FOX’s Best Team: ทีมยอดเยี่ยมเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018

จบบริบูรณ์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน หรือ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 ซึ่งในปีนี้ ทีมชาติเวียดนาม สามารถคว้าแชมป์ไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่ด้วยการเปิดบ้านเอาชนะ ทีมชาติมาเลเซีย ในรอบชิงชนะเลิศ 1-0 ส่งพลพให้ทัพ ดาวทอง เป็นแชมป์ด้วยสกอร์รวม 3-2 ท่ามกลางความยินดีปรีดาของประชาชนชาวเวียดนามแทบทั้งประเทศที่ออกมาเฉลิมฉลองกับแชมป์รายการนี้ ครั้งแรกในรอบ 10 ปี แถมยังเป็นการกระชากแชมป์ออกจากอ้อมอกชาติคู่ปรับอย่าง ทีมชาติไทย แชมป์เก่ารายการนี้ 2 สมัยล่าสุด

 

ซึ่งการแข่งขันในปีนี้ ต้องยอมรับว่า เวียดนาม นั้นมาดีเหลือเกินตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มที่ไม่มีเสียประตูให้กับทีมใดเลย จนกระทั่งได้เถลิงบัลลังก์แชมป์ในท้ายที่สุด ซึ่งในรายการ ชิงแชมป์อาเซียน หนนี้ FOX Sports Thailand ก็ไม่ลืมที่จะคัดสรรบรรดาผู้เล่นที่โชว์ฟอร์มเข้าตา และโดดเด่นในรายการดังกล่าว มาจัดเป็น 11 ผู้เล่นยอดเยี่ยมของทัวร์นาเม้นต์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ส่วนจะมีใครกันบ้าง และจะมีนักเตะไทย ติดทีมยอดเยี่ยมกี่คน ไปติดตามพร้อมๆกันเลย

 

ผู้รักษาประตู : ดัง วาน ลาม (เวียดนาม)

ผู้รักษาประตูร่างใหญ่วัย 25 ปี โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันศึกชิงแชมป์อาเซียนในครั้งนี้ ดัง วาน ลาม ลูกครึ่งเวียดนาม-รัสเซีย โชว์ซูเปอร์เซฟจังหวะสำคัญได้หลายครั้งในรอบแบ่งกลุ่ม ช่วยให้เวียดนามไม่เสียประตูตลอด 4 เกมในรอบแรก นอกจากนั้นในเกมนัดชิงชนะเลิศ ดัง วาน ลาม ยังปฏิเสธลูกยิงของมาเลเซียได้อีกหลายครั้ง ช่วยให้ทัพดาวทองคว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 มาครองได้สำเร็จ

 

แบ็คซ้าย : กรกช วิริยอุดมศิริ (ไทย)

แบ็คซ้ายทีมชาติไทย จากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ลงเล่นทัวร์นาเมนต์ชิงแชมป์อาเซียนเป็นครั้งแรก และโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมถึงแม้ว่าจะไม่สามารถพาทัพช้างศึกผ่านเข้าไปป้องกันแชมป์ได้ในที่สุด กรกชสร้างสรรค์โอกาสให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูได้หลายครั้ง ตลอดการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม ทั้งยังโชว์ทีเด็ดจากลูกตั้งเตะ โดยเฉพาะจังหวะเตะมุมเข้าในเกมชนะอินโดนีเซีย 4-2

 

กองหลัง : เกว หง็อค ไฮ (เวียดนาม)

ปราการหลังจอมแกร่งวัย 25 ปี ถือเป็นนักเตะคนสำคัญในตำแหน่งแนวรับในทีมของปาร์ค ฮัง ซอ โดย เกว หง็อค ไฮ ยืนประจำการแนวรับให้ทัพดาวทองได้อย่างเหนียวแน่นตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ ดักรอจังหวะทำลายเกมรุกของคู่แข่ง ซึ่งในนัดชิงชนะเลิศกับมาเลเซียทั้งสองนัด แนวรับหมายเลข 3 จัดการเก็บ นอร์ชาห์รูล อิดลัน ตาลาฮา และ ซาควน อัดฮา สองแนวรุกทัพเสือเหลืองได้อย่างอยู่หมัด ช่วยให้เวียดนามผงาดคว้าแชมป์สมัยที่สองได้สำเร็จ

 

กองหลัง : ชาห์รูล ซาอัด (มาเลเซีย)

กองหลังทีมชาติมาเลเซียรายนี้ จัดว่าเป็นนักเตะแห่งอนาคตของวงการฟุตบอลเสือเหลืองเลยก็ว่าได้ ชาห์รูล ซาอัด วัย 25 ปี เล่นได้อย่างโดดเด่นในการแข่งขันครั้งนี้ ด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่ มักจะเบียดกระแทกกับคู่แข่งและสกัดจังหวะอันตรายได้หลายครั้ง นอกจากนี้ยังเติมเกมขึ้นไปลุ้นทำประตูได้อีกด้วย

 

แบ็คขวา : ซยาห์มี ซาฟารี (มาเลเซีย)

แบ็คขวาดาวรุ่งวัย 20 ปี แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในการแข่งขันชิงแชมป์อาเซียนครั้งนี้ ซยาห์มี ซาฟารี เป็นนักเตะตำแหน่งแบ็คขวาสมัยใหม่ คือมีการเติมเกมรุกที่ไม่มีหมด และมีวินัยในเกมรับที่ยอดเยี่ยม นอกจากนั้นยังมีทีเด็ดในจังหวะยิงไกลอีกด้วย ซึ่ง ซยาห์มี จัดการตะบันไกลสุดสวยในเกมรอบรองชนะเลิศ ส่งทีมชาติไทย แชมป์เก่า จอดป้ายเพียงแค่รอบตัดเชือกเท่านั้น เชื่อเหลือเกินว่า ซยาห์มี จะกลายเป็นนักเตะตัวหลักของมาเลเซียไปอีกหลายปี

 

กองกลาง : สรรวัชญ์ เดชมิตร (ไทย)

แม้ว่าทีมชาติจะอกหักในการป้องกันแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ในครั้งนี้ แต่นักเตะหลายคนสามารถทำผลงานได้ดีไม่น้อย รวมถึง สรรวัชญ์ เดชมิตร จอมทัพจากทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ซึ่ง สรรวัชญ์ ถือเป็นกำลังหลักของ มิโลวาน ราเยวัช โดยเขาลงเล่นครบทั้ง 6 นัดที่ช้างศึกลงสนาม และทำได้ถึง 4 แอสซิสต์ นอกจากนี้ ในรอบแบ่งกลุ่ม กองกลางวัย 29 ปี ยังเป็นแข้งที่ผ่านบอลได้มากที่สุดของทีมอีกด้วย

 

 

กองกลาง : เหงียน กวง ไฮ (เวียดนาม)

แนวรุกทัพดาวทอง มีส่วนสำคัญช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียนมาครองได้สำเร็จในรอบ 10 ปี โดย เหงียน กวง ไฮ ลงสนามครบทุก 8 นัดให้กับเวียดนาม พร้อมกับทำได้ 3 ประตูกับอีก 2 แอสซิสต์ และด้วยฟอร์มที่โดดเด่นในทุกๆเกม ทำให้เขาคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 ไปครองอีกด้วย

 

กองกลาง : ซาฟาวี่ ราซิด (มาเลเซีย)

จอมทัพดาวรุ่งจากยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม กลายเป็นตัวหลักของตัน เช็งโฮ ในยวัยเพียง 21 ปีเท่านั้น ด้วยความเร็วและทักษะการเลี้ยงบอลที่คู่แข่งต้องระวังแล้ว ซาฟาวียังมีจุดเด่นที่ลูกเด่นที่ลูกฟรีคิกซึ่งสามารถทำประตูให้กับทีมในทุกระยะ และเขาคนนี้จะเป็นทายาทคนต่อไปของ “ซาฟิก รอฮีม” ทั้งในระดับทีมชาติและสโมสรอย่างแน่นอน

 

 

กองหน้า : เหงียน อานห์ ดึ๊ก (เวียดนาม)

ดาวยิงตัวเก๋าของ ทีมชาติเวียดนาม วัย 32 ปียิงประตูแรกให้กับทัพ ดาวทอง ในรายการนี้ ในเกมเปิดสนามที่ถล่ม ลาว 3-0 หลังจากนั้น ก็มายิงอีก 1 ประตูในเกมที่ เวียดนาม เอาชนะ มาเลเซีย 2-0 ในรอบแรก ก่อนที่ในเกมรอบรองชนะเลิศ เจ้าตัวจะมายิงประตูสำคัญ ในเกมบุกเยือน ฟิลิปปินส์ เท่านั้นยังไม่พอเพราะว่าหัวหอกรายนี้คือฮีโร่ของชาวเวียดนาม หลังวอลเลย์ประตูสุดสวยและเป็นประตูชัยพาทัพ ดาวทอง เป็นแชมป์ได้สำเร็จ ด้วยการเอาชนะ มาเลเซีย 1-0 ในเกมรอบชิงชนะเลิศนัดที่ 2

 

 

กองหน้า : อดิศักดิ์ ไกรษร (ไทย)

หัวหอกจาก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ประกาศศักดาตั้งแต่เกมแรกที่ลงสนามในรายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 เมื่อกระหน่ำคนเดียว 6 ประตูในเกมที่พลพรรค ช้างศึก ประเดิมสนามด้วยการถล่ม ติมอร์เลสเต 7-0 หลังจากนั้น เจ้ากอล์ฟ ก็มาบวกอีกหนึ่งประตูในเกมที่ต้อน อินโดนีเซีย 4-2 แถมยังซัดประตูปิดกล่องอย่างเฉียบขาดในเกมที่ ช้างศึก ทุบ สิงคโปร์ 3-0

เท่ากับว่า อดิศักดิ์ จบรอบแบ่งกลุ่มด้วยการซัดไปถึง 8 ประตู ขึ้นนำเดี่ยวเป็นดาวซัลโว และแม้ว่า ทีมชาติไทย จะพ่าย มาเลเซีย ในรอบรองชนะเลิศไปด้วยกฏประตูทีมเยือน แต่ อดิศักดิ์ ก็ยังสามารถคว้าตำแหน่งดาวซัลโวมาครองได้สำเร็จด้วยจำนวน 8 ประตู ทำลายสถิติของ เนติพงษ์ ศรีทองอินทร์ อดีตกองหน้าทีมชาติไทย ที่ทำประตูสูงสุดในรายการนี้ด้วยจำนวน 7 ประตูเมื่อปี 1996 ลงเป็นที่เรียบร้อย

 

กองหน้า : นอร์ชาห์รูล (มาเลเซีย)

หัวหอกมากประสบการณ์วัย 32 ปี ก็ไม่ทำให้แฟนบอลบ้านเกิดต้องผิดหวัง เมื่อเจ้าตัวยิงประตูสำคัญตั้งแต่เกมแรก และเป็นประตูชัยให้ มาเลเซีย บุกเอาชนะ กัมพูชา ถึงถิ่น 1-0 หลังจากนั้นก็มายิงอีก 2 ประตูช่วยให้ทีม พลิกสถานณ์กลับมาเอาชนะ ทีมชาติลาว 3-1 ก่อนที่เกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม กองหน้าจาก ปะหัง จะมายิงอีก 1 ประตูในเกมที่ชนะ เมียนมาร์ 3-0

และประตูที่ว่ากันว่าเป็นประตูที่สำคัญที่สุดของ นอร์ชาห์รูล ในรายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 ก็คือการยิงประตูต่อหน้ากองเชียร์ชาวไทย ณ ราชมังคลากีฬาสถาน ในเกมรอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2 ที่กลายเป็นประตูสำคัญตีเสมอ ทีมชาติไทย 2-2 และยังเป็นประตูที่เขี่ยทีมของ มิโลวาน ราเยวัช ตกรอบรองชนะเลิศ แม้ว่าในท้ายที่สุด นอร์ชาห์รูล จะทำดีที่สุดเพียงรองแชมป์ก็ตาม

 

 

 

Comments