ศุภวุฒิเหมาสี่! บลูเวฟ สู้สุดใจพ่ายโทษ เบรุต 9-10 ร่วง8ทีมชิงแชมป์เอเชีย

พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี ต้องจอดป้ายเพียงเเค่รอบ 8 ทีมสุดท้ายเท่านั้น หลังดวลจุดโทษพ่ายให้กับทีมแกร่งจากเลบานอน 2-3 ตกรอบศึกชิงแชมป์สโมสรเอเชีย

ศึกฟุตซอลสโมสรชิงแชมป์เอเชีย 2018 รอบ 8 ทีมสุดท้าย พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี แชมป์กลุ่มซี ตัวแทนจากประเทศไทย พบกับ แบงค์ ออฟ เบรุต ทีมจากเลบานอน รองแชมป์กลุ่มดี

เกมนี้ “โค้ชหมี” รักษ์พล สายเนตรงาม ส่งผู้เล่นตัวหลักลงสนามครบครัน นำโดย “กัปตันช้าง” กฤษดา วงษ์แก้ว, ซาปา, ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง, จิรวัฒน์ สอนวิเชียร และใช้ คฑาวุทธ หาญคำภา เป็นผู้รักษาประตู

เริ่มเกมไม่ถึงนาที ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง ซัดไกลลอดตัวนายทวารเข้าประตูไปให้ บลูเวฟ ออกนำ 1-0

นาทีที่ 5 แบงค์ ออฟเบรุต ตามตีเสมอ 1-1 จากการยิงของ  มูฮัมหมัด ฮัมมูด

นาทีที่ 7 บลูเวฟ ต้องตกเป็นฝ่ายตามหลังครั้งแรกในรายการนี้หลัง มาห์ดิ จาวิด ยิงให้ แบง ออฟ เบรุต พลิกนำ 2-1

ถัดมานาทีเดียว โมฮัมหมัด โคเบสซี่ ยิงโล่งๆ ให้ แบง ออฟ เบรุต ทิ้งห่างไปเป็น 3-1

นาทีที่ 10 ณัฐวุฒิ หมัดยะลาน จ่ายบอลพลาดถูกฉกบอลไปก่อนจะเป็น มูฮัมหมัด ฮัมมูด ตอกส้นให้ แบง ออฟ เบรุต นำห่างไปไกล 4-1

นาที 14 จิรวัฒน์ สอนวิเชียร ซัดให้ บลูเวฟ ไล่มาเป็น 2-4

นาที  15 โมฮัมหมัด โคเบสซี่ ลากบอลไปยิงเสียบเสาสองให้ แบง ออฟ เบรุต ทิ้งไปเป็น 5-2

นาที 17 พีระพัฒน์ แก้ววิลัย ยกบอลข้ามตัวผู้รักษาประตูให้ บลูเวฟ ไล่มาห่างๆ เป็น 3-5

นาที 18 เคลียร์ เอล ดินี่ หลุดเดี่ยวไปซัดเสียบใต้คานให้ ทีมจากเลบานอน หนีไปเป็น 6-3

ถัดมาไม่ถึงนาที จิรวัฒน์ ทำชื่งกับ ศุภวุฒิ ก่อนยิงโล่งๆ ให้แชมป์เก่าไล่ 4-6 เริ่มครึ่งหลังไม่ถึงนาที ศุภวุฒิ ซัดด้วยซ้ายเข้าไปให้ บลูเวฟ ไล่จี้มาเหลือ 5-6

นาที 21 ศุภวุฒิ ซัดแฮตทริกในเกมนี้พร้อมพา บลูเวฟ ไล่ตีเสมอเป็น 6-6 ได้สำเร็จ หมดเวลา 40 นาทียังเสมอกันอยู่ที่ 6-6 ทำให้ต้องเล่นกันต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษ

นาที 41 บลูเวฟ ใช้บอลยาวให้ ศุภวุฒิ เกี่ยวบอลลงก่อนกระดกข้ามตัวนายทวารคู่แข่งเข้าไปให้ทีมแซงนำ 7-6

นาที 46 แบง ออฟ เบรุต ใช้พาวเวอร์เพลย์ และเป็น แพทริค วิเอร่า ยิงตีเสมอเป็น 7-7 และหมดเวลาเสมอกันไปทำให้ต้องตัดสินกันด้วยการดวลจุดโทษ

และเป็นทางด้าน แบงค์ ออฟ เบรุต ยิงได้แม่นกว่า ชนะจุดโทษ พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี ไปด้วยสกอร์ 3-2 (สกอร์รวม 10-9) เข้าไปรอพบผู้ชนะระหว่าง นาโง่าย่า โอเชี่ยน (ญี่ปุ่น) กับ ไท ซอง นัม (เวียดนาม)

Comments