FOX REWIND : ย้อนรอย 5 เกมหลังสุด “ช้างศึก” ปะทะ “ดิ อัซกาลส์”

อีกเวลาอีกเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น เกมนัดที่ 3 ของทีมชาติไทย ในภารกิจป้องกันแชมป์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ก็จะเริ่มขึ้นแล้ว ซึ่งเกมนี้หลายคนอาจจะทราบกันแล้วว่าพลพรรค ช้างศึก ต้องพบเจอกับสภาพาอากาศอันเลวร้าย แถมยังต้องพะวงกับการเดินทางที่ค่อนข้างไกล อย่างไรก็ตามนั่นไม่ใช่ข้ออ้าง เพราะทุกทีมย่อมถูกจัดโปรแกรมให้เดินทางเป็นทีมเยือนเท่าๆกันอยู่แล้ว

 

สำหรับการพบกับ ทีมชาติฟิลิปปินส์ ในอดีตที่ผ่านมา แม้ว่า ทีมชาติไทย จะเป็นกำชัยได้แทบจะทุกครั้ง แต่หากมองไปคุณภาพทีมในปัจจุบันต้องยอมรับว่า ดิ อัซกาลส์ มีพัฒนาการแบบก้าวกระโดด จากการที่นักเตะเลือดผสมของพวกเขา เริ่มทยอยกลับมารับใช้ทีมชาติฟิลิปปินส์ มากขึ้น เพื่อเป็นเวทีและเป็นบันไดสู่ลีกที่ใหญ่กว่าในภูมิภาคเดียวอย่าง ไทยลีก ดังนั้นระยะหลังเราจึงได้เห็นผู้เล่นจากแดนตากาล็อก มาค้าแข้งในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ในฐานะนักเตะโควตาอาเซียน

 

โดยก่อนเกมจะเริ่มขึ้น FOX Sports Thailand ขันอาสาพาคุณผู้ชมย้อนเวลาไปพบกับ 5 เกมหลังสุดที่พลพรรค ช้างศึก ทีมชาติไทย พบกับ ทีมชาติฟิลิปปินส์ ซึ่งส่วนใหญ่ทั้งสองทีมก็จะโคจรมาพบกันในรายการ ชิงแชมป์อาเซียน หรือ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ในปัจจุบัน ซึ่งอาจมีบางเกมที่เป็นเกมอุ่นเครื่อง ดังนั้นก่อนเกมการแข่งขันในช่วงหัวค่ำวันนี้เราไปวอร์มเครื่องรอกับ ย้อนรอย 5 เกมหลังสุด ไทย ปะทะ ฟิลิปปินส์ กันดีกว่า

 

 

24/11/12 Thailand 2 – 1 Philippines

ศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ เมื่อปี 2012 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในรอบแรกกับ ประเทศมาเลเซีย โดยเกมนัดเปิดสนาม ทีมชาติไทยเปิด ราชมังคลากีฬาสถาน รับการมาเยือนของ ฟิลิปปินส์ ซึ่งเกมนี้ลูกทีมของ วินฟรีด เชเฟอร์ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเกมในครึ่งแรกพลพรรค ช้างศึก ออกนำไปก่อน 2-0 จากการยิงของ จักรพันธ์ พรใส ในนาทีที่ 39 และการโซโล่โชว์เดี่ยวของ ชยพัทธ์ กิจพงษ์ศรีธาดา หรือชื่อเดิมที่รู้จักกันดีว่า อนุชา กิจพงษ์ศรี ในนาทีที่ 41

อย่างไรก็ตามเกมในครึ่งหลัง ไทย เหมือนจะผ่อนเกมลงไป แต่ต้องมาเสียประตูให้กับขุนพล ดิ อัซกาลส์ จากการยิงของ พอล มุลเดอร์ส ในนาทีที่ 77 จบเกมพลพรรค ช้างศึก ประเดิมสนามด้วยคว้า 3 แต้ม จากการเชือด ฟิลิปปินส์ 2-1 ท่ามกลางความเสียดายที่ ทีมชาติไทย น่ารักษาคลีนชีตได้ในเกมนี้

 

 

09/11/14 Thailand 3 – 0 Philippines

ถัดมาอีกสองปีทั้งสองทีมกับมาพบกันอีกครั้งในเกมนัดอุ่นเครื่อง ณ สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเกมนั้นพลพรรค ช้างศึก คุมทีมโดย ซิโก้ เกียรติศักดิ เสนาเมือง ซึ่งความเข้มข้นของเกมอาจมีไม่มากนัก เนื่องจากเป็นการทดลองทีม รวมไปถึงการทดสอบตัวผู้เล่นก่อนศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 โดยเกมดังกล่าว ทีมชาติไทย เป็นฝ่ายไล่ต้อน ดิ อัซกาลส์ 3-0 โดยได้ประตูแรกจาก จ่าเย็น มงคล ทศไกร 1 ใน 2 ผู้เล่นที่ยังหลงเหลืออยู่กับ ทีมชาติไทย ในปัจจุบัน ส่วนประตูที่ 2 ได้จาก ประกิต ดีพร้อม ก่อนจะมาได้ปิดประตูปิดท้ายจาก เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ในนาทีที่ 75

 

 

06/12/14 Philippines 0 – 0 Thailand

หลังจากลงไปหยั่งเชิงกันในเกมอุ่นเครื่อง ทั้ง ทีมชาติไทย และ ทีมชาติฟิลิปปินส์ ก็โคจรกลับมาพบกันอีกครั้ง ในรอบรองชนะเลิศ รายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 โดยเกมแรกพลพรรค ช้างศึก ของ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ต้องบุกไปเยือนแดนตากาล็อกก่อน ซึ่งเกมนั้น ทีมชาติไทย ประสบปัญหาเรื่องของสภาพแวดล้อม รวมไปถึงสนามสภาพที่อาจไม่เป็นที่คุ้นเคย แถมเกมนี้ ยังถือเป็นฝันร้ายของ อดิศักดิ์ ไกรษร เมื่อหัวหอกทีมชาติไทย ถูกใบแดงไล่ออกจากสนาม ส่งผลให้ ช้างศึก ต้องเล่นแบบประคองตัว และจบเกมด้วยการเสมอกันไป 0-0 ซึ่งเกมนั้นถือเป็นผลงานที่ดีที่สุดของ ฟิลิปปินส์ ในการพบกับ ขุนพลจากแดนสยามด้วย

 

 

10/12/14 Thailand 3 – 0 Philippines

ภาคต่อจากเกมนัดแรก ในรอบรองชนะเลิศ รายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 โดยเกมนัดที่สองกลับมาเล่นกันที่ ราชมังคลากีฬา ท่ามกลางแฟนบอลชาวไทยที่แห่กันมาแทบจะเต็มความจุ โดยเกมนี้ ทีมชาติไทย ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โชว์ศักยภาพที่เหนือกว่าแทบจะตลอดทั้งเกม โดยเป็นฝ่ายออกนำไปตั้งแต่นาทีที่ 6 จาก ชนาธิป สรงกระสินธ์ ก่อนที่ครึ่งหลัง เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ จะรัวยิงคนเดียวสองประตู พา ทีมชาติไทย เอาชนะไปได้ 3-0 ทะลุเข้าไปชิงชนะเลิศกับ ทีมชาติมาเลเซีย และลงเอยด้วยการคว้าแชมป์ไปครองอย่างยิ่งใหญ่

 

 

25/11/16 Philippines 0 – 1 Thailand

ย้อนไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ในเกมนัดสุดท้ายของรอบแรกในรายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ทีมชาติไทย ต้องบุกไปเยือน ฟิลิปปินส์ ที่เป็นเจ้าภาพในครั้งนั้น ซึ่งแน่นอนว่าเกมนั้นลูกทีมของ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ดูเหนือกว่าเจ้าบ้านแทบทุกประตู แต่พอลงสนาม ขุนพลจากแดนตากาล็อก กลับได้แรงใจจากกองเชียร์ ต่อกรกับทัพ ช้างศึก ได้อย่างสนุก และเกือบที่จะยันเสมอได้สำเร็จ แต่สุดท้ายพวกเขาก็มาโดนทีเด็ดของ ศราวุฒิ มาสุข ที่หลุดเข้าไปยกบอลผ่านมือผู้รักษาประตูเจ้าบ้านเข้าไปอย่างเหนือชั้น ในช่วง 10 นาทีสุดท้าย พาทีมชาติไทย เอาชนะ ทีมชาติฟิลิปปินส์ แบบต้องออกแรงเหนื่อย 1-0 ก่อนลงเอยด้วยการคว้าแชมป์ในบั้นปลาย

Comments