แค่เลวานคงไม่พอ : เจาะสาเหตุความล้มเหลว “โปแลนด์”

นี่คือทีมที่ฟอร์มในรอบคัดเลือกเขย่ายุโรปทั้งทวีป กับผลงาน 28 ประตูจาก 10 เกม พร้อมกับสถิติดาวซัลโวสูงสุดในรอบคัดเลือกของโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ที่ 16 ประตู

โปแลนด์ มีฟีฟ่าแรงกิ้งอยู่ในอันดับที่ 8 และเอาเข้าจริงพวกเขาคือทีมวางของกลุ่ม เอช เหนือกว่าทั้งเซเนกัล , ญี่ปุ่น และโคลอมเบีย

แต่ขณะนี้พวกเขาทำได้เพียง 1 ประตูจาก 2 เกม และสถานะล่าสุดคือตกรอบแรกฟุตบอลโลกไปเรียบร้อยแล้ว

อะไรคือปัญหาของทีมชาติโปแลนด์ และการมี โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ช่วยอะไรทีมไม่ได้เลยหรือ? มาเจาะลึกกันครับ

1. อุบัติเหตุตัวเจ็บบาน

ปัญหาของชาวโปลแทรกให้เห็นตั้งแต่เกมแรกหลังจากก่อนเริ่มฟุตบอลโลกไม่นาน คามิล กลิก ปราการหลังตัวเก่งจากโมนาโกมีปัญหาอาการบาดเจ็บและลงสนามไม่ได้ตั้งแต่เกมแรก

ติอาโก้ ซิโอเน็ค แนวรับจากสปัล ต้องลงสนามเป็นตัวจริงตั้งแต่เกมแรก และกลายเป็นเขาที่ทำเข้าประตูตัวเองให้เซเนกัล ขึ้นนำก่อน 1-0

ซ้ำร้ายครึ่งหลังสถานการณ์ย่ำแย่ลงเมื่อทีมต้องเสีย ยาคุบ บลาซิคอฟสกี้ ไปด้วยอาการบาดเจ็บ และส่ง แยน เบดนาเร็ค แนวรับเซาธ์แฮมป์ตันลงมา และก็กลายเป็นตัวอับโชคอีกคนเมื่อการสื่อสารที่ผิดพลาดของเขากับวอจเชียก เชสนี่ ทำให้ทีมเสียประตูที่สอง

ทีมแพ้ตั้งแต่เกมแรก , โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ยังยิงไม่ได้ และไม่มีตัวหลักในแผงหลังอย่างกลิค , ไม่มีแม่ทัพในแผงมิดฟิลด์ยัง “คูบ้า”

มันเหมือนกับชิ้นส่วนสำคัญของเรือหล่นหายไป และไม่น่าแปลกใจที่มันต้องจมลงสู่มหาสมุทรในท้ายที่สุด

2. “ครีโชเวี้ยค” ฟอร์มตก

เมื่อไม่มี บลาซิคอฟสกี้ ในแผงมิดฟิลด์ นั่นหมายความว่า ครีโชเวี้ยค ต้องก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักเพียงคนเดียวของขุนพลโปลิช

สถิติไม่โกหกใคร เมื่อ 2 เกมของดาวเตะเวสต์บรอมวิชเขาสกัดบอลได้เพียง 3 ครั้ง และตัดบอลคู่แข่งได้เพียง 2.5 ครั้งต่อเกมเท่านั้น

อดัม นาวัลก้า พยายามจะเปลี่ยนแผนจากเกมแรกด้วยการใช้ พีโอเตอร์ ซิลินสกี้ จากนาโปลีไปเล่นเป็นมิดฟิลด์คู่กับครีโชเวี้ยคบ้าง หรือนัดที่สองสลับใช้ ยาเซ็ต โกรัลสกี้ กองกลางโนเนมที่ค้าแข้งอยู่ในบัลแกเรียมาเล่นบ้าง แต่ก็ไม่ได้ยกระดับแผงมิดฟิลด์ของทีมให้ไดีขึ้นเลย

ครีโชเวี้ยคและเพื่อน พ่ายแพ้ราบคาบให้กับบรรดาทัพหน้าของโคลอมเบียที่มีทั้งฮาเมส โรดริเกซ , ฮวน ควินเทโร่ และ ฮวน กัวร์ดาโด้

และนี่คือจุดสำคัญที่ทำให้โปแลนด์ต้องจบเส้นทางเอาไว้เพียงแค่รอบแบ่งกลุ่ม

3. “ดาวยิง” ไม่ได้ยิง

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ มีจังหวะยิงเฉลี่ยเพียง 3.5 ครั้งเท่านั้นจากทั้งสองเกม ซึ่งมาจากการยิงในกรอบเขตโทษสองครั้ง และนอกกรอบเขตโทษอีก 1.5 ครั้ง

ทั้งสองเกมเราเห็นศูนย์หน้าจากบาเยิร์น มิวนิคมาล้วงบอลเองตรงกลางสนามเยอะมาก ด้วยเพราะเห็นว่าขืนยืนค้ำด้านหน้าไปก็เหงาตายเปล่า เพราะยังไงบอลจากเพื่อนก็มาไม่ถึง

เลวานดอฟสกี้ เป็นศูนย์หน้าประเภท “โป้งปิดบัญชี” ซึ่งมันขัดกับธรรมชาติหากเขาต้องมาล้วงบอลจากแดนกลางด้วยตัวเอง

ส่วนตัวสำรองในแดนหน้าทั้ง อาร์คาดิอุส มิลิค และ ลูคัสซ์ ธีโอดอร์ซิค ต่างก็โชว์ฟอร์มไม่ออก นั่นทำให้โปแลนด์ หมดไอเดียในการเจาะประตูคู่แข่ง

โดยเฉพาะในเกมล่าสุดที่ เลวานดอฟสกี้ โดนทั้งดาวินซอน ซานเชซ และ เยอร์รี่ มิน่า สองกองหลังดาวรุ่งจับตาย จนแทบทำอะไรไม่ได้

4. ขาด “จรวดทางเรียบ”

โปแลนด์ชุดนี้ไม่มีปีกแนวกระชากใส่คู่แข่งที่เห็นได้ชัดเจน ระบบวิงแบ็กอาจเหมาะสมกับสถานการณ์หนึ่ง แต่หากเป็นวิงแบ็กที่ฟิตไม่พอหรือมิติในเกมรุกไม่หลากหลาย เกมด้านข้างก็แทบจะไร้พิษสง

ลูคัส พิสเซ็ค เติมเกมได้พอใช้ , บาร์ตอส เบเรซินสกี้ ทำได้พอประมาณ , มาร์เซล รีบุส รั่วหนักเมื่อเจอตัวความเร็วสูงอย่างฮวน กัวร์ดาโด้

คามิล โกรซิชกี้ และ พีโอเตอร์ ซีลินสกี้ ยังไม่หลากหลายเพียงพอ ฉะนั้นนี่คือการบ้านของโปแลนด์ ว่าจะไปเฟ้นหาปีกเทคนิคสูง ความเร็วจัดจ้านมาติดทีมได้อย่างไร

เพราะบางทีตัวริมเส้นแบบนี้ที่พวกเขาขาด อาจป้อนบอลให้ไปถึง เลวานดอฟสกี้ ได้บ้าง!

Comments