ส่องฟอร์ม 8 แนวรุกอิมพอร์ต ช่วงออกสตาร์ทไทยลีก 2020

น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งที่การแข่งขันฟุตบอลลีกทั่วทั้งประเทศไทย มีอันต้องเลื่อนออกไปจนถึงเดือนเมษายน จากสาเหตุการแพร่ระบาดของโรคไวรัส โควิด-19 ที่บ้านเรามีผู้เสียชีวิตไปแล้ว นั่นจึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ ไทยลีก จำเป้็นต้องเลืี่อนการฟาดแข้งออกไป

ในเรื่องของตัวผู้เล่น ในสภาพเศรษฐกิจเช่นนี้ หลายๆทีมเริ่มจะมาเห็นความสำคัญของการใช้ดาวรุ่ง และอิมพอร์ตแข้งต่างชาติในเพดานเงินเดือนที่ไม่สูงจนเกินไป แต่ในเรื่องของผลงานและฟอร์มการเล่น อย่างน้อยๆก็ต้องสามารถพึ่งพาได้มากกว่านักเตะไทย เพราะใช้โควตาต่างชาติในการย้ายมารับค่าแรง

ดังนั้นวันนี้ FOX Sports Thailand จะขอพามาตัดเกรด FOX Thailand Got Talent กับผู้เล่นอิมพอร์ตหน้าไม่ในช่วง 4 เกมแรกของศึกโตโยต้า ไทยลีก 2020 อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงการอ้างอิงจากสถิติ โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม

 

เบรนเนอร์ มาร์ลอส (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)

กองหน้าโปรไฟล์สวยชาวบราซิเลียนย้ายเข้ามาร่วมทัพ แข้งเทพ ในช่วงท้ายตลาดซื้อขายผู้เล่น โดยเข้ามาทดแทน เนลสัน โบนิญา กองหน้าทีมชาติเอลซัลวาดอร์ที่มีปัญหาเรื่องสภาพร่างกาย และมีเวลาให้ เบรนเนอร์ ปรับตัวไม่มากนัก ทิ้งที่เป็นครั้งแรกที่หัวหอกวัย 26 ปีรายนี้ย้ายออกไปค้าแข้งนอกบราซิล

อย่างไรก็ตามผลงานโดยรวมของอดีตกองหน้า โบตาโฟโก และ สปอร์ต คลับ นาซิอองนาล ก็ถือว่าทำได้แบบคาบลูกคาบดอก จะดีก็ไม่ใช่ จะไม่ได้ก็ไม่เชิง แต่จากเกมล่าสุดที่เจ้าตัวยิงประตูแรกในสีเสื้อ ทรู แบงค็อก เปิดบ้านอัดแชมป์เก่า สิงห์ เชียงราย 4-1 มันก็ดีพอที่จะทำให้เขาผ่านเกณฑ์ ความคาดหวังที่ตั้งเอาไว้

✅✅❎ : ผ่าน 

เอวานโดร เปาลิสตา (สุโขทัย เอฟซี)

นับตั้งแต่ที่ เนลสัน โบนิญา ทิ้งช่องว่างในจังหวะจบสกอร์ไว้ที่ ทุ่งทะเลหลวง สเตเดียม เมื่อ 2 ปีก่อน สุโขทัย ก็ยังหาตัวจบสกอร์ตรงสเป็คไม่ได้ จนกระทั่งฤดูกาล 2020 พวกเขาได้ตัว เอวานโดร เปาลิสต้า กองหน้ามาดนักมวยปล้ำมาจากลีกรองของประเทศจีน และสามารถใช้ความใหญ่ของร่างกายสร้างประโยชน์ให้กับทีม เป็นตัวชนเปิดทางให้เพื่อนร่วมทีมอย่าง จอน บาจโจ ได้ทะลุทะลวง

แถมในเกมล่าสุดอดีตกองหน้าของ แดกู เอฟซี ก็สามารถเบิกสกอร์แรกอย่างเป็นทางการของตัวเองกับ ค้างคาวไฟ ได้แล้ว ฟอร์มกำลังขึ้นหม้อแบบนี้น่าเสียดายที่จะต้องมาถูกเบรกความร้อนแรงจากไวรัส โควิด-19 ที่แพร่ระบาดอยู่ในเวลานี้ เบื้องต้นถือว่ากองหน้าเครางามสอบผ่านแบบชิลๆในช่วงของการออกสตาร์ทไทยลีก 2020

✅✅❎ : ผ่าน 

ซาดอร์ มีร์ซาเยฟ (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)

กองหน้าดีกรีทีมชาติอุซเบกิสถาน ถูกตั้งความหวังจากบรรดาแฟนๆกับหมายเลข 10 ที่เขารับ เนื่องด้วยการย้ายออกจากทีมของ ธีรศิลป์ แดงดา กัปตันทีมคนเก่า ซึ่งอดีตกองหน้าของ โลโก ทาชเคนต์ ก็หน้าที่ได้ดีในระดับหนึ่ง น่าเสียดายที่ประตูแรกอย่างเป็นทางการในสีเสื้อ กิเลนผยอง ยังไม่เกิดขึ้นในเกมกับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

แม้ว่า มีร์ซาเยฟ วัย 28 ปี จะยังยิงประตูแรกไม่ได้ แต่เจ้าตัวก็เริ่มแผลงฤทธิ์ให้เห็นถึงความอันตรายในกรอบเขตโทษ การเคลื่อนหาพื้นที่ และการจ่ายบอลที่อันตราย ซึ่งเชื่อหากกองหน้ารายนี้มีสกอร์แรกกับ เมืองทอง เมื่อไหร่ก็น่าจะคลายความกดดัน และเฉิดฉายมากกว่าเดิม

✅✅❎ : ผ่าน 

มาอิลซอน (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)

ดาวยิงชาวบราซิเลียนผู้เข้ามาทดแทน วิลเลียม เอ็นริเก แบกคว้าหวังของแฟนบอลจากมาตรฐานที่ดาวยิงเพื่อนร่วมชาติทิ้งไว้ บวกกับการมีสถานะการเป็นแชมป์เก่า จึงไม่มีเวลามากนักให้กองหน้าอย่าง มาอิลซอน ได้ปรับตัว แม้ว่าหัวหอกจาก บียา โนวา ฟุตบอลคลับ จะเคยมีประสบการณ์การค้าแข้งในเอเชียมาแล้วกับ เจจู ยูไนเต็ด รวมไปถึง อัล อราบี แต่สำหรับ นรกไทยลีก มันไม่ง่ายสำหรับผู้เล่นอิมพอร์ตหน้าใหม่เสมอไป

มาอิลซอน ยังอยู่ในช่วงใช้เวลาปรับจังหวะให้เข้ากับฟุตบอลของ เชียงราย ซึ่งหากปรับได้เร็วเท่าไหร่ แฟนก็น่าจะได้เห็นดาวยิงรายนี้ปล่อยของมากขึ้นเรื่อยๆ แต่สำหรับตอนนี้ผลงาน 0 ประตูจาก 4 นัดที่ลงสนามในสีเสื้อ กว่างโซ้งมหาภัย ในฐานะตัวความหวังรายใหม่ จึงยังไม่ผ่านเกณฑ์อย่างที่ตั้งความหวังเอาไว้

 : ไม่ผ่าน

 

 

แบร์นาโด คูเอสต้า (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

ฟอร์มการเล่นของ แบร์นาโด คูเอสต้า กองหน้าชาวอาร์เจนตินา ของปราสาทสายฟ้า หลังผ่าน 4 เกมแรก ต้องบอกตามตรงว่าควรปรับปรุงเป็นอย่างยิ่ง หากยังหวังค้าแข้งในถิ่นช้าง อารีนา ต่อไปในช่วงเลกสอง อดีตดาวยิงของเมลก้าร์ เดินทางมาค้าแข้งในประเทศไทยกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

แถมพกดีกรียอดดาวยิงบวกกับการแบกความหวังของแฟนบอลปราสาทสายฟ้าตั้งแต่ยังไม่ได้ชูเสื้อเปิดตัว แต่ทว่าเมื่อออกสตาร์ทไทยลีก 2020 คูเอสต้ากลับเค้นฟอร์มเก่งของตัวเองไม่เจอ หลาย ๆ จังหวะที่เขาตัดสินใจดูจะไม่เข้ากับเพื่อนร่วมทีมสักเท่าไหร่ นี่คือโจทย์และภาระอันหนักอึ้งของเจ้าตัว ที่จำเป็นต้องเร่งฟอร์มของตัวเองกลับมาช่วยบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โดยเร็วในช่วงเลื่อนการแข่งขันหนีไวรัสโควิด-19

 : ไม่ผ่าน

 

ริคาร์โด้ บูเอโน (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

ดาวยิงชาวบราซิล มีโอกาสสัมผัสลีกสูงสุดของประเทศไทยเป็นครั้งแรกกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2020 โดยใน 4 เกมแรกที่เพิ่งผ่านไป ริคาร์โด้ บูเอโน โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าพอใจ ลงเป็นตัวจริงทุกนัด และซัดไปแล้ว 2 ประตู อย่างไรก็ดีในแง่ของการประสานงานกับเพื่อนร่วมทีม บูเอโน น่าจะต้องใช้เวลาปรับตัวอีกสักระยะ โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับคู่ขาในแนวรุกอย่าง แบร์นาโด คูเอสต้า ดาวยิงชาวอาร์เจนตินา ที่ถือว่ายังสอบไม่ผ่านเสียทีเดียว

✅✅❎ : ผ่าน 

เฟลิเป้ อโมริม (สุพรรณบุรี เอฟซี)

4 เกมแรกในไทยลีกยังคงน้อยเกินไปที่จะทำให้ เฟลิเป้ อโมริม แนวรุกชาวบราซิล ก้าวขึ้นมาเป็นขวัญใจคนใหม่ของแฟนบอล ช้างศึกยุทธหัตถี แม้ว่าอดีตดาวเตะของฟลูมิเนนเซจะกลายเป็นแข้งตัวหลักของ อเดบาโย กาเดโบ กุนซือชาวไนจีเรีย แต่ฟอร์มการเล่นโดยรวมของ เฟลิเป้ ยังคงต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเขามีดีพอหรือไม่ สำหรับลีกสูงสุดของเมืองไทย

เฟลิเป้ ลงสนามรับใช้ทีมตลอด 4 นัดแรก ยังไม่สามารถส่งบอลสู่ก้นตาข่ายของคู่แข่งได้เลย แต่ในแง่การสร้างสรรค์เกมเขายังพอมีส่วนร่วมกับทีมได้บ้าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นความหวังของแฟนบอล สุพรรณบุรี คือการเห็น เฟลิเป้ ทำประตูให้ทีมได้นั่นเอง

 : ไม่ผ่าน

บรูโน เมเซนก้า (พีที ประจวบ เอฟซี)

กองหน้าร่างใหญ่ชาวบราซิล สัมผัสเวทีลีกสูงสุดของเมืองไทยอย่างเต็มตัวกับ พีที ประจวบ เอฟซี ในฤดูกาลนี้ หลังมีช่วงเวล่ที่ไม่น่าจดจำนักในซีซั่นก่อนที่เขายกเลิกสัญญากับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แบบงง ๆ บรูโน เมเซนก้า ได้รับความไว้วางใจจาก “โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงค์อ่องตระกูล ให้ลงสนามเป็นกองหน้าตัวเป้า 4 นัดแรก แต่ฟอร์มการเล่นของเขากลับทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร กลายเป็นมือปืนเป้าสะอาดตลอด 4 เกมที่ลงเล่น

หลาย ๆ จังหวะในเกม บรูโนมีปัญหากับการประสานงานร่วมกับแข้งแนวรุกคนบ้านเดียวกันอย่าง วิลเลียม เอนริเก้ หรือแม้กระทั่ง เอียน แรมซีย์ ปีกสารพัดประโยชน์ชาวฟิลิปปินส์ และนี่อาจจะเป็นปัจจัยข้อใหญ่ที่ทำให้ต่อพิฆาตฟอร์มดร็อปลงไปตามฟอร์มของกองหน้าอย่าง เมเซนก้า

 : ไม่ผ่าน

 

Comments