เช็คโปรไฟล์ 32 ทีมฟุตบอลโลก : กลุ่ม E

เมื่อฟุตบอลโลก 2018 ใกล้เข้ามาทุกขณะ FOX Sports Asia จึงขอทำหน้าที่วิเคราะห์เจาะลึกจุดเด่น-จุดด้อย และสไตล์ของแต่ละทีมในกลุ่มให้แฟนบอลได้รับชมกัน มาทำความรู้จักสมาชิกในกลุ่ม E กัน

กลุ่ม E

สมาชิกร่วมกลุ่ม : บราซิล , สวิตเซอร์แลนด์ , คอสตาริกา , เซอร์เบีย

บราซิล

เข้าร่วมฟุตบอลโลกก่อนหน้านี้ : 20 ครั้ง

ผลงานที่ดีที่สุด : แชมป์โลก 5 สมัย (1958 , 1962 , 1970 , 1994 , 2002)

จุดแข็ง : นักเตะที่เลือกมาดูแล้วลงตัวทุกตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นผู้รักษาประตูมือดีถึง 2 คนอย่างอลิสสัน เบ็คเกอร์ และ เอแดร์สัน ขณะที่แนวรับ , มิดฟิลด์ และศูนย์หน้า สามารถสลับกันลงได้แทบทุกตำแหน่ง

จุดอ่อน : สิ่งที่บราซิลน่าจะเสียเปรียบคู่แข่งไม่ใช่ตัวผู้เล่นหรือโค้ช แต่น่าจะเป็นการปรับตัวเนื่องจากไปเล่นที่รัสเซียซึ่งห่างไกลจากบ้านเกิดแถบละตินอเมริกาค่อนข้างมาก แม้เรื่องนี้จะไม่ใช่ปัญหาหลัก เพราะขณะนี้รัสเซียเองก็อยู่ในช่วงฤดูร้อน ซึ่งมีอากาศไม่หนาวเย็นมาก (อยู่ที่ 14-22 องศา) แต่ก็คงทำให้แข้งแซมบ้าไม่สดชื่นเท่าเตะในริโอ เด จาเนโรบ้านของตัวเอง

สไตล์การเล่น : ติเต้ไม่ใช่กุนซือที่มีชื่อเสียงมาก่อน แต่ทำบราซิลชุดนี้ได้ยอดเยี่ยมมาก สามารถผสมผสานทีมได้อย่างลงตัว นำเอาความสามารถเฉพาะตัวมาคลุกเข้ากับทีมเวิร์ค ขณะที่ตัวนักเตะเองยังเอาตัวรอดได้ดีในสถานการณ์ตัวต่อตัวและพาบอลไปเองได้ หากเล่นได้อย่างมั่นใจยากที่จะมีทีมหยุดบราซิลอยู่ในฟุตบอลโลกครั้งนี้

สตาร์โดดเด่น : เนย์มาร์ (ปารีส แซงต์ แฌร์แม็ง)

หายเจ็บกลับมาพอดิบพอดีแถมยังยิงลูกสุดสวยเกินมนุษย์ในเกมที่บราซิล เพิ่งอุ่นเครื่องเอาชนะ โครเอเชียไป 2-0 เมื่อสัปดาห์ก่อน หากคุณคิดว่า เนย์มาร์ ทำได้ดีแล้วเมื่อ 4 ปีก่อน ครั้งนี้เขาจะทำให้ดียิ่งกว่าเพื่อกลับมาแก้ปมจากหนล่าสุดที่กระดูกสันหลังหักในเกมพบโคลอมเบียในรอบ 8 ทีมสุดท้าย เขามีโอกาสเป็นสตาร์ในทัวร์นาเม้นต์นี้อย่างไม่ยาก

ความคาดหวัง : แชมป์โลกสมัยที่ 6

โอกาสที่น่าจะเป็น : ทัพแซมบ้ามีโอกาสเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศหากไม่พลาดกันเองง่ายๆ พวกเขาเสียท่าเยอรมนี 1-7 เมื่อ 4 ปีที่แล้วเนื่องจากขุมกำลังในแดนกลางยังไม่แน่นพอ แต่กลับมารอบนี้กับกองกำลังที่สมบูรณ์ทุกตำแหน่ง บราซิลมีโอกาสสูงที่จะจองพื้นที่ในนัดชิงดำที่ลุซนิกิ สเตเดี้ยมเหลือแต่ว่าจะเป็นแชมป์หรือไม่เท่านั้น

สวิตเซอร์แลนด์

เข้าร่วมฟุตบอลโลกก่อนหน้านี้ : 10 ครั้ง

ผลงานที่ดีที่สุด : รอบก่อนรองชนะเลิศ (1934 , 1938 , 1954)

จุดแข็ง : ตัวหลักของแข้งสวิสหลายคนอยู่ในจุดที่อายุกำลังพอดีสำหรับฟุตบอลโลก ไม่ว่าจะเป็นกรานิต ชาก้า (25 ปี) , เซอร์ดาน ชากิรี่ (26 ปี) และ ฮาริส เซเฟโรวิช (26 ปี) นักเตะหลายคนมีประสบการณ์การเล่นในลีกยุโรป และมีความเข้าใจในเกมสูง

จุดอ่อน : ขุนพลทีมแดนนาฬิกาชุดนี้มีผู้เล่นคีย์แมนค่อนข้างน้อย โดยมีเพียง ชาก้า กับ ชากิรี่ ที่ชื่อพอจะขู่คู่ต่อสู้ได้ ขณะที่รายอื่นๆ พอไหว แต่หากจะไปบดบี้กับทีมใหญ่ๆในรอบลึกคงจะยาก

ปัญหาสำคัญอีกเรื่องของสวิสคือแข้งแนวรับ เพราะมีเพียงฟาเบียน ชาร์ และสเตฟาน ลิชสไตเนอร์ ที่ฟอร์มในทีมชาติเสมอต้นเสมอปลาย ที่เหลือกระดูกยังไม่แข็งพอ

สไตล์การเล่น : กรานิต ชาก้าจะคอยวางบอลยาวและคุมจังหวะของเกม โดยมี บรีล เอ็มโบโล่ และ เซอร์ดาน ชากิรี่ คอยเคลื่อนเกมด้านข้าง สนับสนุน เซเฟโรวิช ศูนย์หน้าตัวเป้าของทีม

สตาร์โดดเด่น : กรานิต ชาก้า (อาร์เซน่อล)

มีประสบการณ์ฟุตบอลโลกมาแล้วหนหนึ่งเมื่อ 4 ปีก่อน แต่รอบนี้เขาโตขึ้นและต้องขึ้นมารับภาระเป็นตัวหลักในแผงแดนกลางอย่างเต็มตัว ปัญหาสำคัญของมิดฟิลด์อาร์เซน่อลรายนี้คือการตัดสินใจไม่เด็ดขาด และการไม่กล้าออกบอลยากเมื่อเล่นเกมใหญ่ ซึ่งฟุตบอลโลกหนนี้ เขาต้องขจัดปัญหานี้ให้หมดไป

ความคาดหวัง : ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายให้ได้อีกครั้ง

โอกาสที่น่าจะเป็น : ตัดบราซิล ว่าที่แชมป์กลุ่มไปหนึ่งทีม และหากวัดกันกับทั้งคอสตาริกาและเซอร์เบีย ถือว่า ไม่ห่างกันมาก โอกาสผ่านรอบแรกคือ 33.33 % แต่เชื่อว่าสภาพทีมแบบนี้ รอบ 16 ทีมสุดท้าย น่าจะลึกสุดที่พวกเขาจะผ่านไปได้

คอสตาริกา

เข้าร่วมฟุตบอลโลกก่อนหน้านี้ : 4 ครั้ง

ผลงานที่ดีที่สุด : รอบก่อนรองชนะเลิศ (2014)

จุดแข็ง : แม้ชื่อชั้นจะดูเป็นรองทุกครั้งที่มาแข่งฟุตบอลโลกในพักหลังๆ แต่แข้งแดนกล้วยหอมแสดงให้เห็นเมื่อ 4 ปีที่แล้วว่าพวกเขาคือม้านอกสายตาที่พร้อมจะสร้างความช็อกให้กับทุกทีมที่ขวางหน้า ครั้งนี้พวกเขาถูกคาดหมายว่าจะเป็นทีมแจกแต้มตามเคย แต่บรรดาผู้สันทัดกรณีอาจปากกาหักอีกครั้ง เพราะทีมที่เล่นแบบไม่กดดันอย่างพวกเขานี่แหละที่มักจะเล่นงานคู่ต่อสู้ทีเผลอ เหมือนกับที่คว้าแชมป์กลุ่มในรอบแรกเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ทั้งที่เพื่อนร่วมกลุ่มคืออุรุกวัย , อิตาลี และอังกฤษ อดีตแชมป์โลกทั้ง 3 ทีม

จุดอ่อน : แดนกลางของ คอสตาริกาส่วนใหญ่อยู่ในวัยโรยรา และน่าจะเป็นฟุตบอลโลกหนสุดท้ายสำหรับพวกเขา ไม่ว่าจะเป็น เซลโซ่ บอร์เจส , คริสเตียน โบลานอส , ดาเนี่ยล โคลินเดรส และ แรนดัลล์ อาโซไฟฟ่า เช่นเดียวกับศูนย์หน้าอย่างไบรอัน รุยซ์ ที่อายุปาเข้าไป 35 ปีแล้ว

สไตล์การเล่น : โจมตีด้วยลูกฉาบฉวยทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นบอลวางยาว , หรือลูกเปิดจากริมเส้นและโฉบเข้าไปโหม่ง หรือไม่ก็ลองยิงไกลกันซักตั้งและหาตัวจี๊ดๆวิ่งเข้าไปซ้ำ ในเวิลด์ คัพหนนี้พวกเขาน่าจะเน้นเกมรับให้เหนียวแน่นไว้ก่อนและค่อยสวนกลับซุ่มโจมตีเมื่อโอกาสมาถึง

สตาร์โดดเด่น : เคย์ลอร์ นาวาส (เรอัล มาดริด)

แข้งระดับโลกคนเดียวของทัพกล้วยหอมชุดนี้ ซึ่งฟุตบอลโลกเมื่อ 4 ปีก่อนนั่นเองที่ทำให้เขาแจ้งเกิดในวงการลูกหนังโลกอย่างเต็มตัว และมาครั้งนี้เขาพร้อมจะใช้สองแขนและสองขาปกป้องบอลไม่ให้ข้ามเส้นอย่างสุดชีวิต

ความคาดหวัง : ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยฟุตบอลโลก 2014

โอกาสที่น่าจะเป็น : แม้ว่าเซอร์เบียและสวิตเซอร์แลนด์จะเป็นทีมจากยุโรป แต่พวกเขาก็มีจุดอ่อนอยู่บ้างเหมือนกัน อย่างแข้งสวิสมีปัญหาด้านแผงหลัง ส่วนเซอร์เบียเป็นทีมที่เล่นจังหวะบอลค่อนข้างช้า ซึ่งหาก คอสตาริกา จี้จุดอ่อนของทั้งสองชาติดังกล่าวได้ ก็มีโอกาสตามบราซิลไปเล่นรอบ 16 ทีมสุดท้ายเหมือนกัน ทัพ “กล้วยหอม” ยังอยู่ในสถานะชาติม้ามืดเหมือนกับเมื่อ 4 ปีก่อน

เซอร์เบีย

เข้าร่วมฟุตบอลโลกก่อนหน้านี้ : 11 ครั้ง (รวมสมัยที่เป็น ยูโกสลาเวีย และเซอร์เบียแอนด์มอนเตเนโกร)

ผลงานที่ดีที่สุด : อันดับที่ 4 (1930 , 1962)

จุดแข็ง : แข้งเซิร์บชุดนี้มีแผงกองกลางที่น่ากลัว พวกเขามี เซอร์เกจ์ มิลินโควิช ซาวิช จากลาซิโอ และ เนมานย่า มาติช จาก แมนฯยูไนเต็ด คอยคุมจังหวะเกม แถมตัวสอดแทรกอย่าง ดูซาน ทาดิช , อาเด็ม ลายิช และ ลูก้า มิลิโวเยวิช ก็ยังพอประคองทีมได้ ส่วนแนวรับใช้ประสบการณ์ล้วนๆนำโดยสองอดีตแข้งดีกรีพรีเมียร์ลีกอย่าง อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ (เคยเล่นให้แมนฯซิตี้) และบรานิสลาฟ อิวาโนวิช (เคยเล่นให้เชลซี)

จุดอ่อน : มลาเด็น เคอร์สตายิช กุนซือเซอร์เบียดึงกองหน้าติดทีมมาเพียงแค่ 3 คน และน่าจะใช้การจริงๆได้เพียงคนเดียวคืออเล็กซานดาร์ มิโตรวิช ดาวยิงจากนิวคาสเซิ่ล ส่วน ตัวสำรองอย่าง อเล็กซานดาร์ พริโยวิช และ ลูก้า โยวิช ประสบการณ์ในทีมชาติแทบไม่มี ฉะนั้นหาก มิโตรวิช ฟอร์มตก และแผงแดนกลางเก็บบอลไมได้ เซอร์เบียแทบใบ้กินเลยในการหาทางทำประตู

สไตล์การเล่น : มาติช และ มิลินโควิช ซาวิช ไม่ใช่กองกลางที่เคลื่อนที่ได้เร็วจัดนัก และ มิโตรวิช ก็ไม่ใช่ศูนย์หน้าที่เคลื่อนที่ได้ไว ฉะนั้นตัวรุกที่คล่องและเคลื่อนที่หาช่องจะเหลือเพียง ลายิช และ ทาดิช เท่านั้น ขณะที่อีกรูปแบบเกมรุกที่ เซอร์เบีย ชอบใช้ คือการเติมเกมจากแบ็กซึ่ง โคลารอฟ และ อันโตนิโอ รุคาวิน่า ทำได้ดีในรอบคัดเลือก

สตาร์โดดเด่น : เนมานย่า มาติช (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

การอ่านทางบอล , ตัดเกม และวางบอลยาวของมาติช คือความหวังสูงสุดของแข้งเซิร์บชุดนี้ เพราะครั้นจะฝากความหวังไว้กับ มิลินโควิช ซาวิช ก็ยังไม่ได้เพราะแข้งลาซิโอประสบการณ์ทีมชาติยังน้อยมาก ฉะนั้น มาติชในวัย 29 ปี มีส่วนสำคัญกับการกำหนดแนวทางการเล่นของทีม ซึ่งเซอร์เบียอาจเป็นทีมที่สปีดเกมช้า แต่หากวางบอลถึงศูนย์หน้าตัวจบสกอร์ได้แม่น ก็มีโอกาสทำประตูได้ง่ายๆเช่นเดียวกัน

ความคาดหวัง : หากนับตั้งแต่เปลี่ยนชื่อเป็นเซอร์เบีย พวกเขาเข้ารอบสุดท้ายเพียงหนเดียว คือปี 2010 และตกรอบแรก ฉะนั้นแข้งเซิร์บต้องการทำให้ดีกว่าเดิมเป็นอย่างน้อย

โอกาสที่น่าจะเป็น : สปีดเกมที่ช้าทำให้ง่ายต่อการโดนเพรสซิ่ง ซึ่งเรื่องนี้น่าเป็นห่วงเพราะถ้าโดนเพรสมากๆ ทีมก็จะขึ้นเกมไม่ได้ พวกเขาอาจเฉือน สวิตเซอร์แลนด์ได้เพราะเป็นทีมมาจากยุโรป และสไตล์ไม่ต่างกัน แต่บอลโซนอเมริกาอย่างบราซิลและคอสตาริกา พวกเขาเป็นจอมวิ่งอยู่แล้วและน่าจะสร้างปัญหาให้แข้งเซิร์บไม่มากก็น้อย

ลูกทีมของ เคอร์สตายิช มีโอกาสคว้ารองแชมป์กลุ่ม (แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร) และเชื่อว่าคงไม่น่าไปไกลกว่ารอบ 16 ทีมสุดท้าย

Comments