ฟ้าหลังฝนอันสดใสของ “ชิติพัทธ์ แทนกลาง”

นักฟุตบอลหนึ่งคนที่ต้องเจอกับคำวิจารณ์ คำดูถูกต่างๆนานาเข้ามาบั่นทอนกำลังใจในหลายๆปีที่ผ่านมา กำลังจะกลับมามีชีวิตที่สวยงามในเส้นทางลูกหนังอีกครั้ง หลังจากใช้ผลงานในสนามเป็นสิ่งพิสูจน์ให้แฟนฟุตบอลไทยได้เห็นว่าความมุ่งมั่น ตั้งใจ และความพยายามไม่เคยทำร้ายใครสักคนที่ตั้งใจ…

“ชิติพัทธ์ แทนกลาง” กองหลังบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นักเตะที่กำลังถูกแฟนบอลทั่วประเทศพูดถึงอยู่ในขณะนี้ เขากำลังอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยมกับสโมสร และสามารถลบคำสบประมาทและคำครหาต่างๆได้สำเร็จด้วยผลงานในสนาม

ก้มหน้าก้มตาซ้อม ไม่สนคำวิจารณ์

หนึ่งสิ่งที่ยิ่งใหญ่ของนักฟุตบอลอาชีพ คงหนีไม่พ้นเรื่องของระเบียบวินัย ที่มันติดตัว ชิติพัทธ์ แทนกลาง มาโดยตลอด ไม่ว่าคำดูถูกดูแคลน คำวิจารณ์ต่างๆนานาจะถาโถมแค่ไหน นักเตะรายนี้ไม่เคยใช้วาจาหรือเครื่องมือทางโซเชียลมีเดียตอบโต้เลยสักครั้ง

“แบงค์เป็นเด็กที่มีวินัย ขยันซ้อม ที่สำคัญเขาสนใจแต่เรื่องฟุตบอล ไม่ได้สนใจเรื่องนอกสนามเลย นั่นคือสิ่งที่ผมชื่นชม”

หนึ่งประโยคจากปากของ เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่เป็นสิ่งยืนยันได้เป็นอย่างดี ถึงความมีระเบียบวินัยของชิติพัทธ์

ครั้งหนึ่งกองหลังรายนี้ถูกจัดให้เป็นผู้เล่นที่ลงสนามเมื่อใด แฟนบอลทีมตัวเองถึงกับส่ายหัว เนื่องจากความไม่ไว้ใจว่าชิติพัทธ์จะลงเล่นบนเวทีโตโยต้า ไทยลีกได้ ยิ่งไปกว่านั้นเขามักจะเบียดผู้เล่นแนวรับที่ฟอร์มดีลงสนามเป็นตัวจริงให้กับบุรีรัมย์บ่อยครั้ง แต่ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีเหตุผลในตัวมัน นั่นคือเหตุผลที่เนวิน ชิดชอบ รู้ดีที่สุดว่าทำไมเขาจึงให้โอกาสชิติพัทธ์ตลอดมา

อดทนแบบมืออาชีพ

ไม่ง่ายเลยสำหรับนักฟุตบอลคนหนึ่งที่จะอดทนกับคำด่า คำดูถูก คำวิจารณ์แบบเสียๆหายๆได้ตลอด ในช่วงหลายฤดูกาลที่ผ่านมา ชิติพัทธ์ แทนกลาง ถูกบททดสอบที่หนักที่สุดในชีวิตนักกีฬา นั่นคืออาการบาดเจ็บที่ตามเล่นงานเจ้าตัวแทบทุกฤดูกาล จนทำให้ชิติพัทธ์หายหน้าหายตาจากทีมไประยะหนึ่ง หรือพูดง่ายๆว่าไม่มีฤดูกาลไหนที่เขาได้ลงเล่นแบบเต็มฤดูกาลมาก่อน

ทั้งอาการบาดเจ็บ ทั้งมรสุมนอกสนาม (คำครหาจากแฟนบอล) ต่างรุมเข้ามาทักทายกองหลังรายนี้ตลอด และเขาจะทำอย่างอื่นไม่ได้นอกจาก “อดทน” อดทนรอโอกาสเพื่อกลับมาลงสนาม อดทนรอโอกาสเพื่อที่จะพัฒนาฝีเท้าตัวเองเพื่อลบคำดูถูก จนกระทั่งความอดทนของชิติพัทธ์เริ่มตอบแทนความตั้งใจในตัวเขามากขึ้นในศึกโตโยต้า ไทยลีก ฤดูกาลนี้ โอกาสมีไว้สำหรับคนที่พร้อมจะคว้ามัน และชิติพัทธ์ก็ได้รับโอกาสนั้นไว้อีกครั้ง

พิสูจน์ตัวเองด้วยฟอร์มการเล่น

ชิติพัทธ์ไม่ได้ลงสนามให้บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดเลยใน 14 เกมแรกของศึกโตโยต้า ไทยลีก ฤดูกาลนี้ เนื่องจากได้รับบาดเจ็บ จนกระทั่งสลัดอาการบาดเจ็บดังกล่าวมาลงสนามให้ทีมช่วงท้ายเกมที่บุกไปชนะบางกอกกล๊าส เอฟซี ในศึกไทยลีกนัดแรกของเลกที่สอง

หลังจากนั้นโอกาสของเขาก็มาถึงอีกครั้ง เมื่อมีชื่ออยู่ในทีมชีตของปราสาทสายฟ้าตลอด ชิติพัทธ์เก็บเอาคำดูถูกต่างๆนานามาแปรเปลี่ยนเป็นพลังทำให้เขามุ่งมั่นตั้งใจฝึกซ้อมมากขึ้น และได้รับโอกาสลงสนามในที่สุด แถมยังโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นแบบเงียบๆ ชิติพัทธ์ลงเล่นเคียงข้าง อันเดรส ตูเนซ และพรรษา เหมวิบูลย์ ได้อย่างแข็งแกร่ง เก็บคลีนชีตไปได้ 5 เกมจากทั้งหมด 7 เกมที่เขาลงเล่นเป็นตัวจริง

ในเกมซูเปอร์บิ๊กแมตช์ที่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกมาเอาชนะ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 3-0 ชิติพัทธ์โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ดักจังหวะทำลายเกมรุกของกิเลนผยองได้หลายต่อหลายครั้ง มีส่วนสำคัญในการช่วยให้ปราสาทสายฟ้าไม่เสียประตูในเกมดังกล่าว ซึ่งหลังจากจบเกมนี้ชื่อของชิติพัทธ์ ได้เข้าไปอยู่ในดวงใจของแฟนบอลบุรีรัมย์อีกครั้ง จนเกิดเสียงชื่นชมอย่างล้นหลามถึงฟอร์มการเล่นอันแข็งแกร่งตั้งแต่ได้รับโอกาสในเลกสอง

อนาคตทีมชาติไทย

บางทีอาจจะเร็วไปหาก ชิติพัทธ์ แทนกลาง จะมีชื่อติดทีมชาติไทยในศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ที่จะระเบิดศึกในช่วงปลายปีนี้ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นได้เสมอ เพราะถ้าหากเขายังโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมคงเส้นคงวาแบบนี้ต่อไป ทีมชาติไทยก็พร้อมจะเปิดประตูต้อนรับชิติพัทธ์อีกครั้ง หลังเจ้าตัวเคยติดทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีมาแล้ว

อย่างไรก็ตามชื่อของชิติพัทธ์อาจจะกำลังอยู่ในลิสต์ของมิโลวาน ราเยวัช กุนซือทีมชาติไทยก็เป็นได้ เนื่องจากในเกมกับเมืองทอง กุนซือชาวเซิร์บและทีมงานได้เข้ามาชมเกมนัดดังกล่าว และคงได้ยลฟอร์มของชิติพัทธ์ไปแล้วไม่มากก็น้อย ในช่วงสุดท้ายของศึกโตโยต้า ไทยลีก อีก 4 นัดที่เหลืออยู่ จึงเป็นบททดสอบสำคัญของชิติพัทธ์อีกครั้ง ว่าจะยืนระยะฟอร์มการเล่นอันโดดเด่นแบบนี้ต่อไปได้หรือไม่ ซึ่งถ้าเขาทำได้เชื่อเหลือเกินว่าในอนคตอันใกล้ชิติพัทธ์จะได้สวมเสื้อทีมชาติไทยอย่างแน่นอน

รูปภาพ : BURIRAM UNITED

Comments