หากตัดสินด้วยฟุตบอลไม่ใช่สถิติ : ลูก้า โมดริช สมควรหรือไม่กับบัลลงดอร์?

วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม ยูฟ่าจัดงานจับฉลากประกบคู่ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ขณะเดียวกันมอบรางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม , กองหลังยอดเยี่ยม , มิดฟิลด์ยอดเยี่ยม และ ศูนย์หน้ายอดเยี่ยม

เรอัล มาดริด ที่คว้าแชมป์ยุโรปถ้วยใหญ่สามสมัยซ้อน คว้ารางวัลนี้ทั้งหมด ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม เคเลอร์ นาวาส , กองหลังยอดเยี่ยม แซร์คิโอ รามอส , ศูนย์หน้ายอดเยี่ยม คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (กับฟอร์มเมื่อซีซั่นที่แล้ว) และแน่นอน ลูก้า โมดริช คว้ารางวัลมิดฟิลด์ยอดเยี่ยม

แต่นอกจากนั้นยังมีอีกรางวัลที่ยูฟ่า มอบให้คือนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของยุโรป ซึ่ง โมดริช ก็คว้ารางวัลนี้ไปด้วย

โรนัลโด้ ได้รับการคาดหมายจากสื่อว่าน่าจะได้รับรางวัลนี้ที่สุด อย่างแรกคือเพราะเจ้าตัวทำไปถึง 15 ประตูในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลที่แล้ว แต่รางวัลกลับเป็นของโมดริช แน่นอนว่าหลายฝ่ายแปลกใจ และมองถึงความโปร่งใส ว่าดาวเตะที่ทำไปถึง 15 ประตู มีคะแนนเป็นเพียงอันดับ 2 สำหรับรางวัลนี้หรือ? แม้กระทั่ง คาเทีย อเวยรู่ พี่สาวของโรนัลโด้ ยังออกมาโพสต์รูปในอินสตาแกรม เปรียบเทียบผลงานประตู , แอสซิสต์ และจำนวนแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ที่โรนัลโด้ได้มากกว่า แต่เอาเข้าจริง คุณก็รู้ ฟุตบอลไม่ได้อยู่ที่สถิติ เพราะถ้าเป็นแบบนั้น นักเตะอย่างชาบี้ เอร์นันเดซ , อันเดรส อิเนียสต้า และ อันเดรีย ปีร์โล่ คงไม่ถูกเรียกว่าสุดยอดตำนานหรอก

มองอีกมุมหนึ่ง เป็นเพราะ โรนัลโด้ และ ลิโอเนล เมสซี่ ที่ทำให้เรารู้สึกว่าการยิงประตูสำคัญกว่าทุกอย่าง เราละเลยไปว่าผู้เล่นตำแหน่งกองกลางต้องทำงานหนักเพื่อทีมมากเพียงใด เป็นนักเตะเหล่านั้นไม่ใช่หรือที่ควบคุมจังหวะของเกมและจ่ายบอลสวยๆให้เพื่อนได้ฉลองประตู สิบปีมาแล้ว ที่ฟุตบอลเป็นเรื่องของแค่สองคน เมสซี่ กับ โรนัลโด้ สลับกันไปมา พวกเขาทำให้เราชินกับประตูที่เกิดขึ้นนับร้อยลูก แต่แน่นอน ฟุตบอลเกิดขึ้นก่อนที่ทั้งเมสซี่ และโรนัลโด้ จะลืมตาดูโลก คุณก็เห็นมาแล้วกับวันที่ ซีเนอดีน ซีดาน หรือ ฟาบิโอ คันนาวาโร่ คว้ารางวัลนี้ แม้จะยิงประตูได้ไม่มาก แล้วทำไม โมดริช จะคว้ารางวัลนี้บ้างไม่ได้ล่ะ?

แฟนบอลทุกคนแทบไม่มีใครปฏิเสธ ว่าโมดริชคือสุดยอดของเกมฟุตบอลในรอบ 2-3 ปีหลังสุด เขาทำให้แดนกลางของเรอัล มาดริด และ โครเอเชียเหนือกว่าคู่แข่งแบบทาบไม่ติด เขาเล่นแบบธรรมชาติ ไม่ต้องพยายาม และภายใต้การแข่งขันระหว่างโรนัลโด้ และ เมสซี่ เรามักจะเห็นโมดริช อยู่เบื้องหลังเสมอ แทบทุกประตูของ เรอัล มาดริด มักจะผ่านจากปลายสตั๊ดของเขา แม้เขาจะต้องยืนคู่กับนักเตะอย่างโทนี่ โครส ที่มาดริด และ อิวาน ราคิติช ในทีมโครเอเชีย แต่เขาก็ยังเป็นพระเอกในแผงแดนกลางเสมอ และทุกวันนี้เขาก็ยังเป็นแม่ทัพในซานติอาโก้ เบร์นาเบว แม้อายุอานามจะเข้าสู่เลข 33 แล้ว คุณต้องใช้เวลานานมากเพื่อหาแฟนบอลที่ไม่ชอบ โมดริช ซึ่งพวกเขาก็ไม่สามารถปฏิเสธได้อยู่ดีว่า ถ้าโรนัลโด้ดีที่สุดในแผงแดนหน้า โมดริช ก็คือเต้ยในแผงกองกลางเช่นกัน

ซึ่งแน่นอน คุณภาพของโมดริช คุณคงไม่สามารถวัดมันได้จากจำนวนประตู แม้กระทั่งนักวิทยาศาสตร์ผู้คิดค้นจรวดก็ยังไม่ปฏิเสธถึงความสำคัญของโมดริช ที่ เรอัล และ โครเอเชีย เมื่อไม่มีโมดริช แดนกลางจะขาดความสร้างสรรค์และมิติที่หลากหลาย การเล่นกับบอลอย่างเป็นธรรมชาติ และไอเดียการออกบอลให้เพื่อน ทำให้ เรอัล และ โครเอเชีย ต้องการเขา หลายคนเรียกเขาว่าเป็น “เครื่องจักรสำคัญ” หรือ “หัวใจ” ของทีม แล้วทำไมกองกลางที่ดีที่สุดในโลก จะคว้ารางวัลนักเตะที่ดีที่สุดในโลกไม่ได้

แม้กระทั่งถ้าเราจะพูดถึงตำนานรองแชมป์โลกของโครเอเชีย ซึ่งทำให้โมดริชคว้ารางวัล “โกลเด้น บอล” หรือนักเตะยอดเยี่ยมของฟุตบอลโลก หลายคนยังพูดกันว่า โมดริช นี่แหละ ที่จะมาทำลายยุคสมัยความยิ่งใหญ่ของโรนัลโด้ และ เมสซี่ เนื่องจากเป็นจังหวะเหมาะที่ทั้งคู่โชว์ฟอร์มไม่ออกที่รัสเซีย แต่แตกต่างกับโมดริช ที่พัฒนาสถิติส่วนตัว หรือแม้กระทั่งการทำประตู และจำนวนนัดที่ได้ แมน ออฟ เดอะ แมตช์ โดยเฉพาะลูกยิงในเกมกับอาร์เจนตินา ทั้งหมดทั้งมวล หากมันตามมาด้วยรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของยุโรป และบัลลงดอร์ มันก็เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ เพราะว่ากันตามตรง ทั้ง โรนัลโด้ หรือแม้กระทั่ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ก็ไม่ได้มีฤดูกาลที่ดีแบบไร้ที่ติ หากเทียบกับ โมดริช ที่พร้อมจะมุ่งเข้าสู่ฤดูกาลใหม่ด้วยการเป็นตัวหลักต่อเนื่องในยุคของฆูเลน โลเปเตกี (บัลลงดอร์ นับฟอร์มการเล่นจากทั้งปฏิทินปี)

ทั้งหมดทั้งมวล แฟนบอลคงต้องได้ข้อสรุปว่า ฟุตบอลไม่ได้อยู่ที่ประตูเพียงอย่างเดียว และนักเตะตำแหน่งกองกลางอย่างโมดริช สมควรได้รับคำยกย่อง เพราะนอกจากฝีเท้าที่เอกอุหาตัวจับยาก เขายังคงไว้ซึ่งความสม่ำเสมอ ส่วนรางวัลบัลลงดอร์ เมสซี่ ได้เพียงแชมป์ ลา ลีกา กับบาร์เซโลน่า และตกเพียงรอบ 16 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก , โรนัลโด้ และ ซาลาห์ เอง ก็ไม่ได้เปรี้ยงปร้างที่รัสเซีย แต่โมดริช คือผู้เล่นที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมเสมอไม่ว่าจะเป็นเวทีไหน และทุกวันนี้ที่เบร์นาเบว เสื้อของโมดริช ก็ยังขายดีที่สุดหลังจากโรนัลโด้ ย้ายออกไป หากโมดริชได้บัลลงดอร์ ก็น่าจะเป็นการยุติช่วงเวลาที่สถิติหรือจำนวนประตูคือทุกอย่างของโลกฟุตบอล และเปิดโอกาสให้ศิลปินจอมสร้างสรรค์ประตูตัวเล็กๆจากซาเกร็บ ได้ขึ้นไปยืนบนจุดที่สูงที่สุดในวงการฟุตบอล ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาสมควรได้รับอย่างแท้จริง

Comments