“มูรินโญ่” ร่ายยาว “มรดกฟุตบอล” ทำตกรอบชปล.

โจเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ แมนฯยูไนเต็ด ให้สัมภาษณ์ยาวเหยียด 12 นาทีตอบโต้เสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อตัวเขา หลังแพ้เซบีย่า คาบ้าน 1-2 ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

กุนซือชาวโปรตุกีสย้อนไปถึงยุคสมัยช่วงปลายของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน , เดวิด มอยส์ และ หลุยส์ ฟาน กัล ที่ต่างก็ล้มเหลวกับการพา “ปีศาจแดง” ประสบความสำเร็จในเกมยุโรปถ้วยใหญ่ ซึ่งครั้งที่ดีที่สุดคือรอบ 8 ทีมสุดท้ายในยุคของ มอยส์

“ผมพูดกับแฟนๆว่าแฟนๆก็คือแฟนๆ พวกเขามีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น แต่ก็มีบางสิ่งที่ผมมักเรียกว่ามรดกฟุตบอลอยู่” มูรินโญ่เริ่ม

“หนสุดท้ายที่ยูไนเต็ดคว้าแชมเปี้ยนส์ลีกซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก คือเมื่อปี 2008, ในปี 2011 พวกเขาเข้าถึงนัดชิงชนะเลิศ , ในปี 2012 ตกรอบแบ่งกลุ่มที่แทบจะมีทีมเกือบๆเหมือนของเราในฤดูกาลนี้ เจอเบนฟิก้า, บาเซิ่ลและโอเตลุล กาลาติจากโรมาเนีย”

“ปี 2013 ผ่านจากรอบแบ่งกลุ่มไปตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ผมคุมทีมฝั่งตรงข้าม, ในปี 2014 ตกรอบก่อนรองชนะเลิศ”

“ในปี 2015 ไม่ได้ไปเล่นฟุตบอลยุโรป , สำหรับปี 2016 ได้กลับสู่ฟุตบอลยุโรป ตกรอบแบ่งกลุ่มไปเล่นยูโรป้าลีกและร่วงจากยูโรป้าลีกในรอบน็อคเอาท์รอบสอง”

“ในปี 2017 เล่นยูโรป้าลีก คว้าแชมป์ยูโรป้าลีกกับผมและได้กลับไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีก, ในปี 2018 คว้าแชมป์กลุ่มโดยเก็บได้ 15 คะแนนจาก 18 แต้มและแพ้คาบ้านในรอบ 16 ทีมสุดท้าย”

“ดังนั้นในช่วง 7 ปีหลังกับผู้จัดการทีม 4 คน ไม่ได้ไปเล่นบอลยุโรปหนึ่งครั้ง, ตกรอบแบ่งกลุ่มสองครั้งและดีที่สุดคือเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ นี่คือมรดกฟุตบอล”

“ถ้าคุณอยากพูดถึงพรีเมียร์ลีก แชมป์ล่าสุดคือปี 2012-13 และในช่วง 4 ฤดูกาลที่ผ่านมายูไนเต็ดจบอันดับ 7, อันดับ 4, อันดับ 5 และอันดับ 6”

“ดังนั้นในช่วง 4 ปีหลังแล้วอันดับดีที่สุดคืออันดับ 4 นี่คือมรดกฟุตบอล มันหมายความว่าตอนที่คุณเริ่ม คุณอยู่ที่จุดไหน อยู่ในระดับไหน มันเป็นมรดกมาจากช่วงก่อนหน้านี้”

 

Comments