พัฒนาต่อได้! นิชิโนะเผยเหตุเลือกร่วมงานสตาฟฟ์คนไทย

อากิระ นิชิโนะ เฮดโค้ชทีมชาติไทย เผยเหตุเลือกร่วมงานกับสตาฟฟ์โค้ชชาวไทยต่อไป โดยมองว่าทุกคนมีศักยภาพที่ดีและสามารถพัฒนาต่อได้

THAILAND’s journey at 2020 AFC U23 Championship: A new generation of WAR ELEPHANTS

 

กุนซือชาวญี่ปุ่น เพิ่งจรดปากกาต่อสัญญาคุมทัพช้างศึกออกไปจนถึงปี 2022 โดย อากิระ นิชิโนะ จะทำหน้าที่คุมทีมชาติไทยชุดใหญ่ และรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ควบคู่ไปด้วย ซึ่งภายในงานแถลงข่าว กุนซือวัย 64 ปี เปิดใจเกี่ยวกับการเลือกสตาฟฟ์โค้ชชาวไทยเป็นทีมงาน โดยเผยว่าทุกคนมีความมุ่งมั่นตั้งใจ และมีศักยภาพที่ดีพอ

“หลังจากที่ทำงานกับทีมชาติไทย มานานกว่า 7 เดือน ก็รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมาก แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องการสื่อสาร และการปรับตัวกับ วัฒนธรรมไทย” นิชิโนะ กล่าวเริ่ม

“ตลอดการทำงานที่ผ่านมา ก็ได้รับการสนับสนุนที่ดีจากแฟนบอล รวมถึงสื่อมวลชน ผมเข้าใจดี ว่าความคาดหวังของแฟนบอล ต่อทีมชาติไทย ค่อนข้างสูง ผมก็จะพยายามตอบสนองให้ได้ตามที่คาดหวัง”

“คิดว่าที่ผ่านมา ทีมก็มีการพัฒนาในระดับหนึ่ง ทั้งชุดใหญ่และรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ก็ทำให้ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมาก และภูมิใจที่ได้ขยายสัญญาการทำงานออกไป อีก 2 ปี แต่ก็ไม่ขอโฟกัสอะไรมาก เพราะหน้าที่หลักคือผมจะพยายามพัฒนาทีมไปให้ได้ไกลมากที่สุด”

“ทุกอย่างมันต้องใช้เวลา อย่างที่นายกสมาคมฯ กล่าว มันไม่ใช่แค่เวลามาทีมชาติ แต่รวมถึงเวลาที่เขาอยู่กับสโมสร ไม่ว่าจะในหรือนอกประเทศ ซึ่งเราจะต้องพยายามพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อย่างในการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ก็ทำให้รู้ว่านักเตะไทยมีศักยภาพ และอนาคตที่จะพัฒนาไปได้ไกลกว่านี้ ก็อยากจะร่วมมือกัน และพยายามจะนำประสบการณ์ครั้งนี้มาเป็นแบบอย่างในการพัฒนาต่อไป”

“คิดว่าไม่ใช่แค่นี้ แต่เราต้องพัฒนาเยาวชน รวมถึงบุคลากรโค้ช เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง ตอนนี้ก็จะพยายามสนับสนุน การ์เลส โรมาโกซา อย่างเต็มที่ เพื่อให้การทำงานเป็นระบบมากกว่าเดิม ในอนาคต”

“ในกรณีที่เราจะดึงสตาฟฟ์โค้ชชาวญี่ปุ่นมา คนที่พร้อมและมุ่งมั่นอยากพัฒนาฟุตบอล ก็ไม่สะดวกที่จะมา และติดงานด้วยส่วนหนึ่ง”

“ที่ญี่ปุ่น ผมเองก็มีสตาฟฟ์คู่ใจ แต่ด้วยจังหวะที่ยังไม่พอดีเท่าไหร่ และหลังจากที่ผมร่วมมือกับสตาฟฟ์โค้ชชาวไทย ทุกคนต่างก็มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาทีมชาติไทย และพร้อมที่จะเรียนรู้เพื่อพัฒนาตัวเอง ทำให้เราตัดสินใจใช้สตาฟฟ์โค้ชคนไทยต่อไป”

“อย่างที่ได้พูดในห้องแถลงข่าว ส่วนหนึ่งในการพัฒนาฟุตบอลอย่างยั่งยืน นอกจากการพัฒนานักฟุตบอลแล้ว ก็ต้องพัฒนาบุคลากรทางโค้ชด้วย ซึ่งต้องมีทั้งปริมาณ และคุณภาพ ตอนนี้คิดว่าวงการฟุตบอลไทย เราขาดทั้งในแง่ของปริมาณ และคุณภาพ”

“ตอนนี้ เราก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมในการเจอกับอินโดนีเซีย ในช่วงเดือนมีนาคมนี้ก่อน ลำดับต่อมา ก็คือ เมื่อไทยลี เปิดฤดูกาล ก็ต้องเฟ้นหาว่าใครสมควรได้รับโอกาส ขึ้นมาอยู่ในทีมชาติชุดใหญ่ สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้ เรามีทรัพยากรที่จำกัด ทำให้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่ มันก็เป็นหน้าที่ของผม ที่จะต้องพยายามเฟ้นหา ไม่ใช่แค่การแข่งขันอย่างเดียว และดูว่าชีวิตประจำวัน ตอนฝึกซ้อมกับสโมสร เป็นอย่างไรบ้าง เกมการแข่งขันอุ่นเครื่อง ใครมีแววบ้าง การขยายทีมให้ใหญ่ขึ้น มันก็จะทำให้การแข่งขันสูงขึ้น และทำให้นักเตะต้องกระตุ้นตัวเองในการพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ”

“สำหรับโปรแกรมวันที่ 30 มีนาคม ก็ได้ปรึกษากับทางสมาคมฯ ให้มองหาทีมที่จะมาอุ่นเครื่อง คิดว่าน่าจะมีการจัดการแข่งขัน ส่วนรายชื่อนักเตะ คงจะแยกออกจากกลุ่มที่แข่งขันกับอินโดนีเซีย ในวันที่ 26 มีนาคม ส่วนชุดวันที่ 30 มีนาคม จะเป็นอีกชุดหนึ่งไปเลย น่าจะให้โอกาสนักเตะ U23 และคนอื่นที่มีแวว ก็อยากให้นักเตะได้มีประสบการณ์ ได้แข่งขัน สร้างผลงานให้กับตัวเองมากยิ่งขึ้น”

“ตารางการแข่งขันปีนี้ การแข่งขันฟุตบอลไทยลีก จะหยุดพัก 1 สัปดาห์ก่อนโปรแกรมทีมชาติเสมอ ขอบคุณทุกสโมสรที่ให้ความร่วมมือ และหากมีรายละเอียดอะไร ก็จะมาแจ้งให้ทราบอีกครั้ง”

“เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทาง การ์เลส โรมาโกซา ก็ได้เตรียมแผนทั้งสั้น กลาง และยาว มาอธิบาย ว่าอนาคตจะพัฒนาฟุตบอลไทยอย่างไร เราก็พยายามนำข้อมูลมาแชร์กัน เช่น ระบบฟุตบอลตรงไหนต้องจูนให้ดีขึ้น ก็จะพยายามทำงานควบคู่กันไป และพัฒนาฟุตบอลไทยต่อไปยิ่งขึ้น”

“ทั้งนักเตะเอง และ ผู้ช่วยโค้ชเอง แม้ว่าจะได้ร่วมงานกันมาบ้าง แต่ก็จะพยายามเรียนรู้ และปรับตัวให้คุ้นเคยกับคนไทยมากยิ่งขึ้น”

สำหรับ อากิระ นิชิโนะ มีภารกิจนำทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ลงทำศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก รอบสอง โซนเอเชีย เปิดบ้านพบกับ อินโดนีเซีย ในวันที่ 26 มีนาคมนี้

Comments