บทเรียนตัน เชง โฮ, อเวย์โกลทัพดาวทอง : ประเด็นน่าสนใจก่อนเกมซูซูกิ คัพ มาเลเซียดวลเวียดนาม

เหลืออีกเพียงไม่กี่ชั่วโมง ศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2018 รอบชิงชนะเลิศ นัดแรก จะเริ่มต้นขึ้น ทีมชาติมาเลเซีย มีคิวเปิดสนามบูกิต จาลิล รับการมาเยือนของ ทีมชาติเวียดนาม ซึ่งถือว่าเป็นการโคจรมาพบกันเป็นครั้งแรกบนสังเวียนนัดชิงดำ และเป็นการพบกันครั้งที่สองในทัวร์นาเมนต์นี้ หลังดวลกันมาแล้วในรอบแบ่งกลุ่ม

FOX Sports Thailand ขอนำเสนอประเด็นที่น่าสนใจก่อนเกมนัดชิงชนะเลิศ นัดแรก จะมีเรื่องใดบ้าง ติดตามได้ที่นี่

บทเรียนของตัน เชง โฮ

อย่างที่เคยเกริ่นไว้ข้างต้นว่าทั้งสองทีมเคยดวลกันมาแล้วในรอบแบ่งกลุ่ม โดยในวันนั้นมาเลเซียยกพลมาเยือนสนามมีดิ่นห์ สเตเดี้ยม ของเวียดนาม ทัพเสือเหลืองของ ตัน เชง โฮ กุนซือคนเก่ง ลงสนามสู้กับลูกทีมของปาร์ค ฮัง ซอ ได้แบบสนุกสูสี รูปเกมในวันนั้นมาเลเซียเป็นฝั่งเปิดเกมบุกเข้าใส่เวียดนามตลอด ครองบอลเหนือกว่าถึง 68.6 % แต่ทว่าจบเกมเป็นทางฝั่งทัพดาวทองที่ใช้ความเฉียบคมในการจบสกอร์เอาชนะมาเลเซียไปได้ 2-0

แน่นอนว่าเป็นผลการแข่งขันที่ทำร้ายจิตใจแฟนบอลเสือเหลืองเป็นอย่างมาก เนื่องจากรูปเกมในเกมนั้นลูกทีมของตัน เชง โฮ เล่นไม่ได้เป็นรองเวียดนามแม้แต่น้อย แต่ในเมื่อฟุตบอลตัดสินกันที่จำนวนประตูที่ยิงได้ ไม่ใช่การครองเกมที่เหนือกว่า ทำให้เวียดนามกลายเป็นผู้ชนะไปในที่สุด

การโคจรมาพบกันอีกครั้งในนัดชิงชนะเลิศ ทำให้ ตัน เชง โฮ กุนซือมากประสบการณ์ต้องทำการบ้านอย่างหนัก เพื่อวิเคราะห์จุดบกพร่องของทีมตัวเองในแมตช์แรกที่พบกันในรอบแบ่งกลุ่ม ว่าเป็นเพราะเหตุใด ทำไมทีมของตัวเองจึงเป็นฝ่ายพ่ายแพ้กลับมา เกมที่บูกิต จาลิล ในช่วงค่ำวันนี้ แท็คติคของตัน เชง โฮ จึงมีความน่าสนใจไม่น้อยในเกมชิงดำยกแรก

อเวย์โกลของเวียดนาม

เวียดนามภายใต้การคุมทีมของ ปาร์ค ฮัง ซอ กุนซือจอมแท็คติคชาวเกาหลีใต้ เป็นทีมที่มีเกมรุกสุดอันตราย ผู้เล่นทุกคน ทุกตำแหน่ง สามารถเติมขึ้นมาสร้างสกอร์ให้ทีมได้ทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้นในการแข่งขันศึกชิงแชมป์อาเซียนครั้งนี้ ทัพดาวทองมีสถิติที่ยอดเยี่ยมเวลาเล่นเกมเยือน พวกเขาออกไปเยือนคู่แข่งทั้งหมด 3 ครั้ง ยังเคยพลาดท่าแม้แต่ครั้งเดียว ไล่ตั้งแต่บุกไปอัดกัมพูชา 3-0, บุกไปเสมอเมียนมาร์ 0-0 และในรอบรองชนะเลิศ นัดแรก พวกเขาบุกไปดับซ่าฟิลิปปินส์ 2-1 เป็นที่มาของการกรุยทางเข้าสู่รองชิงชนะเลิศแบบง่ายดายในนัดที่สอง

เกมชิงดำนัดแรกที่บูกิต จาลิล เวียดนามต้องลงเล่นภายใต้เสียงเชียร์ของแฟนบอลเสือเหลืองเกือบแสนคน นี่จึงเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่แฟนบอลให้ความสนใจว่าลูกทีมของปาร์ค ฮัง ซอ จะบุกมายิงประตูทีมเยือนถึงกรุงกัวลาลัมเปอร์ได้หรือไม่

อุลตร้า มาลายา ในบูกิต จาลิล

ถือเป็นสีสันของการแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ทุกครั้ง สำหรับแฟนบอลทีมชาติมาเลเซีย หรือกลุ่ม “อุลตร้า มาลายา” ที่ขึ้นชื่อเรื่องการส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจทีมตัวเอง และส่งเสียงกดดันผู้มาเยือน จนทำให้ขวัญเสียกันมานักต่อนัก

กลุ่มแฟนบอลของมาเลเซียในสนามบูกิต จาลิล มักจะเป็นตัวแปรสำคัญที่มักกำหนดผลการแข่งขันได้เช่นกัน ความดุดัน แข็งกร้าว และแอบแฝงไปด้วยมิตรภาพของพวกเขา เป็นสเน่ห์อย่างหนึ่งที่อยู่คู่กับวงการลูกหนังชิงแชมป์อาเซียนอย่างยาวนาน

“มันเป็นเกมที่ยากที่ต้องเล่นในสนามที่รองรับแฟนบอลได้ถึง 80,000 คน ดังนั้นเราต้องเตรียมตัวให้ดี”

“ผมหวังว่านักเตะของผมจะมีสติ เพราะบรรยากาศในสนามจะทำให้การสื่อสารยากลำบาก เนื่องจากเสียงเชียร์ที่ดังกระหึ่มของเจ้าบ้าน แต่ผมคิดว่ามันไม่น่าจะเป็นปัญหาสำหรับเรา”

ส่วนหนึ่งของบทสัมภาษณ์ก่อนเกมของ ปาร์ค ฮัง ซอ กุนซือทีมชาติเวียดนาม ที่กำชับลูกทีมทุกคนให้มีสมาธิเป็นพิเศษในเกมที่ต้องลงเล่นท่ามกลางเสียงเชียร์ของเหล่าแฟนบอลอุลตร้า มาลายา นั่นแสดงให้เห็นแล้วว่ากลุ่มกองเชียร์พันธ์ดุกลุ่มนี้ มีอิทธิพลต่อทีมที่มาเยือนมากน้อยแค่ไหน

แชมป์สมัยที่สองของทั้งสองทีม

ทั้งมาเลเซียและเวียดนามยังไม่เคยโคจรมาพบกันในนัดชิงชนะเลิศรายการนี้มาก่อน ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะดวลกันบ่อยก็ตามในรอบแบ่งกลุ่ม นี่จึงเป็นแมตช์ชิงดำที่ทั้งสองทีมตั้งตารอคอยอย่างยิ่ง

นอกจากนั้นเกมที่บูกิต จาลิล ช่วงค่ำวันนี้ และเกมนัดที่สองที่มีดิ่นห์ สเตเดี้ยม อีก 4 วันให้หลัง จะเป็นเกมชี้ชะตาแชมป์อาเซียนสมัยที่สองของทั้งสองทีมอีกด้วย ทัพเสือเหลืองเคยคว้าแชมป์รายการนี้เพียงแค่สมัยเดียวเท่านั้นเมื่อปี 2010 ก่อนที่จะมีโอกาสได้แชมป์สมัยที่สองเมื่อปี 2014 แต่ก็พลาดไป นั่นจึงเป็นความหวังเดียวของมาเลเซียที่จะเข้าใกล้โทรฟี่แชมป์ซูซูกิ คัพ สมัยที่สองในปีนี้

ขณะที่ทีมชาติเวียดนาม มีขวบปีที่ยอดเยี่ยมมากในปฏิทินปี 2018 พวกเขาพัฒนาอย่างก้าวกระโดด และมีโอกาสที่ดีมากในการเถลิงบัลลังก์แชมป์อาเซียนสมัยที่สองของตัวเองในปีนี้ หลังจากที่เคยทำได้ในปี 2008 ทัวร์นาเมนต์นี้จึงเป็นความฝันของแฟนบอลทัพดาวทองทั้งประเทศที่จะได้ฉลองแชมป์อาเซียน 2018 อย่างยิ่งใหญ่ หากพวกเขาล้มมาเลเซียได้ ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาอาจจะได้ชูโทรฟี่ต่อหน้าแฟนบอลของประเทศตัวเองที่สนามมีดิ่นห์ สเตเดี้ยม อีกด้วย

Photo Credit : ช้างศึก, Football Association of Malaysia (Official), Vietnam Football, AFF Suzuki Cup

Comments