FOX PREVIEW: ลิเวอร์พูล-แมนเชสเตอร์ ซิตี้

หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เตรียมยกสถิติไร้พ่ายในบ้าน 13 นัดติด ข่ม จ่าฝูง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ซูเปอร์บิ๊กแมตช์ค่ำคืนนี้

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
14 มกราคม 2018
ลิเวอร์พูล (4) – แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (1)
23.00 น.
สนาม : แอนฟิลด์
ผู้ตัดสิน : อันเดร มาริเนอร์
ผู้ช่วยผู้ตัดสิน : สก็อตต์ เลดเจอร์ , ริชาร์ด เวสท์
ผู้ตัดสินที่สี่ : ไมค์ ดีน
สถิติของทั้งสองทีมที่เคยพบกัน
ลิเวอร์พูล ชนะ 101 ครั้ง
เสมอ 52 ครั้ง
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ 54 ครั้ง
การพบกันครั้งล่าสุด
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 5-0 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก , 9 กันยายน 2017)

ฟอร์มก่อนหน้านี้

 

ลิเวอร์พูล

ผ่านเกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้มาได้ด้วยชัยชนะเหนือ เอฟเวอร์ตัน คู่ปรับร่วมเมือง 2-1 จากประตูชัยช่วงท้ายเกมของ แฟร์กิล ฟาน ไดจ์ก แข้งตัวใหม่ค่าตัวสถิติโลก

เป็นช่วงที่ “หงส์แดง” ฟอร์มดีเข้าขั้นเบรคไม่อยู่ หลังจาก 6 เกมหลังสุดทุกรายการชนะถึง 5 นัด มีหลุดเสมอนัดเดียวคือเกมบุกเจ๊าอาร์เซน่อลที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

อีกทั้งเกมที่แอนฟิลด์ยังเป็นจุดขาย เมื่อพวกเขาไม่แพ้ใครยามเฝ้าบ้านมานานถึง 13 นัดติดต่อกันเข้าไปแล้ว

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ต้องลงสนามถึง 3 เกมแล้วหลังปีใหม่ เพราะพวกเขายังอยู่ในเส้นทางบอลถ้วยทุกรายการ โดยในเอฟเอคัพ ถล่มเอาชนะ เบิร์นลี่ย์ 4-1 ส่วนเกม ลีก คัพรอบรองชนะเลิศ นัดแรก เฉือน บริสตอล ซิตี้ ม้ามืดจากเดอะ แชมเปี้ยนชิพไป 2-1

ซิตี้ มีสถิติการเล่น 6 เกมหลังสุดในทุกรายการเทียบเท่าลิเวอร์พูล คือชนะ 5 นัด เสมอ 1 นัด โดยหลุดเสมอเพียงนัดที่บุกเสมอ คริสตัล พาเลซ ที่เซนต์ เจมส์ พาร์ค 0-0

ผู้เล่นที่น่าจับตามอง :
ลิเวอร์พูล : แฟร์กิล ฟาน ไดจ์ก
แน่นอนว่าหนึ่งในสปอตไลต์ของเกมนี้อยู่ที่กองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลกชาวดัตช์ ที่มีค่าตัว 75 ล้านปอนด์แปะอยู่ที่หน้าอก เขาจะได้ลงประเดิมสนามในเกมลีกนัดแรก ภายใต้สีเสื้อของลิเวอร์พูล

ฟาน ไดจ์ก พกสถิติเข้าสกัดบอลสำเร็จถึง 70 % ในฤดูกาลนี้ และเอาชนะในการดวลหนึ่งต่อหนึ่งกับคู่ต่อสู้ถึง 85 ครั้ง จาก 116 ครั้ง

แต่แน่นอนว่า เขาเพียงคนเดียว คงไม่เพียงพอกับการหยุดแนวรุกสุดอันตรายของแมนเชสเตอร์ ซิตี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : ราฮีม สเตอร์ลิ่ง
สำหรับการบุกมาเยือนถิ่นเก่า ไม่มีช่วงเวลาไหนที่เหมาะกับราฮีม สเตอร์ลิ่ง มากกว่าช่วงเวลานี้อีกแล้ว

เขาคือดาวซัลโวสูงสุดของ แมนฯซิตี้ ในเวลานี้ ด้วยผลงานทำไป 14 ประตู กับอีก 6 แอสซิสต์ ทลายภาพเดิมๆของเดอะ ค็อป ที่มองเขาเป็นเด็กขี้เลี้ยง และแพงเกินไปสำหรับค่าตัวราว 50 ล้านปอนด์เมื่อ 3 ปีที่แล้ว

เกมนัดแรก สเตอร์ลิ่ง ติดโทษแบนจากการสะสมใบเหลืองครบโควต้า แต่คืนนี้ เขาจะได้ลงสนามในแอนฟิลด์อีกครั้ง แต่แฟนบอล “หงส์แดง” จะต้อนรับเขาอย่างไร ก็ต้องรอเปิดดูเกมพร้อมกัน

สภาพความพร้อมของทั้งสองทีม
ลิเวอร์พูล 
ลิสต์ตัวเจ็บของลิเวอร์พูลยังไม่เปลี่ยนไปจากเดิม นั่นคือชื่อของอัลแบร์โต้ โมเรโน่ , นาธาเนี่ยล ไคลน์ , จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และศูนย์หน้าที่ไม่เจ็บก็แปลกอย่างแดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์

ไฮไลท์สองอย่างที่ต้องจับตามองคือ การเล่นของ “แฟ้บทรี” ครั้งแรกยามไม่มี ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ อยู่ในสนามอีกแล้ว และอีกจุดคือการประเดิมสนามในพรีเมียร์ลีกเกมแรกของ แฟร์กิล ฟาน ไดจ์ก กองหลังค่าตัวแพงสุดของโลก

“เกมพบซิตี้น่าสนใจเสมอ พวกเขายอดเยี่ยมมาก ถ้าคุณรับข้อเท็จจริงนั้นไม่ได้ ผมว่าคุณมีปัญหาแล้วล่ะ แต่ถ้าคุณเจอพวกเขา และไม่กล้าเล่นตามวิธีของคุณ คุณก็น่าจะมีปัญหาเหมือนกัน” เจอร์เก้น คล็อปป์
ผู้เล่นที่คาดว่าน่าจะลงสนาม 
(4-3-3) ซิมง มินโญเล่ต์ ; โจ โกเมซ , โฌแอล มาทิป , แฟร์กิล ฟาน ไดจ์ก , แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ; อเล็กซ์ อ็อกเหล็ด แชมเบอร์เลน , เอ็มเร่ ชาน , จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม ; โมฮัมเหม็ด ซาล่าห์ , โรแบร์โต้ ฟีรมิโน่ , ซาดิโอ มาเน่

แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ปัญหาหลักอย่างเดียวที่ทีมเยือนยังต้องรับมือคืออาการบาดเจ็บยาวของ กาเบรียล เชซุส ศูนย์หน้าบราซิเลี่ยนที่มีกำหนดคืนสนามในเดือนกุมภาพันธ์ ส่วนลิสต์รายชื่อเจ็บก็มีแค่ ฟิลิป โฟเด้น ดาวรุ่ง และ แบ็งฌาแม็ง เมนดี้ ที่เจ็บยาวอยู่ก่อนแล้ว

การลงสนามติดต่อกันในฟุตบอลถ้วยทั้งสองรายการ ไม่ส่งผลต่อการเตรียมทีมสำหรับเกมนี้ของ ซิตี้ เพราะ กวาร์ดิโอล่า เตรียมโรเตชั่นนักเตะมาอย่างดีอยู่แล้ว ดังนั้นผู้เล่นตัวหลักทุกราย ฟิตเต็มที่พร้อมลงสนาม

“เป็นบททดสอบอีกครั้งกับทีมที่ยอดเยี่ยม ซึ่งมีฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดในเวลานี้ ยิ่งได้ ฟาน ไดจ์ก มา พวกเขายิ่งสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นไปอีก” โจเซ็ป กวาร์ดิโอล่า
ผู้เล่นที่คาดว่าน่าจะลงสนาม
(4-3-3) เอแดร์สัน ; ไคล์ วอล์คเกอร์ , จอห์น สโตนส์ , นิโคลัส โอตาเมนดี้ , ฟาเบียน เดลฟ์ ; เควิน เดอ บรอยน์ , แฟร์นานดินโญ่ , ดาบิด ซิลบา ; ราฮีม สเตอร์ลิ่ง , แซร์คิโอ กุน อเกวโร่ , เลรอย ซาเน่

Comments