โหมโรงศึกแห่งศักดิ์ศรี เมืองทอง-ท่าเรือ เดิมพันจ่าฝูงของสิงห์เจ้าท่าเมื่อไร้เสียงเชียร์

ศึกบิ๊กแมตช์ประจำการแข่งขันฟุตบอลลีกสูงสุดของเมืองไทยอย่าง โตโยต้า ไทยลีก 2019 ดำเนินมาถึงสัปดาห์ที่ 8 ของฤดูกาล โดยเกมการแข่งขันในคู่เอกหรือคู่บิ๊กแมตช์ประจำสุดสัปดาห์นี้ คงหนีไม่พ้นการโคจรมาพบกันของสองทีมคู่ปรับตลอดกาลอย่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่เตรียมเปิดรัง เอสซีจี สเตเดียม รับการมาเยือนของ การท่าเรือ เอฟซี

Highlight: โตโยต้า ไทยลีก 2019 – นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี 3-1 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

สำหรับสถานการณ์ในอันดับตารางคะแนนของทั้งคู่ถือว่าต่างกันพอสมควรในช่วงต้นฤดูกาล โดย สิงห์เจ้าท่า ผงาดรั้งเป็นจ่าฝูง ในขณะที่ กิเลนผยอง รั้งอยู่อันดับที่ 15 ของตาราง โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทางฝั่งของเจ้าบ้าน หลังจากที่แยกทางกับ ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ไปหลังจบเกมที่บุกไปพ่าย ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 0-2 เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

โดยในช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ก็ได้ทำการประกาศแต่งตั้ง ยุน จุง ฮวาน กุนซือฝีมือดีชาวเกาหลีใต้เข้ารับตำแหน่งกุนซือใหญ่ของทีม โดยมีภารกิจใหญ่ที่ต้องกอบกู้วิกฤตในทีม และความมั่นใจของลูกทีมกลับมาให้ได้เร็วที่สุด ซึ่งการประเดิมพิสูจน์ฝีมือการคุมทีมก็ถือเป็นบททดสอบชั้นดี เมื่อจะต้องเจอของแข็งอย่าง การท่าเรือ เอฟซี ที่บุกมาเยือนในฐานะทีมหัวตาราง

สถานการณ์ของ เมืองทอง ถือว่าเข้าขั้นวิกฤต เมื่อพวกเขากระเด็นตกไปอยู่อันดับรองสุดท้าย แถมฟอร์มสามนัดหลังสุดยังออกทะเลด้วยการแพ้รวดทั้งสามนัด สภาพจิตใจและรูปแบบการเล่นของพวกเขายังคงเป็นเครื่องหมายคำถาม แต่การเข้ามาของ ยุน จุง ฮวาน กับดีกรีที่ถือว่าไม่ธรรมดา ก็ต้องมาดูผลงานในสนาม การแก้เกม รวมไปถึงแท็คติกของกุนซือรายนี้กันว่าจะมีดีมากน้อยแค่ไหน

แถมข่าวดีของทีมดังจาก นนทบุรี ก็คือการได้ มาริโอ ยูรอฟสกี้ จอมทัพชาวมาซิโดเนีย กลับมาฝึกซ้อมกับทีมได้แล้ว ขณะที่ ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้ากัปตันทีมก็น่าจะพร้อมประจำการแดนหน้า ประสานงานกับ เฮแบร์ตี้ เฟอร์นานเดส, อดิศักดิ์ ไกรษร โดยมี สารัช อยู่เย็น คุมแดนกลาง นอกจากนี้ยังมีผู้เล่นอย่าง โอ บัน ซอก ที่จะน่ายกระดับตัวเองขึ้นมาได้ดีขึ้นหลังจากได้กุนซือเพื่อนร่วมชาติมาคุมทีม

หากเทียบขุมกำลังตัวต่อตัว รวมไปถึงผู้เล่นสำรองต้องยอมรับว่าทัพ กิเลนผยอง ไม่ได้ดูเป็นรอง การท่าเรือ เลยแม้แต่น้อย แต่อย่างที่บอกไป ปัญหาที่มองเห็นได้ด้วยตัวเปล่าของพวกเขาก็คือรูปแบบการเล่น และการเข้าทำที่ยังไม่ชัดเจน ในขณะเดียวแนวรับก็ยังไม่น่าไว้ใจ เรียกได้ว่ามีปัญหาให้ ยุน จุง ฮวาน รอแก้อยู่เต็มไปหมด

ในยุค โค้ชเบ๊ รูปแบบการยืนในแนวรุกมักจะให้ กรวิชญ์ ทะสา ขยับไปเล่นริมเส้น และ เฮแบร์ตี้ เฟร์นานเดซ ก็ลงมาล้วงบอลต่ำ จึงลดประสิทธิภาพในการถล่มประตูลงไป ดังนั้นจึงเป็นที่่น่าสนใจว่า นายใหญ่เลือดโสมขาวรายนี้จะปรับเปลี่ยนอย่างไร เพราะเจ้าตัวก็มีเวลาศึกษาทีมเป็นช่วงสั้นๆก่อนเทศกาลสงกรานต์มาแล้ว

การได้ลงเล่นภายใต้กุนซือคนใหม่ ท่ามกลางเหล่าบรรดาแฟนบอลของตัวเอง การพบกับ การท่าเรือ น่าจะเป็นเกมที่มีอุณภูมิทะลุจุดเดือดอย่างแน่นอน ซึ่งเกมนี้ก่อนเกมได้มีแถลงการณ์ของทั้งสองสโมสรขอความร่วมมือจากแฟนบอลไม่ได้เดินทางไปเชียร์ทีมรักในเกมเยือน นั่นหมายความว่าเกมไทยลีกสุดสัปดาห์นี้ที่ เอสซีจี สเตเดียม จะมีแต่สาวก กิเลนผยอง ล้วนๆเพียวๆ ดังนั้นในเรื่องเสียงเชียร์ แรงกระตุ้นไม่น่าจะมีปัญหาอะไรสำหรับฝั่งเจ้าบ้าน

Highlights :โตโยต้า ไทยลีก 2019 – ชัยนาท ฮอร์นบิล 3-0 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

 

ในขณะที่เด็กๆของ มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ ที่ต้องยกพลในสภาพไร้แฟนบอลมายัง เอสซีจี สเตเดียม โดยลูกทีมของ จเด็จ มีลาภ ออกสตาร์ทฤดูกาลได้อย่างยอดเยี่ยม แม้ว่าจะต้องประสบปัญหาผู้เล่นตัวหลักได้รับบาดเจ็บ รวมไปถึงติดโทษแบน แต่ก็ยังเอาตัวรอดเก็บได้ถึง 14 แต้มจากการลงเล่น 7 เกมแรก และหากว่าพวกเขาสามารถบุกไปเอาชนะ เอสซีจี เมืองทอง ได้สำเร็จ ก็จะเป็นการการันตีตำแหน่งจ่าฝูงของตารางต่อไปได้อีกอย่างน้อย 1 สัปดาห์

แต่แน่นอนว่าปัญหาของ สิงห์เจ้าท่า มักจะในสถานการณ์ที่ต้องออกไปเยือน โดยฤดูกาลนี้พวกเขา ชนะ เสมอ แพ้ ไปอย่างละเกม ในฐานะทีมเยือน อย่างไรก็ตามหากมองไปยังสถิติการพบกันสามครั้งหลังสุด ณ สนาม เอสซีจี สเตเดียม สโมสรจากคลองเตยไม่เคยแพ้กลับออกไป แถมเป็นการบุกมายัดเยียดความปราชัยให้กับ กิเลนผยอง ได้ถึง 2 เกม

และแน่นอนว่าตัวความหวังของทีมของ มาดามแป้ง ย่อมหนีไม่พ้นสองแข้งต่างชาติ เซร์คิโอ ซัวเรซ และ ดราแกน บอสโควิช นอกจากนี้ยังมีตัวสนับสนุนชั้นดีอย่าง ปกรณ์ เปรมภักดิ์ ,บดินทร์ ผาลา ,สุมัญญา ปุริสาย รวมไปถึงแข้งที่ฟอร์มแรงขึ้นมาอย่าง อาทิตย์ บุตรจินดา จึงไม่แปลกที่ การท่าเรือ จะเป็นทีมที่ทำประตูคู่แข่งได้มากที่สุดในช่วง 7 นัดแรก โดยกระหน่ำตาข่ายคู่แข่งไปถึง 15 ประตู ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง บุรีรัมย์ ที่ยิงได้ 11 ประตู แต่แข่งน้อยกว่า 1 นัด

นอกจากนี้ลูกทีมของ มาสเซอร์เด็จ ยังถือเป็นพวกม้าตีนต้นเมื่อยิงประตูในช่วง 45 นาทีแรกได้มากที่สุดได้ลีก ด้วยจำนวน 8 ประตู แถมยังไม่เคยตกเป็นฝ่ายตามหลังในช่วงพักครึ่งแรก ส่วนอีกหนึ่งสถิติที่น่าสนใจและไม่ดีนักของ กิเลนผยอง ยามเล่นในบ้านของตัวเองในฤดูกาลนี้ก็คือ พวกเขาไม่เคยออกนำคู่แข่งในช่วง 45 นาทีแรกได้เลย แถมยังยิงไม่ได้ในช่วงครึ่งแรก ต่อหน้าแฟนบอลของตัวเอง

สภาพขุมกำลังของ สิงห์เจ้าท่า ที่แม้ว่าจะปราศจากกองเชียร์ แต่เรื่องตัวผู้เล่นก็ถือว่าได้รับข่าวดีเมื่อนักเตะตัวหลักอย่าง นูรูล ศรียานเก็ม สลัดอาการบาดเจ็บมีลุ้นเป็นตัวเลือกของทีม เช่นเดียวกับ รัตนัย ส่องแสงจันทร์ ผู้รักษาประตู และ สุมัญญา ปุริสาย กองกลางทีมชาติไทย ที่คาดว่าน่าจะพร้อมในเกมนี้ ขณะที่ ดาบิด โรเชลา กองหลังกัปตันทีม ยังต้องเช็คความฟิตว่าจะได้ลงเล่นหรือไม่

ในขณะที่ตัวผู้เล่นที่น่าจับตามองในเกมนี้ ขอแนะนำไปที่ตัวสำรองของ การท่าเรือ เมื่อพวกเขามี อาทิตย์ บุตรจินดา กองหน้าหน่วยก้านดีที่พร้อมจะลงมาพลิกเกม ในช่วง 30 นาทีสุดท้าย หรือเร็วกว่านั้น สำหรับเกมนี้ว่าสาวก สิงห์เจ้าท่า จะไม่เดินทางมาให้กำลังทีมรักถึงขอบสนาม เอสซีจี สเตเดียม ตามคำร้องขอของสโมสร

อย่างไรก็ตาม มาดามแป้ง ก็ จัดให้ ด้วยการสั่งกางจอโปรเจคเตอร์ขนาดยักษ์ ณ โกดัง สเตเดียม เพื่อป้องกันเหตุกระทบกระทั่งระหว่างแฟนบอลทั้งสองทีม จากกรณีเหตุการณ์ข้อพิพาทหลายครั้งในอดีตที่แฟนบอล สิงห์เจ้าท่า และ กิเลนผยอง มาก่อนหน้านี้ โดยครั้งนี้จะเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันที่แฟนบอล การท่าเรือ ตัดสินใจไม่เดินทางไปที่ เอสซีจี สเตเดียม

นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน แฟนบอลดังย่านคลองเตย ยังได้ถือโอกาสเข้าไปให้กำลังใจทีม ฟุตซอลการท่าเรือ ที่มีโปรแกรมพบกับ นนทบุรี ฟุตซอลคลับ ในเกมลีก นัดที่ 4 เวลา 16.30 น. นอกจากนี้ยังจะมีทั้งเครื่องดื่ม และ อาหาร จากฝีมือสาวก สิงห์เจ้าท่า รอเลี้ยงต้อนรับด้วย

สำหรับกรณีการกระทบกระทั่งระหว่าง แฟนบอล การท่าเรือ เอฟซี และ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เคยเกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง โดยเมื่อฤดูกาล 2014 จนทั้งสองสโมสรโดนตัดถึง 9 แต้ม รวมถึงเมื่อฤดูกาล 2016 แฟนบอลทั้งสองทีม ถูกแบนห้ามเข้าสนาม ระหว่างที่ทั้งคู่พบกัน รวมถึงมีแฟนบอล ท่าเรือ บาดเจ็บสาหัสจนต้องผ่าตัดรักษาตัวนานกว่า 5 เดือน ดังนั้นการชมการถ่ายทอดสด น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทั้งสองสโมสร

ศึกใหญ่หนนี้แม้ว่าสถานการณ์ของทั้งสองทีมจะต่างกันในเวลานี้ แต่เชื่อเหลือเกินว่าอุณหภูมิในเกม ความเข้มข้นยี่ห้อ เมืองทอง-ท่าเรือ ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความดุเดือดสมฉายาอีกหนึ่ง ดาร์บี้แมตช์ที่ระอุที่สุดในเมืองไทยด้วย

อย่างไรก็ตามเกมนัดนี้อยากให้มองในเรื่องของในสนาม เรื่องของคุณภาพในเกม คุณภาพของตัวผู้เล่น รวมไปถึงการวางหมากและแก้เกมของกุนซือทั้งสองทีม เพราะหากไล่เรียงตัวผู้เล่นของทั้งสองทีม ถือว่าเกมนี้น่าจะเป็นอีกเกมที่สนุกสุดมันของฤดูกาลเลยทีเดียว

สำหรับศึกฟุตบอล โตโยต้า ไทยลีก 2019 ระหว่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด พบ การท่าเรือ เอฟซี แข่งขันกัน วันเสาร์ที่ 20 เมษายน 2562 ณ เอสซีจี สเตเดียม เวลา 20.00 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง True Sport 2, True Sport HD2 และ True4U

PHOTO BY
การท่าเรือ เอฟซี
Muangthong United
Main Stand

Comments