่มี เวียดนาม, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, เมียนมา และ บรูไน โดยพวกเขารั้งรองบ๊วยของกลุ่ม มีแค่ 4 คะแนนจาก 5 นัด

เช่นเดียวกับเมื่อปี 2005 ที่รั้งรองบ๊วยของกลุ่ม ท่ามกลางทีมร่วมสายอย่าง เมียนมา, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย และบรูไน ด้วยเช่นกัน

3.ทีมฟุตบอลหญิงชาติไทย รุ่นเยาวชน
ทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 16 และ19 ปี ถือเป็นอนาคตของทีมชาติไทยชุดใหญ่เช่นกัน เนื่องจากทัพชบาแก้วรุ่นเยาวชนมักจะต่อยอดและพัฒนาฝีเท้าจนก้าวขึ้นมาติดทีมชาติชุดใหญ่เป็นรุ่นๆไป เช่นเดียวกันกับทีมฟุตบอลชาย

ผลงานของทัพชบาแก้วรุ่นเยาวชนทั้ง 16 และ19 ปี ส่วนใหญ่มักจะจอดป้ายแค่รอบแบ่งกลุ่มเท่านั้น เนื่องจากไม่สามารถต้านทานความแข็งแกร่งของบรรดาทีมหัวแถวของเอเชียได้

ขณะที่ในเวทีชิงแชมป์อาเซียน ทีมฟุตบอลหญิงรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปีเพิ่งคว้าแชมป์เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยการเอาชนะทีมชาติเมียนมา 2-0 คว้าแชมป์เป็นสมัยที่สองติดต่อกัน

จะเห็นได้ว่าการที่ทีมชาติชุดใหญ่ทั้งชายและหญิงต่างเถลิงบัลลังก์ครองจ้าวอาเซียน ไม่ได้หมายความว่าทีมชุดเยาวชนจะผูกขาดความสำเร็จเช่นเดียวกับทีมพี่ เพราะทีมชุดเยาวชนเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการพัฒนานักเตะ ดังนั้น คำพูดที่ว่า “ได้ประสบการณ์” คงไม่ใช่คำแก้ตัวลอยๆ เสมอไป เพราะตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ก็คือทีม U19 ที่ตกรอบแรกเมื่อปี 2013 นักเตะชุดนั้นก็ก้าวขึ้นไปคว้าเหรียญทองซีเกมส์ปี 2017 ได้ในบั้นปลาย

Comments