BEST & WORST : ใครสอบผ่าน-ใครสอบตกหลังจบฟุตบอลโลกนัดที่ 2

การแข่งขันฟุตบอลโลกได้ดำเนินมาถึงนัดที่ 2 ของรอบแบ่งกลุ่มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งการแข่งขันในแต่ละนัดต่างมีทั้งเรื่องราวที่ดีแลแย่ปะปนกันไป FOX Sports Asia จึงได้รวบรวมเหตุการณ์ยอดเยี่ยมและยอดแย่ในนัดที่ 2 ให้แฟนบอลได้ติดตามกัน

สอบผ่าน

คริสเตียโน่ โรนัลโด้

แม้จะอายุล่วงมา 33 ปีแล้ว แต่ก็ยังเป็นที่พึ่งของทีมชาติโปรตุเกสได้อยู่เสมอ แม้ในสถานการณ์คับขัน ทั้งที่นักเตะส่วนใหญ่ของทีมชุดนี้ไม่ได้อยู่ในช่วงฟอร์มที่ดีเหมือนตอนยูโร 2016 และด้วยอายุอานามที่มากขึ้นแต่กลับต้องแบกภาระหนักหน่วงกว่าเดิมไปอีก แต่โรนัลโด้ก็ยังระเบิดฟอร์มยิงคนเดียว 4 ตุงอันเป็นประตูทั้งหมดที่โปรตุเกสทำได้ในทัวร์นาเม้นต์นี้ ประคองทีมให้มีลุ้นแชมป์กลุ่มจนถึงนัดสุดท้าย

โทนี่ โครส

ประตูสุดสำคัญที่ช่วยให้ทีมชาติเยอรมนียังไม่ตกรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลกหนแรกในรอบ 80 ปี

โครสแสดงให้เห็นถึงความเป็นนักเตะระดับโลก ที่ต้องมีคุณสมบัติที่เรียกว่า Match Winner กับการทำประตูให้กับทีมในช่วงเวลาคับขันที่สุด

สื่อในเยอรมนีรายงานว่า จังหวะฟรีคิกที่โครส ทำประตูได้ ส่วนหนึ่งมาจากการที่ มาร์โก รอยส์ ไปกระซิบด้านข้างเพื่อเปลี่ยนความคิดของแข้งตัวเก่ง เรอัล มาดริด

โครส ตั้งใจจะโยนไปก่อนในทีแรก แต่รอยส์ เดินเข้ามาและค้านความคิดนั้น “อย่าโยนเลย ข้างในมีนักเตะสวีเดนตัวสูงๆเต็มไปหมด ฉันจะอยู่ตรงนี้ นายเขี่ยบอลมาที่ฉัน และนายก็จัดการเลย ฉันเชื่อใจนาย หวดมันไปให้ดีที่สุด”

และนั่นคืออีกหนึ่งประตูสุดสวยในฟุตบอลโลกหนนี้ แต่ยิ่งกว่าสำคัญสำหรับชาวเยอรมัน ที่รักฟุตบอลยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด

กองเชียร์ปานามา

พวกเขามาเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลฟุตบอลโลกอย่างแท้จริง ด้วยความที่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้เข้าสู่รอบสุดท้าย อีกทั้งยังอยู่สายแข็งทั้ง เบลเยี่ยม, อังกฤษ และตูนิเซีย ทำให้พวกเขาไม่ได้คาดหวังอะไรมากนอกจากจะดิ่มด่ำกับบรรยากาศให้เต็มที่ ซึ่งการที่พวกเขาเฺฮสนั่นหลังจากทีมยิงประตูแรกในรอบสุดท้ายได้ ทั้งที่ทีมโดนทิ้งห่างสุดกู่ถึง 6-0 เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้เป็นอย่างดี

ทีมชาติอังกฤษ 

ทีมชาติอังกฤษสร้างสถิติใหม่หลังเกมชนะปานามา 6-1 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เมื่อถือเป็นสถิติที่พวกเขาเอาชนะคู่แข่งมากที่สุดในเกมเดียวนับตั้งแต่เข้าร่วมฟุตบอลโลกครั้งแรกเมื่อปี 1950 ที่บราซิลเป็นเจ้าภาพ โดยสถิติชนะมากที่สุดของ อังกฤษ ในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย คือ 3-0 เหนือโปแลนด์, ปารากวัย (1986) และเดนมาร์ก (2002)

ทีมชาติญี่ปุ่น

ขุนพลจากแดนซามูไร เก็บชัยชนะมาได้ในเกมแรกเหนือ โคลอมเบีย 2-1 โดยหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตุว่า โคลอมเบีย เหลือสิบคนตั้งแต่ต้นเกม จึงเป็นงานไม่หนักของญี่ปุ่น อย่างไรก็ตามเกมนัดที่สองของรอบแบ่งกลุ่ม ซามูไรบลูส์ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยเลือดนักสู้แค่ไหน หลังจากกัดฟันไล่ตามตีเสมอ เซเนกัล ได้ถึงสองครั้งสองครา ในเกมที่เสมอกันไป 2-2 ต่อหน้า เจ้าหญิงฮิซาโกะ ทาคามาโดะ ที่เสด็จเป็นการส่วนพระองค์เพื่อมาให้กำลังใจนักเตะเลือดบูชิโด ถึงขอบสนาม

สอบตก

ลิโอเนล เมสซี่

ศูนย์หน้าเจ้าของสถิติดาวซัลโวสูงสุดทั้งในระดับชาติและสโมสร กลับไม่สามารถทำประตูได้เลยหลังผ่านไป 2 นัด ทำให้อาร์เจนติน่าสุ่มเสี่ยงที่จะตกรอบแรกเป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปีนับตั้งแต่ฟุตบอลโลกปี 2002 และอาจทำให้แชมป์ฟุตบอลโลกกับชายผู้นี้กลายเป็นเส้นขนานต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด

ทีมชาติอาร์เจนติน่า

ทีมชาติอาร์เจนติน่า ทีมอันดับ 5 ใน ฟีฟ่าแร็งกิ้ง และ รองแชมป์ฟุตบอลโลก ปี 2014 หลังจากที่โชว์ฟอร์มฝืดในเกมนัดแรกที่พวกเขาทำได้เพียงเสมอกับ ไอซ์แลนด์ 1-1 นั้น เกมกับทีมชาติโครเอเชีย จึงเป็นเกมที่สำคัญอย่างยิ่งในการเก็บสามคะแนนเพื่อลุ้นเข้ารอบต่อไป

แต่ใครจะเชื่อว่าในเกมกับทีมชาติโครเอเชีย ที่ นิชนีย์ นอฟโกรอด สเตเดี้ยม จะกลายเป็น ทัพ “ตราหมากรุก” โครเอเชีย ที่ไล่อัด “ฟ้าขาว” อาร์เจนติน่าอย่างหมดสภาพไป 3-0 เรียกได้ว่าสิ้นลายรองแชมป์โลกจากครั้งที่แล้วเลยทีเดียวและยังทำให้โอกาศเข้ารอบของพวกเขาน้อยลงยิ่งนัก

โดยในเกมนัดนั้นทุกอย่างเริ่มจากความผิดพลาดในการจัดตัวผู้เล่นลงสนามของ ฮอร์เก้ ซามเปาลี กุนซือฟ้าขาว ที่เปลี่ยนมาใช้กองหลังสามคนเพื่อจะให้ ลิโอเนล เมสซี่ มีอิสระในเกมรุกมาขึ้น ทว่าการตัดสินใจนั้นทำให้ ผู้เล่นตัวรุกของโครเอเชียที่มีความเร็วและทักษะอันยอดเยี่ยมฉีกเอากองกลางและกองหลังของอาร์เจนติน่าขาดอย่างยับเยิน

นอกจากนั้นหลังจบเกมดังกล่าวยังมีกระแสออกมาจากแคมป์ทีมชาติอาร์เจนติน่าด้วยว่าผู้เล่นในทีม นั้นหมดศรัทธากับ เฮดโค้ชของพวกเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทีมชาติโปแลนด์

ทีมชาติโปแลนด์ ที่นำทัพโดย โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ดาวยิงตัวเก่งจากสโมสรบาเยิร์น มิวนิค นั้นถูกมองว่าจะเป็นทีมที่มีโอกาสผ่านเข้ารอบมากที่สุดทีมนึงจากกลุ่ม H ทว่าผลงานจากเกมแรกที่ แพ้ ทีมชาติเซเนกัล ไป 2-1 นั้นทำให้พวกเขาตกที่นั่งลำบาก และต้องมีแต้มให้ได้จากเกมที่สองที่พวกเขาพบกับ ทีมชาติโคลอมเบีย เมื่อคืนนี้

ทว่าใครจะคาดคิดว่า โปแลนด์ นั้นจะโดน โคลอมเบีย สอนบอลแบบหมดสภาพไป 3-0 และจากผลการแข่งขันเมื่อคืนทำให้ ทีมชาติโปแลนด์ตกรอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทีมชาติเกาหลีใต้

1 ใน 5 ความหวังจากทวีปเอเชีย ทีมชาติเกาหลีใต้ นั้นถูกจับอยู่ในกลุ่มที่ค่อนข้างหิน ร่วมกับ เยอรมันนี สวีเดน และ เม็กซิโก ทว่าพวกเขาก็ยังถูกคาดหวังว่าจะทำผลงานได้ดี เนื่องจากมีประสบการณ์เล่นฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายหลายต่อหลายครั้งและยังมีดีกรีเป็นทีมอันดับ 4 จากฟุตบอลโลกปี 2002

ทว่าผลงานจากสองนัดแรกของพวกเขาในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ผลงานไม่สู้ดีนัก จากเกมแรกที่ แพ้ สวีเดน มา 1-0 และ เกมที่สอง “โสมขาว” เกาหลีใต้ พ่ายแพ้ต่อ “จังโก้” เม็กซิโก ไป 2-1 เท่ากับว่าโอกาสเข้ารอบของ เกาหลีใต้ นั้นค่อนข้างริบหรี่ และ น่าจะเป็นทีมจากเอเชียทีมที่สองที่ต้องตกรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลกปี 2018 ตามหลังทีมชาติซาอุดิอาระเบีย ที่ตกรอบไปแล้วก่อนหน้านี้

จิมมี ดูร์มาซ

จิมมี ดูร์มาซ กองกลางของ “ไวกิ้ง”สวีเดน คงจะนอนฝันร้ายไปอีกหลายคืน เนื่องจากการที่เขาไปทำฟาวล์ ติโม แวร์เนอร์ ริมกรอบเขตโทษ ในช่วงนาทีสุดท้ายของทดเวลาบาดเจ็บ นั้นส่งผลให้ โทนี โครส ยิงฟรีคิกสุดสวยเข้าไปตุงตาข่าย เเละนั้นทำให้ทีมชาติเยอรมัน พลิกชนะทีมชาติสวีเดน 2-1

ซึ่งหลังจากจบเกม จิมมี ดูร์มาซ ถูกผู้คนในโซเชียล ไล่ถล่มด้วยคำเหยียดเชื้อชาติและคำขู่อย่างรุนแรง จากสาเหตุที่เจ้าตัวนั้นเป็นส่วนสำคัญทำให้ทีมพ่ายแพ้ไป

 

Comments