คลีนชีตต่อเนื่อง! เฉลิมพงษ์ซูฮกแท็คติคเกมรับราเยวัช

เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว กองหลังทีมชาติไทย ให้เครดิตเพื่อนร่วมทีมทุกคนและชื่นชมแท็คติคเกมรับของ มิโลวาน ราเยวัช หลังไม่เสียประตูมา 3 เกมติดต่อกัน ก่อนพบกับ อินโดนีเซีย ในศึกชิงแชมป์อาเซียน รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 2

ช้างศึกยังไม่เสียประตูให้กับคู่แข่งเลยแม้แต่ลูกเดียวในเกมการแข่งขันสามนัดหลังสุด ไล่ตั้งแต่บุกไปชนะฮ่องกง และกลับมาเปิดบ้านเอาชนะตรินิแดด แอนด์ โตเบโก ด้วยสกอร์ 1-0 และประเดิมเก็บสามคะแนนแรกในศึกชิงแชมป์อาเซียน

“บรรยากาศในทีมตอนนี้ ก็โอเคเหมือนเดิมครับ ในแง่ความเป็นอยู่ก็ดีอยู่แล้ว และในแง่อารมณ์ก็มั่นใจมากขึ้น แต่ก็ยังมีบางจุดที่โค้ช รวมถึงพวกเรายังต้องปรับ ก็หวังว่าจะดีขึ้นกว่าเกมแรกครับ” เฉลิมพงษ์ กล่าวเริ่ม

“เป็น 3 แต้มที่สำคัญครับ ก็ทำให้เราโล่งไปบ้าง แต่จริงๆ ก็ยังกดดันอยู่ครับ เพราะยังเหลืออีกถึง 3 เกมในรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งเราต้องผ่านเข้ารอบไปให้ได้ ดังนั้นทุกอย่างมันเพิ่งเริ่มต้น เรายังต้องทำงานหนักต่อไป และโฟกัสไปทีละเกมครับ”

นอกจากนี้ กัปตันช้างศึก ยังกล่าวต่อว่า “การที่เราไม่เสียประตู 3 เกมติด คงเป็นเพราะโค้ช (มิโลวาน ราเยวัช) มีเวลาอยู่กับเรามากขึ้นครับ เพราะช่วงแรกๆ บางคนก็อาจยังไม่เข้าใจแท็คติค เกมรับของโค้ช แต่พอมีเวลามากขึ้น เราก็เข้าใจมากขึ้น แต่ส่วนตัว ผมก็ไม่ได้คิดว่า ต้องชื่นชมกองหลังอย่างเดียว เพราะเราทำงานกันเป็นทีม เวลารับก็รับทั้งทีม ดังนั้นมันจึงเป็นผลงาน และเครดิตของทุกคนครับ”

“ถามว่าเป็นแนวทางที่ดีไหม ผมว่า เรามาถูกทางมากกว่า เพราะจริงๆ นักฟุตบอลไทย มีทักษะและจินตนาการในการเล่นที่ดีอยู่แล้ว แต่มักไม่มีวินัยในเกมรับ แต่พอโค้ชเข้ามา ก็เปลี่ยนทัศนคติเราทุกอย่าง จากที่ไม่ค่อยสนใจเกมรับ ก็สนใจมากขึ้น ส่วนตัวผมว่าโอเคครับ ที่เราเน้นผลการแข่งขันมากขึ้น เพราะ สุดท้าย ความสำเร็จ มันก็วัดกันที่ตรงนี้”

“ขณะที่การเจออินโดนีเซีย  ก็เหมือนที่ทุกคนบอก คงยากกว่าเกมแรก แต่ผมก็เชื่อว่า ถ้าเราเล่นแบบไม่ประมาท เราก็มีสิทธิ์ที่จะชนะได้ทุกทีม และล่าสุด เราก็มีกำลังใจมากขึ้น หลังรู้ว่า บัตรเข้าชมการแข่งขัน กำลังถูกจำหน่ายออกไปเรื่อยๆ ก็หวังว่า ทุกคนจะเข้ามาเต็มสนามครับ เพราะนี่เป็นสิ่งที่นักฟุตบอลอยากเห็นมากที่สุด” เฉลิมพงษ์ ปิดท้าย

สำหรับโปรแกรมต่อไป ทีมชาติไทย จะพบกับ ทีมชาติอินโดนีเซีย ในรายการชิงแชมป์อาเซียน 2018 รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 2 วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 18.30 น. ถ่ายทอดสดทาง FOX Sport

Comments