ชนะ 18 นัดห่าง 15 แต้ม! ซิตี้บุกเฉือน นิวคาสเซิ่ล 1-0

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดคืนวันพุธ มีลงเตะเกมเดียว ที่สนามเซนต์ เจมส์ พาร์ค นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด อันดับ 15 พบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูง

ครึ่งแรกเป็น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ครองบอลแทบจะฝั่งเดียว กระทั่งนาทีที่ 31 ก็มาได้ประตูขึ้นนำ จังหวะที่ เควิน เดอ บรอยน์ เปิดบอลจากแนวลึกกลางสนามให้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง หลุดเข้าไปยิงให้ “เรือใบสีฟ้า” นำก่อน 1-0

สามนาทีถัดมา โรแลนโด้ แอร่อนส์ ได้จังหวะชิพในกรอบเขตโทษ บอลลอยผ่าน เอแดร์สันไปแล้ว แต่ยังมี นิโคลัส โอตาเมนดี้ โหม่งสกัดทิ้งจากเส้น จบครึ่งแรก แมนฯซิตี้ นำ 1-0

ครึ่งหลังนาทีที่ 66 ดานิโล่ ตัดเกมได้จากจังหวะที่นิวคาสเซิ่ล พยายามจะสวนกลับ ก่อนจ่ายให้ เดอ บรอยน์ ยิงเล่นทางนอกกรอบเขตโทษ บอลไปชนเสา แม้ว่า แซร์คิโอ กุน อเกวโร่ จะตามซ้ำเข้าไป แต่ ดาวยิงทีมชาติอาร์เจนติน่า อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าไปแล้ว

นาทีที่ 75 ดไวท์ เกย์ล มีจังหวะทะลุเข้าเขตโทษก่อนเข้าปะทะกับ ดานิโล่ แต่ผู้ตัดสิน อันเดร มาริเนอร์ แจกใบเหลืองให้กับ เกย์ล ข้อหาพุ่งล้ม

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกไปเฉือนชนะ นิวคาสเซิ่ล 1-0 เก็บสามแต้มมีเพิ่มเป็น 58 แต้มจาก 20 เกม นำแมนฯยูไนเต็ด รองจ่าฝูง 15 คะแนน พร้อมเก็บสถิติชนะรวด 18 นัดในลีกต่อไป

สถิติที่น่าสนใจหลังเกม

– แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะเกมเยือนในพรีเมียร์ลีกติดต่อกัน 11 เกม (ฤดูกาลนี้ 9 เกม / ฤดูกาลที่แล้ว 2 เกม) เทียบเท่าสถิติของ เชลซีที่เคยทำไว้เมื่อปี 2008

– ราฮีม สเตอร์ลิ่ง เป็นนักเตะอังกฤษที่ทำประตูได้มากที่สุดในทุกรายการของซีซั่นนี้เป็นอันดับที่ 2 ที่ 17 ประตู เป็นรองเพียง แฮร์รี่ เคน ที่ 24 ประตูเพียงคนเดียว

– แมนฯซิตี้ สร้างสถิติไม่แพ้ นิวคาสเซิ่ลในพรีเมียร์ลีกแล้วถึง 20 เกม (ชนะ 17 เสมอ 3) นับตั้งแต่ปี 2005 ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของผลงานเฮด ทู เฮด ระหว่าง “เรือใบสีฟ้า” กับ ทีมใดทีมหนึ่ง

Comments